เมื่อหลายปีก่อน ผมได้รับเชิญจากผู้ประสานงาน สกว.สำนักงานภาค เข้าร่วมประชุมกับชุมชนเขาตูม โดยจุดมุ่งหวังของผู้เชิญก็เพื่อให้ผมเป็นคนกระตุ้นให้เกิดการวิจัยต่อยอด จากโครงการเดิมที่หมู่บ้านหนึ่งในชุมชนตำบลเขาตูมได้ทำสำเร็จไปแล้ว
การประชุมหลังจากนั้นมีอีกเกือบสิบครั้ง เพื่อสร้างทีมนักวิจัยชาวบ้าน ซึ่งเริ่มด้วยจำนวนประมาณ 20 คน สุดท้ายในหนึ่งปีเหลือประมาณ 7-8 คน
ผมพยายามทักท่วงกับผู้ประสานงานว่า หากใช้เวลาพัฒนาโจทย์วิจัยนานขนาดนี้ชาวบ้านเข้าไม่อยากทำหรอก คนจะล้าเสียก่อนที่จะได้ทำ แต่ผู้ประสานงานบอกว่า ที่ประชุมไปยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ทีมวิจัยจะแข็งแรงแล้ว พอที่จะทำวิจัยได้ ผมเห็นแย้งกับข้อคิดดังกล่าวครับ เพราะผมเชื่อว่า ยิ่งได้เริ่มงานกระบวนการทำงานจะทำให้คนทำงานใกล้ชิดและเรียนรู้กันได้ดีขึ้น
จากนั้นผมก็ไม่ได้ร่วมงานกับทีมวิจัยชุดนี้เลย เนื่องจากติดงานสอน เนื่องจากส่วนใหญ่เขาจะประชุมกันวันศุกร์ ซึ่งผมไม่เคยว่างในวันศุกร์เลย
และเมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับแกนนำชุมชนเขาตูม (ซึ่งมาร่วมประชุมวิเคราะห์หน่วยเสียงกับโครงการของผม) และได้ตั้งคำถามให้เขาไว้ประเด็นหนึ่งว่า มัสยิดโสร่ง (มัสยิดที่มาแกนนำเข้าประชุมครั้งนั้น) ไม่คิดในเรื่องการจัดการศึกษากับชุมชนหรือ? ที่ดินของมัสยิดที่ว่างอยู่เก็บไว้ทำอะไร?
จากการคุยกันข้อสรุปหนึ่งคือ จะเปิดเป็นศูนย์เด็กดีกว่า แล้วตามมาด้วยการเปิดอนุบาลแบบอิสลาม ผมปิดท้ายการสนทนาด้วยว่า ถ้าจะทำอย่างนั้นควรเริ่มด้วยการวิจัยดีกว่า จะได้คำตอบที่ดีที่สุด แต่ชุมชนต้องเป็นคนทำนะ
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ผมได้คุยกับแกนนำอีกรอบหนึ่ง เขาบอกผมว่า เขาได้คุยกับทีมงานในชุมชนเรียบร้อยแล้ว พร้อมเดินหน้าร้อยเปอร์เซนต์
ผมจึงประสานไปที่สกว.สำนักงานภาค ถึงแนวทางในการทำวิจัย ปรากฏทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ทำได้เลยอาจารย์ โดยจะเอางบจากโครงการที่แล้วมาทำได้เลย เนื่องจากโครงการที่แล้วหยุดไปเรียบร้อยแล้ว (ทีมแตก หัวหน้าทีมไม่เวิร์ค)
ผมคุยกับชาวบ้านหลายรอบมากครับ จนทำให้ชาวบ้านไม่กลัวกับคำว่า วิจัยอีกแล้ว แต่เดิมเรามักจะเจอคำถามว่า ชาวบ้านป.สี่อย่างฉันจะทำวิจัยได้อย่างไร แต่ตอนนี้ชาวบ้านเขาตูมเขาเข้าใจดีแล้ว และพร้อมทำวิจัยเต็มที
ผมได้ความรู้จากสิ่งที่ได้ทำไปว่า บางทีเวลาอาจไม่ใช่เครื่องมือที่ดีเสมอไปสำหรับการพิสูจน์คน เพราะเมื่อบริบทบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป คนก็ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้นก็ได้ จะให้เขาซ้ำๆ ซากๆ อยู่กับขั้นตอนเดิมๆ ได้อย่างไร
เราทำงานก็ต้องการความก้าวหน้าเหมือนกันครับ จะให้อยู่กับทีได้อย่างไร