ยิ่งสอนยิ่งทำให้คนติดยึดสถานที่หรือวัตถุ และยึดติดครูอาจารย์ ทุกข์มาเมื่อไรต้องไปหา
อยากให้ทุกวัด ทุกสำนักที่อ้างตัวว่าเป็นพุทธ ได้ทำหน้าที่อันบริสุทธิ์ นำผู้คนสู่อิสระครับ
ผมมีเกณฑ์ส่วนตัว ที่จะใช้พิจารณาวัดหรือสำนักทางพุทธ ว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ ดังนี้ครับ <ul>
ข้อความข้างบนผมไปเขียนไว้ที่ บันทึกนี้ ของ อ.หมอวิจารณ์ พานิช ครับ .. อยากให้ตามไปอ่าน และช่วยกันสื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ ความจริงครับ .
ว่ากันมาว่ากันไป ผมเลยเข้าไปใหม่อีกครั้ง พร้อมแสดงทัศนะว่า ...
ที่นี่น่าจะเป็นที่สะท้อนความเชื่อ ความคิด ไม่ได้สรุปถูกผิด โดยเชื่อว่าทุกคนมีปัญญาที่จะรับข้อมูลอย่างฉลาด โดยไม่ต้องตกเป็นทาสความคิดใคร .. ท่านเจ้าของบันทึกก็บอกชัดแจ้งว่าจากข้อมูลที่ท่านมีและรับรู้มา ทำให้ท่านคิด และรู้สึกอย่างนั้น .. ทั้งยังสารภาพว่าไม่ยืนยันว่าจะเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง .. ท่านก็บอกเป็นนัยๆอยู่นะครับว่า อย่าเชื่อตามท่านอย่างไร้เหตุผล .. ผมว่ากาลามสูตรคือเครื่องมือชั้นยอด นำมาใช้เถอะครับ .. ถ้าใครจะมาต่อตรงนี้ผมว่าควรเสนอมุมมองความคิดของท่านแต่อย่าได้ไปวิจารณ์ความคิดใคร .. หากข้อมูลใดที่เห็นว่า ไม่ใช่ ก็จงเสนอสิ่งที่ท่านคิดว่า ใช่ มา หักล้างอย่างสร้างสรรค์
ทำความจริงแท้ให้ปรากฏ เป็นกุศลกรรมครับ ผมอยากอ่าน อยากเรียนรู้ แต่ไม่อยากรับรู้การระบายอารมณ์ของใคร
ขอบคุณครับ.
</ul>
ท่านคือบันฑิต และเป็นกัลยาณมิตรโดยแท้ครับ
สาธุ สาธุ สาูธุ
สวัสดีค่ะ อ. Handy
เบิร์ดใช้เกณฑ์วัดป่า วัดบ้านค่ะ คือเบิร์ดจะชอบวัตรปฏิบัติของสายธรรมยุตร ที่ท่านดูเคร่งครัด มีระเบียบวินัย สำรวม ดูงามนัก..ไม่เน้นสิ่งก่อสร้าง ไม่เน้นการเจิมป้าย เครื่องรางของขลัง ดูหมอ หรือ นั่งคุยกับสีกาอย่างไม่สำรวม..แต่เน้นการปฏิบัติเพื่อลดอัตตา ลดมิจฉาทิฐิ เป็นหลัก
ดูๆไปก็คล้ายๆกับของอาจารย์เหมือนกันนะคะ ^ ^
ตามไปอ่านแล้วค่ะ อ่นข้อคิดเห็นที่หลากหลายด้วย คิดตรงกับอ.Handy ค่ะ สมัยนี้เวลาคนเข้าวัดมักจะไปด้วยความศรัทธา และไม่สามารถต่อศรัทธาเข้าไปสู่เส้นทางสายปัญญาได้
การเจริญสติ มีปัญญา เข้าใจ มองเห็นในสิ่งใดๆตามที่มันเป็นอาศัยการฝึกฝนที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป มีครูบาอาจารย์ที่ดีชี้แนะ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากในสังคมที่นิยมความเร็ว และต้องการรวย
ขอบคุณทุกท่านครับ ที่แวะมาเยี่ยมเยือน