อ่านบันทึก พี่โอ๋ อโณ ที่เขียนเกี่ยวกับ
บันทึกที่อ่านแล้วชอบของวันนี้....จากโอ๋-อโณ
ผมก็เห็นด้วยที่พี่โอ๋ ได้เขียนบอกรายละเอียดเส้นทาง การเข้าไป เรียนรู้ผ่านบันทึกและได้เห็นสิ่งดีๆที่อยู่ในบันทึกเหล่านั้น
ความดีงาม และ ความตั้งใจ ที่แฝงมากับการถ่ายทอดผ่านอักษร ลงสู่บันทึก ทำให้เรารับรู้ถึงวิธีคิด และการปฏิบัติในบางส่วนของคนๆนั้น
ใน gotoknow ส่วนใหญ่ เป็นวิถีที่งดงามครับ นอกจากความรู้ที่ได้รับ อันเป็น tacit K. ที่หลากหลาย
ผมคุยกับ สมพร(เม้ง)

หลายครั้งว่า ในอนาคต เหล่า Blogger ที่ได้แลกเปลี่ยนกัน อาจมีประเด็นใหญ่ๆในสังคมที่เราต้องช่วยกันขับเคลื่อน ตอนนี้ก็เป็นการสร้างเครือข่ายเชื่อมสายใยมิตรภาพ กันไปก่อน
เช้านี้ผมเปิด Gotoknow จากบ้านที่ปาย เพื่ออ่านบันทึกยามเช้าตามปกติของผม และแน่นอนว่าใน planet ของผมที่ไล่เรียงอ่านล้วนแล้วแต่น่าสนใจทุกท่าน ...นี่หากพี่โอ๋ มาทวงเรื่อง Blogger ในดวงใจ ผมจะยกมาทั้ง Planet เลยครับ เพราะรักทุกคนครับ!!!! อ้อ...และรักทุกคนที่เขียนบันทึกด้วยหละครับ
บันทึกของน้องชาย นาย Kmsabai ที่ผมติดตามตลอด วันนี้น้องเขียนบันทึกตอน เลยเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่เขาเขียนบันทึกเป็นประจำ ผมอ่านแล้วซาบซึ้ง ประทับใจ ในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของหมอคนหนึ่ง
การทำงานที่มีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ เป็นความงดงามในวิถีของโลกเลยทีเดียว
เป็นบันทึกที่สร้างความฉ่ำชื่น ในวันแรกๆของ เทศกาลมหาสงกรานต์ปีนี้ครับ
ติดตามได้ครับ ที่
เรื่องเล่า..:เมื่อต้องตรวจคนไข้ ที่ไม่มาตามนัดข้างถนน ..บนดอยสูง
บันทึกของคุณเอก เพื่อนรักของผม ก็เป็นบันทึกที่น่าอ่านและทำให้เกิดความสุขกับกัลยาณมิตรทุกคนครับ
ส่งความสุขจากกรุงเทพสู่ปายครับผม
ขอบคุณอาจารย์ pop มาก ผมได้รับข่าวดีๆจากเพื่อนเป็นประจำ และขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ในที่สุดความมุ่งมั่น และความตั้งใจอันดีก็ประสบความสำเร็จ
ตั้งแต่ perth ถึงเมืองไทย...
ขอแสดงความยินดีด้วยใจจริงครับผม
สวัสดีครับพี่เอก
ยินดีด้วยครับ…ขอให้ประสบผลสำเร็จและมีโครงการดี ๆ ออกมาเรื่อย ๆ ครับ ไม่ได้ติดต่อกับพี่จตุพรนานเลย ครับ ช่วงนี้ก็ยุ่ง ๆ อยู่กับเรื่องงานครับ สบายดีเหมือนเคย……
น้อง หมอสุพัฒน์

kmsabai
เรื่องของคนดีๆ ผมอยากให้สังคม gotoknow รับรู้ เพื่อสร้างกำลังใจและเพิ่มความภาคภูมิใจ ในสิ่งที่ทำ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม ผมเห็นว่ามันสวยงามครับ
ผมเห็นด้วยครับ เรื่องเล่าที่สามารถเขียนได้เลย เล่าแบบมีชีวิต ตามที่เราไปพบเห็นมา ...มันสื่อได้โดยตรงกับผู้อ่าน ใครจะว่ายังไง เราก็ภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำ อาจไม่ยิ่งใหญ่ในมุมมองของบางคน แต่เราเต็มเปี่ยมเลย...แค่นี้พอครับ
ขอบคุณที่แนะนำให้เข้าไปชม ลิงค์ ที่ให้มาครับ...แล้วผมจะเข้าไปครับ
จากนั้นเรามาแลกเปลี่ยนกันอีกที
ขอบคุณครับ
ผมคอยติดตาม งานดีๆของ คุณ น.เมืองสรวง อยู่ครับ "สำนึกรักบ้านเกิด" ที่ลงแรงไป กับ นายบอน มีคุณค่ามากนะครับ
ผมคิดว่า ในอนาคตผมจะได้ทำแบบคุณบ้าง...
ต้องขอคำแนะนำในโอกาสต่อไป
นายเม้ง เพื่อนรัก
ผมได้ ไอเดีย ดีๆหลังจากตุยกับเพื่อนนะครับ...ผมคิดจะทำ mapping ของเครือข่าย Gotoknow เริ่มต้น เอารุ่น "แฟนฉัน" ก่อนนะครับ คิดว่ารุ่นนี้มีเยอะพอสมควร (เกิดระหว่าง ๑๖ - ๑๙)
ในอนาคตเราเคลื่อนประเด็นใหญ่ๆ ของเมืองไทย ด้วยกันแน่นอนครับผม
น่าจะหลังจากเม้งกลับจาก เยอรมันแล้ว
ตามไปอ่านมาแล้วครับ...
อ่านแล้วก็รู้สึกดีครับ อยากเห็นคนในสังคมเป็นอย่างนี้กันเยอะ ๆ ครับ...
ขอบคุณครับ...
ขอบคุณครับ…ตอนนี้เพื่อนบอนก็ยุ่ง ๆ อยู่งานประจำครับเลยไม่ค่อยมีเวลามาบันทึก..ผมก็เช่นกันครับ…ก็ดีใจที่ชุมชนเขามีส่วนร่วมครับ…แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า..ให้ชุมชนเขารู้จักบทบาทหน้าที่ของเขาเอง…และคิดว่าหน้าที่ที่ทำคือได้จัดทำสื่อ “ หนังสือแนวพัฒนาสำหรับพื้นที่ “ ก่อร่าง สร้างฝันที่หนองสรวง” ขึ้น ก็คิดว่าเป็นสื่อตัวแทนเพื่อให้ชุมชนเขาสามารถปรับใช้ให้เหมาะสมเท่านั้นเองครับ….ตอนนี้เพียงเพื่อเข้าไปเรียนรู้ร่วมกับชาวบ้านและแนะนำในโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้นเองครับ…….เพราะชุมชนเขาเก่งอยู่แล้วครับ…..(คิดเองครับ)
คุณ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>เราต้องขอชื่นชมคนดีๆนะครับ หากเขาทำดีก็ควรได้รับการนำเสนอ</p><p>ให้กำลังใจ อย่าให้คนดีท้อแท้ครับ</p><p>ขอบคุณคุณดิเรกมากครับ</p>
กระผมทราบข่าวจากหน่วยข่าวกรองว่า คุณบอนป่วยเป็นคุณสุกคุณใส ก็ขอให้หายเร็ววันครับ
ผมคิดว่างานที่คุณ น.เมืองสรวง เริ่มนั้น เกิดจากการคิดร่วมกันของทุกคนด้วยเป็นเบื้องต้นและ ความรู้สึกผูกพัน รักในถิ่นเกิด งานต่างๆจึงได้รับการสานต่อ ไปได้ดี
ผมเอาใจช่วยเสมอครับ...
ขอให้กำลังใจคนดีๆครับ
ขอบคุณครับ....
มีความหมายนะคุณย่ามแดง...ดีใจมากที่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์...ร่วมชะตากรรม..ฮึ ๆ ๆ..แต่ด้วยน้ำใจแห่งสำนึกรักในถิ่นเกิดจงช่วยกันคนละไม้ละมืองานก็จะสำเร็จนะครับ...เราไปแบบกองทัพมดดีไหม
ผมบรรจุ คุณย่ามแดง เข้าไปใน mapping ของกลุ่มคน รุ่น "แฟนฉัน" แล้วครับ (กลุ่ม ๒๕๑๖ - ๒๕๑๙)ผมคิดว่า กลุ่มคนที่เขียน Blog ที่มีอายุในช่วงนี้มีพอสมควรและก็มีความสามารถ มีฝัน อุดมการณ์ที่คล้ายกัน ในอนาคตเราจะได้ร่วมขับเคลื่อนประเด็นใหญ่ๆด้วยกันครับ
ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ผมติดตามและชื่นชมอาจารย์อยู่นะครับ แลพจะได้แลกเปลี่ยนไปเรื่อยๆครับผม
คารวะด้วยใจศรัทธา
มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เยอะเลยครับ...ผมดีใจที่ น.เมืองสรวง พบ ย่ามแดง ในนี้ เพราะกลุ่มที่ผมบอกก็คือ ข้อคิดเห็นที่ผมเขียนตอบคุณย่ามแดงไป ข้างบนครับ
ร่วมกันก่อการดีครับ
ขอบคุณครับ
สมัยเรียน ม.ปลาย ผมได้อ่านเขียนเรื่องหนึ่ง ของหนังสือรับน้อง ของสถาบันเทคโนฯ พระนครเหนือ ที่ค่ายอาสาของพระนครเหนือจัดทำ สำหรับน้องใหม่ปีหนึ่งที่เข้ามหาลัย
ภาพปกรูปวาดของ วสันต์ สิทธิเขตต์
ในเล่มมีเรื่องราว นิทานและเรื่องราว แบบค่ายอาสา อาจดูไม่งดงามในเรื่องภาษา และไม่เร้าใจในเรื่องของความซับซ้อน จากการวางเรื่องราว
เป็นเรื่องของผู้คนที่ต่างเดินก้าวผ่านสะพานไม้
โดยมีตะปูโผล่ขึ้นมา หลายคนก้าวพลาด จนถูกตะปูตำเท้า หลายคนก่นด่า หลายคนโวยวาย ผู้คนมากมายถามหาคนผิด จนกระทั่งมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านมา เห็นตะปูที่โผล่อยู่ จึงหันไปหาท่อนไม้ ก้อนหิน หรืออะไรสักอย่าง แต่เขาเดินเข้าไปทุบจนปลายตะปูหายไปกับเนื้อไม้บนสะพาย แล้วเดินจากไป
หลายปีที่ผ่านมา ผมยังประทับใจกับเรื่องเหล่านี้
บ่อยครั้งเดินผ่านทาง ที่เห็นไม้เสียบลูกชิ้นที่เราเห็นและก้าวผ่าน ไม่หนักไม่หนา ก็ต้องหยิบทิ้งให้ไกลคนเดิน เห็นขวด เห็นหิน ที่คาดด้วยสายตา ว่าจะลำบากคนอื่น ถ้าไม่ลำบากเรานัก ก็หยิบไปให้ไกลความลำบาก
อย่างน้อยผมก็เชื่อว่า ความงดงาม เหล่านี้ ยังจำเป็นสำหรับโลกนี้ จำเป็นสำหรับสังคมที่เราอยากให้เห็น จำเป็นสำหรับพื้นที่แห่งความอบอุ่น และงดงาม ที่เราทุกคนต่างเรียกหา
อย่างน้อย เราก็ได้ให้กำลังใจ ต่อกันและกัน
ถ้าไม่ลำบากจนเกินไปที่จะให้ความดี ยังคงอยู่ในท่ามกลางความงดงามของโลกใบนี้
ในเรื่องที่เขียนไว้
คุณ
หากใครไม่ถือเรื่องของส่วนรวมเป็นวิสาสะ เป็นธุระ ต่างคนต่างอยู่โลกนี้คงแร้นแค้นน้ำใจยิ่งนัก
ปรากฏการณ์ที่ทุกคนเดินผ่านไป เมื่อเจอตะปู เรายังเห็นกันตลอดเวลา และ มีคนบางใครหาค้อนตอกตะปูที่โผล่พ้นเนื้อไม้ ก็ยังคงมี...โลกนี้ไม่ได้มีคนแห้งเหือดน้ำใจ
ผมเคยถามเรื่อง ทัศนคติกับกลางวันกลางคืน กับน้องคนหนึ่ง ผมเชื่อว่าทัศนคติจากการมองสิ่งหนึ่ง สะท้อนความเป็นตัวตนได้ดี...ทัศนคติเป็นที่มาของการปฏิบัติที่ถูกต้องดีงามไปด้วย
หลายคนมอง "กลางคืน" เป็นเวลาที่มืดมิด หดหู่ และหนาวเย็น
หลายคนมอง"กลางวัน" เจิดจ้า สดใส และ ร้อนแรง
นิยามของกลางคืนและกลางวันจึงหลากหลายตามแต่วิธีการมองของคนที่มองเข้าไป
หากผมจะตอบ เรื่อง กลางวัน และ กลางคืน
ผมขอมองตามแบบของผม
กลางวัน มันงดงามนะผมว่า เราได้เห็น สรรพสิ่ง เราได้เห็นดอกไม้ ผีเสื้อ ความเป็นไปของสิ่งมีชีวิต ที่มีวิถีหลากหลาย ได้รับแสงอาทิตย์อบอุ่น
กลางคืน ก็เป็นเวลาที่วิเศษมากครับ เราได้พักผ่อน เราได้นอนดูดาว นับดาวกันเพลิน เห็น หิ่งห้อย นั่นมั้ยครับ....แมลงตัวเล็กๆที่มีไฟในตัวเอง ยามท้องฟ้ามืดมิด แสงของหิ่งห้อยเปล่งประกายโชติช่วง ...เวลากลางคืนช่างน่าอภิรมย์เสียจริง!!!
"จงอ่อนละมุนกับโลกใบนี้" เป็นประโยคที่ผมอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง ผมมองว่าการปฏิบัติต่อสิ่งที่มากระทบ สิ่งรอบข้าง หากกระทำไปในแรงบวก เราก็มักจะได้แรงบวกมาเพิ่มพูนเสมอ
การทำงานเพื่อสังคมเช่นเดียวกัน ผมก็เชื่อว่า เราทุกคนร่วมกันทำดี มีจิตสาธารณะ(คำนี้ใหญ่มาก) บ้านเมืองเราจะเจริญรุ่งเรืองมากกว่าทุกวันนี้ ผมเลยอยากเชื่อมคำระหว่าง "ทัศนคติ" กับ "การปฎิบัติ" ว่ามันเป็นสะพานข้ามถึงกันและกัน ที่จุดขึ้นและจุดปลายสุดที่ดีงามเช่นกัน
ขอบคุณ มิตรภาพที่ดีงามระหว่างผมและคุณนะครับ
เรียน อาจารย์หมอนนท์

เพื่อนร่วมทาง
ช่วงหลังได้พูดคุยกับ รุ่นราวคราวเดียวกันมากขึ้น และผมชื่นชอบวิธีคิดของเพื่อนๆมากครับ เราจึงคิดว่า น่าจะสร้างเครือข่าย mapping ขึ้นมาก เป็นเรื่องที่ผมคิดๆไว้ นายเม้งก็สนับสนุนครับ
ส่วนรุ่น ปูชนียบุคคล หรือ รุ่น ก่อน ๒๕๐๐ มีมากมายเลยครับ เราเกรงว่า จะรวบรวมท่านไม่หมด ว่าจะลองในกลุ่ม "แฟนฉัน" ก่อนครับ
อ่าน comment อาจารย์แล้ว ยิ้ม ยิ้ม ครับ
เราจะรับไว้เป็นโครงการใหญ่ รวมรวม เครือข่าย Gotoknow ที่ตอนนี้กำลังทำอยู่
ให้ รุ่น "แฟนฉัน" Action ส่วนรุ่น "ดึกดำบรรพ์" เป็นที่ปรึกษา อย่างนี้ดีมั้ยครับผม?