•  
      P น้อง ธรรมาวุธ  ...
    • รู้ตัวหรือเปล่าว่าใครก็ตามที่หลวมตัวเข้ามาตอบเศรษฐศาสตร์ริมรั้วต้องเข้ามาให้ตลอด...ห้ามหนีไปไหน  เพราะพี่ยึดเป็นผู้ช่วยพี่หมดแย้ว..
    • น้องมองในระดับศีลธรรม
    • เช่น สมมติเราเป็นนักธุรกิจ(ที่ไม่เดือดร้อนทางการเงิน)
    • มีสินค้าที่ต้องการขาย ซึ่งสินค้านั้นมีจำนวนจำกัด เช่น โถส้วม
    • มีลูกค้าที่ต้องประมูลแข่งกันซื้อสินค้าที่เรามี อันประกอบด้วย
    1. บริษัทที่ต้องการซื้อไปทำราคาขายต่อ  (ประมาณพ่อค้าคนกลาง)
    2. โรงงานที่ต้องการสร้างห้องน้ำเพิ่มให้คนงาน
    3. สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า(แน่นอน ย่อมมีงบจำกัด) ซึ่งเดือดร้อน ห้องส้วมไม่มีพอให้เด็กใช้

                 ทีนี่เราจะเลือกขายใครดีถ้าขายรายแรกและรายที่สอง ก็กำไรเห็นๆ

    • แต่ถ้าเลือกรายสุดท้าย  กำไรอาจน้อย หรือเสมอตัว หรืออาจขาดทุนเล็กน้อย
    • ทีนี้น้องจะเลือกขายให้รายสุดท้าย
    • เพราะน้องมองว่าไม่ได้เดือดร้อนอะไร(ไม่ได้เบียดเบียนตนเอง) 
    • ได้ช่วยเหลืออนาคตของชาติ ซึ่งแทบไม่มีทางเลือก
    • ซึ่งสองรายแรก เขามีทางเลือก หรือมีโอกาสมากกว่า
    • ทีนี้ถ้าเราขายไป เราอาจขาดทุน(เรื่องเงิน) จริงๆ หรืออาจขาดทุนกำไร เมื่อเทียบกับการขายให้สองรายแรก
    • ส่วนกำไร ก็คือ.... 
    • เราได้ลดตัณหา ความอยากได้ อยากมี
    • เราได้เพิ่มบุญ ที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่เขาเดือดร้อน
    • เรามีความสุข สุขแท้ๆ ที่ไม่ต้องขึ้นกับเงินทอง
    • โดยน้องธรรมาวุธได้ให้ข้อคิดดังนี้ว่า
    • กำไรที่ได้ข้างต้นนี้ เผอิญเราลาโลกไปแล้ว มีโอกาสตามไปเกื้อกูลเราได้ด้วยครับ
    • ผิดกับเงินทองที่เอาไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียวที่เขาหย่อนใส่ปากให้ตอนเรานอนแข็งอยู่ในโลง......