เตือนสติตนเองอยู่เสมอ ว่าเรา...ทำได้
ย่อมมีบ้างเป็นธรรมดาในชีวิตการทำงานที่ในบางครั้ง ที่อาจขาดความมั่นใจในตนเองบ้าง เชื่อว่าตนเองทำไม่ได้หรืออาจทำได้ไม่ดีนัก ลองมาสำรวจดูตนเองสักหน่อยครับว่าเป็นเพราะอะไร และจะมีวิธีการฝึกฝนตนเองให้ผ่านพ้นไปได้อย่างไร
ความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นการเคารพนับถือตนเอง และเชื่อว่าตนเองทำได้ ถึงแม้จะยังไม่เคยทำงานนั้นมาก่อนเลย ตรงนี้แก้ไขได้ โดยการเรียนรู้ศึกษางานนั้นๆ บางครั้งอาจ
- ขอคำแนะนำ หากเราไม่เคยมีประสบการณ์หรืองานนั้นยากเกินความสามารถเรา ก็จงอย่ารีรอที่จะขอคำแนะนำจาากผู้มีประสบการณ์ / ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนั้นโดยเฉพาะแล้วก็จะทำงานนั้นด้วยความวิริยะ หมั่นศึกษาหาความรู้เรื่องที่จะทำเพื่อหาวิธีแก้ไข
- อย่าท้อแท้ จงอยาท้อแท้ว่าเรามีปมด้อย พูดไม่เก่งบ้าง สุขภาพไม่ดีบ้าง ความจำไม่ดีบ้าง ทนต่องานหนักไม่ได้บ้าง หรืออื่นๆ ที่คิดว่ามีขอให้เปลี่ยนทัศนคติจากความคิดที่เป็นปมด้อยของตนเอง และลองตรวจดูว่าตนมีอะไรที่เป็นปมเด่นบ้าง แล้วใช้ปมเด่นนั้นทำงานด้วยความตั้งใจ ไม่ท้อแท้
- หมั่นเตือนตนเอง นิสัยขาดความเชื่อมั่นในตนเองอาจสร้างได้โดยการหมั่นแนะตนเอง เป็นการเตือนสติตนเองอยู่ตลอดเวลา นั่นเองและอย่าพูดหรือคิดในทางที่ทำลายตัวเราเอง หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้ตัวเราเองตกต่ำ จงหมั่นคิดว่าเราทำได้ และหากงานจะยากเพียงใดก็ตาม เราก็สามารถทำได้ และถ้างานยาก เราก็จงมีความเชื่อว่า เราต้องเรียนรู้ได้ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น
อยากแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเอง เพราะเป็นคนชอบทำบุญ เนื่องจากวันหนึ่งได้ไปแถวท่าน้ำศิริราช และบังเอิญผ่านไปพบกับ ชายพิการขาลีบ คนหนึ่ง ใส่เสื้อเหลือง (เราจะทำความดีเพื่อในหลวง) แขวนป้ายบอกว่าเป็นคนพิการ ยืนอยู่ที่ประตูทางเข้า ร.พ.ศิริราช ใกล้กับท่าน้ำ ขาของเขาเดินไม่สะดวก ต้องใช้ไม้เท้าคอยค้ำยันพยุงร่างเวลาเดิน เขาบอกกับเราว่า “มาโรงพยาบาลมีเงินติดตัวมานิดหน่อยและจ่ายค่ายาไปหมดแล้ว ตอนนี้หิวข้าวแต่ไม่มีเงินจะซื้อข้าวกิน ขอเงินซื้อข้าวกินได้ไหมครับ” เราบอกว่า “ได้ เดี๋ยวจะพาไปกินข้าวที่ร้านอยากกินอะไรล่ะจะซื้อให้” ชายพิการกลับปฏิเสธความปรารถนาดีของเรา เราก็เลยงง?? ก็ไหนว่าหิวข้าวแต่ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน พอเราจะซื้อให้กลับปฏิเสธเฉยเลย ทำให้เรารู้ว่าเขาไม่ได้ลำบากจริง แต่เขาอาศัยความพิการและนิสัยขี้สงสารของชาวบ้านมาหากินหลอกขอเงิน
ต่อมาอีกหลายวันเราไปเดินแถวท่าน้ำศิริราชอีก เราก็ได้พบกับชายพิการคนนี้ กำลังคุยกับเจ้าของร้านโทรศัพท์แถวท่าน้ำ เขาเอาโทรศัพท์ออกมาอวด เราเห็นแล้วโอ้โห! ใช้โทรศัพท์มือถือหรูและแพงกว่าของเราอีก เราทราบภายหลังว่าชายพิการคนนี้ยังคงทำมาหากินอยู่แถว ๆ โรงพยายาบาลศิริราชทุกวันด้วยการโกหกว่าไม่มีเงินซื้อข้าวบ้าง ไม่มีเงินค่ารถกลับบ้านบ้าง ดังนั้น จึงขอเตือนเพื่อน ๆ ว่าบางทีความสงสารคนพิการของเราซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องเลือกพิจารณาในการช่วยเหลือเขาสำหรับคนที่ลำบากจริง ๆ การให้เงินไม่ควรให้เพื่อตัดความรำคาญหรือเห็นว่าสะดวกไม่ต้องเสียเวลา แต่ควรให้ในสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ เช่น หิวข้าวก็ซื้อข้าวให้กินเลยจะดีกว่า
ขอบคุณ... dd ครับที่ได้มาร่วมแบ่งปัน
ผมขอเรียกประสบการณ์ที่ท่านให้นี้ว่า "ประสบการณ์บุญ" ท่านให้ข้อสังเกตได้ดีทีเดียวครับว่า การทำบุญนั้น...ดี แต่ก็ควรดูเจตนาของผู้ขอด้วยว่า เจตนาที่จริงใจในการขอบุญหรือไม่ ถูกกาล และ ถูกเทศะ ด้วย
...สาธุ
ขอบคุณ
ที่มาร่วมต่อยอดความคิดให้กระจ่างชัดเจนยิ่งขึ้น ดังประเด็นที่ว่า "การกระทำของตัวเราจะเป็นไปตามความคิดของเรานั่นเอง"
สวัสดีครับคุณสายน้ำแห่งความคิด แวะมาขอบคุณครับที่กรุณาเก็บบล็อกของผมไว้
ผมเคยไปอบรม Mind Training เขาก็จะเน้นที่ใจจริงๆ ตามชื่อหัวข้ออบรมเลย เหมือนพระพุทธองค์ทรงตรัสไว้เลย
“มโน ปุพพัง คะมาธัมมา มโนเสฎฐา มโนมะยา” แปลความว่า “ ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน ธรรมทั้งหลายสำเร็จด้วยใจ ”
ไม่อาย ไม่ยอม เจียมตน คงใช้ได้ทุกสถานการณ์นะครับพี่วิชิต
ขอบคุณ
มากครับที่ให้ข้อคิด ...ส่วนจะใช้ได้กับทุกสถานการณ์หรือไม่นั้น ..ต้องลองดูครับ "ไม่ลอง..ไม่รู้"