ขณะนี้กำลังนั่งตรวจข้อสอบของนักศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ทั่วไป มีข้อสอบอยู่หนึ่งข้อซึ่งได้สอดแทรกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับนักศึกษา
ข้อสอบนี้ถามว่า "ให้ท่านแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำว่า "ขาดทุนคือกำไร" พร้อมยกตัวอย่างประกอบ" สำหรับคำตอบของข้อสอบนี้ไม่มีตายตัว นักศึกษาสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่
= ขาดทุน
ดิฉันจึงอยากทราบแนวคิดของเพื่อนๆใน g2k ดูบ้างว่ามีมุมมองอย่างไรกับคำว่า "ขาดทุนคือกำไร" ทุกคำตอบล้วนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้นค่ะ เนื่องจากครั้งหนึ่งดิฉันได้ไปอบรมเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ท่านวิทยากรแนะนำว่าพวกเราทุกคนควรมีส่วนช่วยในการตีความปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คือ กำไร
ขอเชิญทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียนช่วยแสดงความคิดเห็นไว้บ้างนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

สวัสดีครับอาจารย์ลูกหว้า
ช่วงนี้ยุ่งๆเลยไม่ค่อยได้เข้ามาครับ ต้องขอโทษอาจารย์ด้วยครับ
ถ้าให้ผมตอบ ขอตอบว่า การศึกษากับการอ่านหนังสือครับ
การศึกษานอกจากเสียทั้งเงินแล้ว ยังอาจจะเสียค่าเสียโอกาสด้วย แต่กับความรู้ที่ได้มาจากการลงทุนนั้น อาจจะขาดทุนเบื้องต้น (ก็เรียนก็เสียตังค์เสียเวลา หักกลบลบแล้วมีแต่หนี้ ไม่มีบวก)
แต่หลังจากช่วงเรียนเข้าช่วงทำงาน ก็ต้องมาดูแล้วหล่ะครับว่าแต่ละคนเก่งขนาดไหนตอนเรียน แล้วสามารถประยุกต์ใช้ได้ดีขนาดไหนตอนทำงาน เพราะว่าสองส่วนนี้เป็นสองส่วนหลักๆที่หาจุดคุ้มทุนได้ครับ
แล้วหลังจากเลยจุดนี้ไปแล้ว ก็กำไรแล้วครับ
ตอบแบบนี้ไม่ทราบว่าจะได้กี่คะแนนครับ :D
ต้น
ขาดทุนในหุ้นของพอร์ทผมเองครับ ได้กำไรตรงที่ว่า คราวหน้าผมจะดูลึกในรายละเอียดให้มากขึ้น ระวังมากขึ้น และคราวหน้ามันจะกลายเป็นกำไรครับ (มั้ง?)
ตามความเห็นและประสบการณ์จริงของดิฉัน
ไม่ทราบจะตรงประเด็นของอ.จ.ไหม น่าจะเป็นเรื่องการทำธุรกิจ
ในตอนที่ทำอุตสาหกรรมอาหาร ส่งออก99%ในช่วงแรก เราหนักใจกับข้อกำหนดISO ของทางยุโรปเช่น การขายให้ Mark&Spencer/Tesco และการขายให้บริษัท Hunt and Wesson โดยมี US-FDAของอมริกา มาตั้งกฏเกณฑ์มาตรฐานกับเรามาก สินค้าทุกตัวทุกกล่องต้องมีรายงานการQC.จากเราเอง และรับรองจากการสุ่มตรวจของสถาบันอาหาร ม.เกษตรและจากกรมวิทย์ในบางครั้ง ยิ่งขายให้บริษัทใหญ่ๆ ยิ่งยุ่ง แม้ลูกค้าญี่ปุ่น ก็ไม่ยุ่งเท่า
เราเสียค่าใช้จ่ายไปมากในช่วงแรก กำไรน้อยมากๆในบางlot
แต่เราก็คุยกันว่า ถ้าเราทำให้เขาเชื่อใจได้ในคุณภาพ เราไม่เหนื่อยแล้ว เขาจะเป็นลูกค้าเราตลอด และจะแนะนำลูกค้ารายอื่นๆมาอีก
เราลงทุนทางด้านการทำLab เพิ่ม เป็น 3 ห้องใหญ่เลย จ้างนักวิทยาศาสตร์อาหารมาเพิ่มอีก สำคัญคือ เพิ่มแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริษัทลูกผลิตเมล็ดพันธ์เอง นำไปทำcontract farming ด้วย
ดิฉันว่าเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เป็นสูตรสำเร็จ ไม่เกี่ยวกับปัจจัยภายนอกนัก แต่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันมากกว่า นั่นคือ มีภูมิคุ้มกันจากประสิทธิภาพภายใน การพัฒนาคุณภาพ ให้สินค้า และกิจการเราเป็นที่น่าเชื่อถือ บำรุงขัวญ /ให้กำลังใจและไม่เอาเปรียบ พนักงานๆจะรักและภูมิใจในองค์กร อยู่กับเรานานๆจนมีฝีมือชำนาญ และตั้งใจผลิตสินค้าให้ตรงตามคุณภาพที่วางไว้ด้วยความเต็มใจ การสูญเสียใน line การผลิตก็น้อยค่ะ
อีกไม่นาน เราก็เห็นผล จากการยอมขาดทุนในช่วงแรกเป็นกำไร มีลูกค้ามากมาย และดิฉันก็นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในปีที่ 4 เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ค่ะ
สวัสดีครับ อ.ลูกหว้า
แค่นี้ก็กำไรเหลือหลายแล้วคับคุณคู
ธรรมะสวัสดีครับ
ทีนี่เราจะเลือกขายใครดีถ้าขายรายแรกและรายที่สอง ก็กำไรเห็นๆ
อ.จ.คะ ขอบคุณที่commentค่ะ
ถูกต้องที่อธิบายค่ะ พี่จบอักษรศาสตร์และโททางบริหาร ไม่นึกว่าตัวเองต้องมาทำอุตสาหกรรม มีคนงานเป็นพัน ทำ3กะในฤดูกาลของวัตถุดิบ ความรู้ทั้งหลายเป็นเพียงพื้นฐาน เรียนรู้เองส่วนใหญ่ จาก common sense นี่ละ ร.ง.มีช่างเยอะ โดนลองของก็มีแรกๆ ทำเป็นลากลับบ้าน ปล่อยเครื่องเสียไว้ ขณะที่วัตถุดิบเต็มโรงงาน ผู้จัดการQ.C.ไม่พอใจ บอกเครียด ทิ้งงานให้เราลุยต่อ ขณะที่เราส่งผู้จัดการโรงงานไปดูงานต่างประเทศ แสบมาก แต่ก็ฝ่าฟันมาได้ คนเราไม่มีวันจนมุม ต้องหาทางออกจนได้
ขอโทษ นอกเรื่องไปนิด แต่คิดย้อนแล้ว หนักมากค่ะ เหมือนเบียดเบียนตัวเอง เหมือนตัวเองขาดทุน ไม่จำเป็นต้องขาดทุนอย่างนี้ แต่eventually -ขายหุ้นในตลาด --ไม่บอกว่ากำไรเท่าไร แต่คุ้มเหนื่อยค่ะขาดทุนคือกำไร แต่ต้องรอ
โจทย์ของอ.จ.กว้างมาก มันมีหลายแง่มุมนะคะ แต่คนเราลงทุนวันนี้ จะได้กำไรพรุ่งนี้ ไม่ได้หรอก มันต้องเหนื่อยต่อ บางทีเห็นแล้วว่ากำไร ยังต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน กำไรยังน้อยไปเทียบกับการลงทุน
กรณีการทำกิจการ ส่วนใหญ่มีข้อจำกัดเรื่องเงินทุนและresourcesต่างๆ ค่อยทำค่อยไป ให้มั่นคง ไม่ขยายงานเร็วเกินไป ก็จะไม่เจ็บตัวหรอกค่ะ นี่คือเศรษฐกิจพอเพียง