• พี่เม้งคะ...
  • ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำถึงสองครั้ง  ซึ่งแบ่งเป็นสองระดับจริงๆ
  • ในมุมมองของพี่คือ พี่ไม่ได้มองกำไรขาดทุนในรูปตัวเงินนะคะ
  • ถ้ามองในระดับบุคคล
  • คำว่าขาดทุน   พี่มองเป็น การเสียโอกาสที่จะไปร่ำรวยหรือกอยโกย หรือแก่งแย่งกับคนอื่น หรือเสียโอกาสที่จะไปหาสิ่งต่างๆ มาสนองกิเลสของตัวเองตามใจที่ตัวเองต้องการ ว่าอยากจะให้ได้นั่นนี่มาตามที่ใจนึกคิด

  • คำว่า กำไร ของพี่คือ กำไรชีวิตที่จะยังชีพให้ดำเนินต่อไปอย่างโดยยอมขาดทุน  เป็นกำลังใจที่จะทำงานเพื่อสังคมต่อไปใช่มั้ยคะ
  • ต่อมา ตัวความพอเพียง จะเป็นการพิจารณาตัวตนตัวเองว่าเป็นอยู่อย่างไรในสถานะนั้น ตอนนั้น แล้วปรับตัวเองให้อยู่ในทางสายกลางของตัวเอง
  • การปรับตัวเองนั้น ก็คือการปรับตัวเองเพื่อนำไปสู่การขาดทุน จากเป้าที่วางไว้ เมื่อปรับได้แล้ว จะทำให้ชีวิตไม่ดิ้นรนมาก โดยคิดถึงสิ่งที่เข้ามา และออกไป อยู่ในภาษาที่สมดุล หรือสิ่งที่เข้ามามีมากมายที่เสียไป ก็จะเกิดกำไรชีวิตขึ้น
  • โดยกำไรนี้ เป็นกำลังเพิ่มพูนโดยงอกเงยแล้วเป็นดอกเบี้ยนำไปสู่การขยายผลให้คนอื่นเห็นด้วย จนกลายเป็นการควบคุมตนให้อยู่ในภาวะที่พอเพียงได้แบบไม่ดิ้นรนที่จะไปหาความขาดทุนเหล่านั้น
  • ดังนั้นเมื่อชีวิตเข้าสู่สภาวะที่สมดุล ก็จะทำให้การขาดทุนที่ว่า เป็นกำไร ให้ครองตัวตนดำเนินต่อไป กลายเป็นกำไรชีวิตที่ได้เดินตามเศรษฐกิจพอเพียง....ในที่สุด