ในฐานะสถาปนิกภายใน  ที่เป็นทั้งอาจารย์ และผู้ออกแบบ  ก็มักจะมีคำถามมาอยู่เสมอ ว่า ทำไมต้อง  "ออกแบบ"  จริงๆแล้ว มนุษย์เรา มีกระบวนการและวิธีคิด  เกี่ยวกับการจัดการสภาพแวดล้อม เพื่อการดำรงชีวิตมาเนิ่นนานแล้ว ตั้งแต่เริ่มมีมนุษย์ คนแรก คือตั้งแต่เริ่มไปอาศัยอยู่ในถ้ำ การหาถ้ำที่ดี ที่อยู่แล้วปล่อยภัย  ก็เป็นองค์ความรู้ที่สะสมถ่ายทอดมา จนมาสู่การสร้างเพิงพักชั่วคราว และพัฒนามาสู่การปลูกสร้างอาคาร  สำหรับการออกแบบภายในก็เช่นเดียวกัน  ความรู้เหล่านั้นก็ได้รับการสะสม จนกลายเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง  เวลาที่มีคนมาถามว่า  "ออกแบบตกแต่งให้หน่อยสิ  หรือทำยังไงให้บ้านน่าอยู่ " ซึ่งจะไปจ้างสถาปนิก หรือนักออกแบบ  ก็รู้สึกว่า เป็นเรื่องใหญ่  ไอ้จะขอคำปรึกษา  ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง  จริงๆ แล้ว การตกแต่งภายในของที่พักอาศัยนั้น  ถ้าจะถามว่า มันสำคัญไหม ก็ต้องบอกว่าสำคัญ แล้วสำคัญอย่างไร  .......

     คำตอบหนึ่งที่พอจะอธิบายได้ก็คือ  ถ้ามองว่า พื้นที่ภายในบ้านนั้นคือทรัพยากรกายภาพที่เรามีอยู่  การที่เราจะระดมความต้องการต่างลงไป ในพื้นที่อันจำกัด และในขณะเดียวกันทรัพยากรที่เป็นเงินทอง เวลา ก็มีจำกัดด้วย  การออกแบบ ก็คือการ ประมวล ปัจจัยต่างๆ ที่สำคัญ แล้วหาวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งก็คือการออกแบบ  ส่วนสาระประเภท จะใช้สีอะไร ,หน้าตาอย่างไร  ก็เป็นประโยชน์ใช้สอยด้านจิตใจ และสุนทรียภาพ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ต้องอาศัยการฝึกฝนและพัฒนาทักษะทางศิลปะ  จริงๆแล้ว การซื้อเฟอร์นิเจอร์ มาใส่ เอง  มันก็ไม่ต่างกัน มันก็สามารถ นอนได้ นั่งได้  แต่....... มันก็ ดูไม่สบายตา หรือ ต้องทุบโน้นย้ายนี่อยู่เรื่อย  ซึ่งไม่ผิดนะครับ  เพราะการออกแบบ จริงๆ แล้วมันก็คือ  การเรียนรู้ ลักษณะหนึ่ง ที่ต้องอาศัยประสบการณ์  ซึ่งคนที่เรียนทางด้านการออกแบบ  ก็ใช้วิธีการเรียนที่เรียกว่า "กรณีศึกษา" เพื่อให้เผชิญปัญหาในรูปแบบต่างๆ  แต่คนที่ไม่ได้ศึกษามาทางด้านนี้  ก็ต้องใช้สถานการณ์จริงๆ ทำจริง (จากบ้านตัวเอง) ลองผิดลองถูก  ซึ่งหลายท่านที่เคยตกแต่งบ้านตัวเองจะรู้เลยว่า  ....มันส์...