แม้แต่ตกลงกันกระนั้นแล้ว...เด็กก็ยังคงเป็นเด็กแบบไม่มีเงื่อนไข

ค่ำคืนนี้ดิฉั้นนอนไม่หลับ....แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง...เพราะต่างที่...เสียงเด็กๆ ซาลงไปหลายชั่วโมงแล้ว...ดิฉั้นกับลูกๆเดินทางจากหาดใหญ่มาบุรีรัมย์เป็นการเดินทางครั้งแรกที่ยาวไกลที่ไม่มีผู้คุมเด็ก(คุณพ่อ)ตั้งแต่เย็นวานนี้ ผจญภัยกันในรถไฟกันพอสมควรกับความทะโมนของพวกเธอหากไม่สนิทกันอย่างที่สุดดิฉั้นจะไม่พาลูกไปร่วมขบวนกับใคร...เพราะดิฉั้นดุลูกไม่เป็นครานี้ทำไงพ่อก็ไม่ได้ร่วมขบวนมาด้วย...ตกลงกันก่อนเดินทางหนูจ๋าแม่ขอให้ลูกสงบศึกกันชั่วคราวนะคะ..ระหว่างเดินทาง...ค่อยไปเปิดศึกกันอีกทีเมื่อถึงสวนป่าบ้านครูบาฯแล้ว..แม้แต่ตกลงกันกระนั้นแล้ว...เด็กก็ยังคงเป็นเด็กแบบไม่มีเงื่อนไข....เธอปีนขึ้นปีนลงกันสนุกสนานระหว่างเตียงชั้นบนและเตียงชั้นล่างคุยกันลั่นโบกี้รถไฟ...ตักเตือนบ้างเป็นระยะๆ..."หนูจ๋าอย่าเสียงดังมากนะคะเกรงใจคนอื่นเขา" "เราไม่ได้อยู่ในรถไฟตู้นี้คนเดียวนะลูกมีคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย บางคนอาจไม่ชอบเสียงเด็ก...บางคนอาจกำลังปวดหัว...อย่าดังมากนะคะ".....ก็เตือนกันได้แผ่วๆ เท่านี้หล่ะส่วนเธอจะฟังหรือไม่...ก็สุดแล้วแต่...พวกเธอทั้งหลาย...
             กว่าจะตกลงกันได้ว่าใครนอนเตียงล่าง...เตียงบนก็ล่วงไปครึ่งคืน...สุดท้ายดิฉั้นก็เป็นฝ่ายตามใจลูก....น้องปลา(ลูกสาวคนโต)อยากนอนข้างบนแต่อยากให้แม่ขึ้นมานอนด้วย...กลัวตก..."ได้ค่ะเดี๋ยวแม่กล่อมน้องให้หลับก่อนนะแล้วแม่จะปีนขึ้นไปนอนด้วย"...เธอพยักหน้าแต่โดยดีแล้วดิฉั้นก็เผลอหลับไปตกดึก...เสียง"ตุ๊บ"จะเป็นเสียงอะไรไปไม่ได้นอกจากเสียงคนหล่นเตียง..ดิฉั้นทลึ่งพรวดขึ้นมาพร้อมกับคุณรัตติยาโดยมิได้นัดหมายยายปลาลูกสาวดิฉั้นหล่นจากเตียงบน...ลงมาที่พื้นโบกี้รถไฟ.....มิทันได้ถามอะไรเธอลุกขึ้นพร้อมกับพูดว่า.."แม่ลูกตกใจหมดเลย"....ดิฉั้นซึ่งตามัวมองอะไรก็ไม่ชัด(ปกติใส่คอนเทคเลนส์) ไม่ทันได้เห็นสีหน้าเธอถามไปว่า เป็นอะไรหรือเปล่าลูก...."ลูกตกลงมาจากข้างบน" เจ็บตรงไหนคะ..."ที่ก้น"...บีบนวดกันอยู่สักพักเธอก็หลับในเตียงล่างกับน้อง...ดิฉั้นปีนขึ้นไปนอนเตียงบนแทน
             ดิฉั้นนัดหมายกับคุณรัตติยา...พาลูกไปเที่ยวช่วงปิดเทอมกันปีนี้โปรแกรม...มาลงที่บ้านครูบาฯด้วยเพราะอยากให้ลูกๆมีประสบการณ์ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติคุณรัตติยาได้พบกับเพื่อนร่วมก๊วนที่เธอนับถือ ดิฉั้นอยากเรียนรู้ว่าที่มหาวิทยาลัยชีวาลัยเขาทำอะไรกันเด็กๆตื่นเต้น...ตามปกติของการได้เที่ยวร่วมก๊วน...เธอถามตลอดเวลา....ทำไมไกลจังแม่.... แต่ไม่มีใครงอแงสักคนเดียว...
              มาถึงบ้านครูบาฯ...ค่ำมาก "หิวข้าว"เป็นที่สุดเส้นทางอันที่จริงไม่ลำบากแต่เเพราะมืดค่ำมากไม่มีใครให้ถามทาง...ขับรถถามเขามาตลอดทางสุดท้ายที่ยากจะเดา....มีทางแยกซ้าย...ขวา...ทำไงดีไม่มีคนให้ถามสักคนว่าจะไปซ้ายหรือขวา...เอ้าเด็กๆช่วยบอกหน่อย...ซ้ายหรือขวาดี....ขวาดีกว่าเด็กสามัคคีกันตอบแล้วเราก็เลี้ยวขวาตามที่เด็กๆบอก...เข้ามาลึกพอควรพวกผู้ใหญ่เราต่างกังวลว่าจะหลงทาง...พร้อมกับเปรยขึ้นมา"นี่ถ้าหลงทำไง"....เสียงเด็กตอบทันควัน..."ถ้าไม่ใช่ก็กลับไปเลี้ยวซ้ายซิไม่เห็นยากเลย....." 
และแล้วเราก็เห็นแสงไฟ...เย้!ไม่หลงทางแล้วเราพบทุกคนรออยู่....รอกินข้าวกับเรา ดิฉั้นรู้สึกประทับใจมากเป็นมิตรภาพที่งดงามจริงๆ ก่อนหลับเสียงยายปลาถามว่า"แม่แบบนี้ใช่มั๊ยที่ว่าพอเพียง"  ดิฉั้นไม่รู้จะตอบว่าไงยังไม่สรุปจึงพูดกับลูกไปว่า "หลับนะคะลูกพรุ่งนี้เราค่อยไปดูกัน"