ถ้าเราวิ่งเร็วเต็มที่คงวิ่งไม่ได้ไกลและไม่ได้นาน แต่ถ้าเราวิ่งเหยาะๆหรือเดินคงจะได้ระยะทางไกลโขอยู่ ทั้งนี้เป็นเพราะมีความสัมพันธ์ระหว่างความหนักในการออกกำลัง ( Exercise Intensity ) กับการใช้พลังงาน มือใหม่หัดวิ่ง ไม่ต้องวิ่งเร็วนะครับ เริ่มวิ่งเหยาะๆ วิ่งได้ครบ 20-30 นาทีโดยไม่ต้องหยุดเดิน แล้วค่อยมาพัฒนาความเร็วและความอดทนเพิ่มทีหลังครับ

ถ้าเราวิ่งเร็วเต็มที่คงวิ่งไม่ได้ไกลและไม่ได้นาน  แต่ถ้าเราวิ่งเหยาะๆหรือเดินคงจะได้ระยะทางไกลโขอยู่  ทั้งนี้เป็นเพราะมีความสัมพันธ์ระหว่างความหนักในการออกกำลัง ( Exercise Intensity ) กับการใช้พลังงาน

 

        นักวิ่งมือใหม่หัดวิ่งจะวิ่ง  20 นาทีติดต่อกันไม่ได้เพราะวิ่งเร็วเกินไปและกล้ามเนื้อยังมีความสามารถในการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นได้ต่ำ  ต้องอาศัยการฝึกซ้อมสักระยะหนึ่ง

 

        ร่างกายของเราจะมีพลังงานสะสมอยู่ในร่างกาย  ที่พร้อมใช้เลยจะอยู่ในรูปของ ATP  แต่ใช้ได้ไม่นาน  ( ไม่เกิน 10 วินาที )

 

        ที่เหลือจะสะสมอยู่ในรูปของคาร์โบไฮเดรต ( ไกลโคเจนที่ตับและกล้ามเนื้อ )  ซึ่งก็มีปริมาณไม่มากนัก  ถ้าใช้แบบไม่ใช้ออกซิเจน- Lactic Acid System  ( Anaerobic ) ในกรณีที่วิ่งเร็วๆ  ก็จะใช้ได้ไม่นาน  เพราะจะเกิดของเสียขึ้นมาก  ( กรดแลกติค )    ใช้ได้ไม่เกิน 2-3 นาทีก็จะหอบเหนื่อย  ปวด เมื่อยล้า  ร่างกายก็จะทนไม่ไหว  แต่ถ้าใช้ออกซิเจน - O2 System ( Aerobic ) ในกรณีที่วิ่งช้าๆ    จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น  กลัยโคเจนที่มีอยู่ก็สามารถใช้ได้นานประมาณ 90 นาที

 

        ที่สะสมอยู่ในรูปของไขมันจะมีอยู่ค่อนข้างมาก  สามารถวิ่งได้ถึง 600 ไมล์  หรือ 3 วัน 3 คืนติดต่อกัน

 

        ส่วนที่เป็นโปรตีนในกล้ามเนื้อ  ไม่จำเป็นจริงๆร่างกายก็จะไม่นำมาใช้เป็นพลังงาน

  

           กรัม          kcal
  คาร์โบไฮเดรต    
ตับ (glycogen)          110          451
กล้ามเนื้อ (glycogen)          250        1025
กลูโคส ในเลือด            15            62
                  รวม          375        1538
  ไขมัน    
ชั้นใต้ผิวหนัง        7800      70980
กล้ามเนื้อ          161        1465
                  รวม        7961      72445
โปรตีน        41000

  

        การใช้พลังงานในร่างกาย  อธิบายง่ายๆก็คือถ้าเราวิ่งเร็วมากๆ  ที่ 85-90% ของชีพจรสูงสุด ( Maximum Heart Rate )  ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนจำนวนมากเกินกว่าที่ร่างกายจะจัดหาได้ทันต่อความต้องการ  ร่างกายจึงใช้พลังงานที่พร้อมใช้เลย ( ATP )  และจากไกลโคเจนที่สะสมอยู่ในร่างกายโดยไม่ใช้ออกซิเจน  - Lactic Acid System  ( Anaerobic )  ซึ่งประสิทธิภาพต่ำและให้พลังงานค่อนข้างน้อย  และเกิดของเสียขึ้นมาก  ซึ่งทำให้เกิดอาการปวด เมื่อยล้า  เหนื่อยหอบ  ก็จะสามารถวิ่งได้ไม่เกิน 2-3 นาที

 

        ถ้าวิ่งช้าๆ  ที่ระดับ 60-70% ของชีพจรสูงสุด   ร่างกายก็จะใช้พลังงานแบบใช้ออกซิเจน - O2 System ( Aerobic )  ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งทั้งกลัยโคเจนและไขมัน  ก็จะสามารถวิ่งระยะยาวๆ  ใช้เวลานานๆได้    20-30 นาทีติดต่อกันเรื่องเล็กเลยครับ

         ท่านที่เป็นมือใหม่หัดวิ่ง  ไม่ต้องวิ่งเร็วนะครับ  เริ่มวิ่งเหยาะๆ ( เร็วกว่าเดินเล็กน้อย )  ก็จะสามารถวิ่งได้นานขึ้นและได้ระยะทางมากขึ้น  ฝึกซ้อมสักพักก็จะสามารวิ่งได้ครบ 20-30 นาทีโดยไม่ต้องหยุดเดิน  แล้วค่อยมาพัฒนาความเร็วและความอดทนเพิ่มทีหลังครับ