ปัญหาเด็กติดเกมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและทวีความรุนแรง กลายเป็นปัญหาระดับประเทศและระดับโลก ขนาดมีการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม ของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ต้องยกเป็นกรณีศึกษา
ปัญหาเด็กติดเกม เป็นปัญหาที่มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นตลอดเวลาทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ผลกระทบหรือโทษที่เกิดขึ้นอยู่ในหลายรูปแบบทั้งต่อสุขภาพร่างกายสุขภาพจิต สุขภาพสังคม รวมถึงต่อผลิตของชีวิต เช่น การเรียนตกเสียการงาน หรือเสียความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ด้วยตระหนักในความสำคัญที่จะต้องมีการรณรงค์และวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ได้จัดตั้ง ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม เพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมติดเกม พร้อมทั้งร่วมกันหาแนวทางพัฒนาศักยภาพของครอบครัว
http://www.icamtalk.com/cgap.php
ปัญหาและข้อมูลมีอยู่มากมายศึกษาความเข้าใจปัญหานี้ได้ที่เว็บไซต์
สวัสดีค่ะอาจารย์ ดร. ปรัชญนันท์ นิลสุข
ขอบคุณค่ะ
ปัญหาเด็กติดเกมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและทวีความรุนแรง
อ่านแล้วขนลุกค่ะอ.จ. วิตกจริตถึงหลานเล็กค่ะ 9เดือนเอง
ความคิดเห็น
ปัญหานี้จะลุกลามไปสู่เยาวชนมากมายนัก ทำให้มีแหล่งมั่วสุมที่ร้านเกมส์ เวปไซด์เกมที่สร้างการต่อสู้ทำลายคู่ต่อสู้ สร้างความก้าวร้าว ครอบครัวขาดความใกล้ชิด เล่นเกมส์นานสุขภาพเสือมโทรม
ในส่วนที่ดีก็มีในด้านของการใช้เทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี
การแก้ไข
1. ควบคุมร้านเกมส์อย่างใกล้ชิด ผิดกฎหมายลงโทษสถานหนัก
2. มีการอบรมสั่งสอนที่ถูกวิธีให้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมต้นเลย
3. ควบคุมเวปไซด์ กำกับดูผู้ผลิตเกมส์
4. สือสารมวลชน มีการสร้างทัศนะคติเล่นเกมส์ที่เหมาะสมให้แก่เยาวชน
จริงๆแล้วรากเหง้าของปัญหานี้คงหนีไม่พ้นความไม่เข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ปัญหาวัยรุ่นหนีออกจากบ้าน ติดยา มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ล้วนแล้วแต่มีที่มาเหมือนกัน การเชื่อเพื่อน เห็นเป็นของโก้เก๋ ตามแฟชั่นเป็นเพียงตัวเร่งปฏิกิริยา(catalyze)ให้รวดเร็ว ร้อนแรงมากขึ้นเท่านั้น หากครอบครัวมีกลไกที่ดีในการป้องกันและแก้ไข ปัญหาต่างๆก็คงไม่ลุกลามมากมายขนาดนี้ เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันครอบครัวส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยว ประกอบกับเศรษฐกิจเสื่อมถอย ค่านิยมแบบวัตถุนิยม(materialism) ผู้นำสังคมขาดจริยธรรม ร่วมกับเทคโนโลยีที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้เยาวชนเค้วงคว้าง ขาดความอบอุ่น ไม่มีกิจกรรมร่วมในครอบครัว ขาดพันธะระหว่างรุ่น(generation bonding) ไม่มีต้นแบบที่ดี(role model) ขาดวินัย(indiscipline)ไม่มีที่ปรึกษายามคับขัน(critical period) สับสนทางวัฒนธรรม(cultural shock) ทำให้แม้การเล่นเกมส์ก็ก่อปัญหาได้ คงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลุกขึ้นมาปฏิรูปสังคม หลังจากปฏิรูปทางการเมืองไปแล้ว คำกล่าวที่ว่า ถอยหลังเข้าคลองนั้น หากเป็นคลองที่ร่มรื่น ร่มเย็น น่าพักอาศัย ก็อาจจะไม่เป็นไรถ้าจะถอยหลังสักเล็กน้อย
จริงๆแล้วปัญหาเด็กติดเกมส์นั้นผมว่ายิ่งห้าม ก็เหมือนยิ่งยุครับ ทางที่ดีเราต้องปลูกฝังลูกเรื่องการแบ่งเวลาที่ถูกต้องว่าเวลานี้ควรทำการบ้าน เวลานี้ดูทีวีได้ เวลานี้เล่นเกมส์ได้ เวลานี้ควรอ่านหนังสือ เป็นต้น ส่วนเรื่องไปควบคุมเว็บไซต์นั้นผมว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เหมือนที่กำลังสั่งปิดเว็บไซต์ลามกครับ ถึงเด็กเข้าไปดูไม่ได้ แต่ยังมีให้เห็นกันทั่วไป เช่นตามบ้าน ตามหอพัก คือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวเด็กมากกว่า ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ใช่คัดค้าน แต่เป็นการแลกเลปี่ยนความเห็นมากกว่า เหมือนที่ผมเคยบอกเพื่อนตอนที่น้องสาวเค้าหายไปกับแฟนนานๆ แล้วเค้าว่าน้องประมาณว่าอย่าให้มีอะไรเกินเลย ผมเลยบอกเค้าว่า ตอนนี้เราห้ามไม่ได้แล้ว เพราะเค้ามีตัวอย่างที่ไม่ดีจากเพื่อนๆ และสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเค้า แต่สิ่งที่เราจะทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ จะทำอะไรป้องกันไว้ก่อน คิดถึงพ่อ แม่ พี่ น้อง และตัวเองให้มากๆ
เรื่องนี้น่าสนใจมากเพราะเป็นปัญหาที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว ทำให้เด็กสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ web ของกรมสุขภาพเด็กน่าสนใจทีเดียว มีการแนะนำวิธีที่ผู้ปกครองจะแก้ไขพฤติกรรมติดเกมส์ของเด็กๆด้วยสนใจเข้าไปดูนะครับที่ www.icamtalk.com/cgap.php
สมศักดิ์ จังตระกุล
ปัญหาเด็กติดเกมส์นั้น หากผู้ปกครองมีการแนะนำที่ดีจะทำให้เกิดประโยชน์คือ
1.เด็กมีความชำนาญในการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น
2.ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ อยู่ในคอมพิวเตอร์มากมายสามารถหาได้ง่ายและรวดเร็ว
ปัญหาเด็กติดเกมส์นั้น ปัญหาจากความรู้และความเข้าใจของผู้ปกครอง เกี่ยวกับการมีและการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะเดียวเด็กนักเรียนมีโอกาสได้เข้าถึงหลาย ๆ ด้าน เช่น สื่อต่าง ๆ ดังนั้น ผู้ปกครองคิดว่าลูกสามารถใช้คอมพิวเตอร์เป็น ถือว่าเก่ง แต่ไม่คำนึงถึงผลเสียของการมีและการใช้ ว่าใช้แค่ไหน อย่างไร เวลาไหน การจัดการด้านเวลาในเด็กวัยเรียน วันหยุดเด็กไปที่ไหน ไปทำอะไรบ้าง ผู้ปกครองมุ่งห่วงแต่เรื่องยาเสพติด เพศ แต่ไม่ได้ลงลึกถึงการไปเล่นเกม และการเล่นเกมมันมีผลอย่างไรต่อการเรียน หรือวงจรชีวิตของเด็กแต่ละวัน เข้าใจว่าเด็กอยู่กับคอมพิวเตอร์ไม่มีผลเสียหายอะไร อยู่กับบ้านหรืออยู่กับร้านคอมฯ ไม่เกิดอันตรายแน่นอน ดังนั้นแนวทางการแก้ไข คือ
1. สื่อต่าง ๆ ควรชี้ให้เห็นถึงโทษและคุณของการมีและใช้การใช้คอมพิวเตอร์สำหรับเด็กนักเรียนทั้งในชุมชนผ่านองค์กรชุมชนและสถาบันอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. กฏระเบียบข้อบังคับควรกำหนดเวลา อายุ และมีการประสานงานด้านกฏหมาย ตำรวจควรดำเนินการอย่างเคร่งครัดและจริงจัง
3. ควรมีมาตรการด้านการพนันในการเล่นเกม ว่ามีการพนันหรือไม่อย่างไร บทลงโทษเด็กและผู้ประกอบการอย่างไร
4. การปลูกฝังเด็กนักเรียนในโรงเรียน
5. มีแผนด้านสุขภาพจิตของเด็กในงานอนามัยโรงเรียนและสถานบริการสุขภาพ
The cause of this problem would started from family. Without good family, children tent to addict to game or drug. These game addicters tent to act violately with their parents and people around them. Moreover, they might steal money to buy games. Worse case, they abandon education. Therefore, parent should spend time with their kids and be there when they needed.
ปัญหาเด็กติดเกมส์ โดยส่วนตัวมองว่าไม่ได้มาจากผลกระทบของเทคโนโลยีโดยตรง แต่จุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปัญหาสังคม ปัญหาครอบครัว ที่มีการอบรมเลี้ยงดูเด็กแตกต่างจากสมัยก่อนในส่วนของความอบอุ่นในครอบครัว เทคโนโลยีเป็นเพียงทางออกหนึ่งของเด็กตามยุกสมัย การแก้ไขในระดับนโยบายด้านเทคโนโลยีเป็นเพียงปลายเหตุ จะให้ได้ผลที่แท้จริงต้องใช้ครอบครัวเป็นแกนนำ
ข้อสังเกตุเด็กติดเกม ดูจากเล่นมากขึ้นจนสูญเสียการเรียน การงาน การเรียนแย่ลง มีปัญหาสัมพันธภาพ ไม่กินข้าว เก็บตัว ไม่พูด ไม่จากับใคร เล่นจนกระทั่งควบคุมไม่ได้ หมกมุ่นจนพูดอะไรเป็นเกมหมด การติดเกมหรืออินเทอร์เน็ตมาจากหลายสาเหตุ เล่นเพราะความสนุกมีสีสัน ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเก่ง ได้พยายามและท้าทาย ซึ่งในชีวิตจริงเด็กพวกนี้อาจมีความภาคภูมิใจต่ำ จึงชอบเล่นเกมและพยายามที่จะชนะ สาเหตุสำคัญอีกอย่างคือการขาดวินัย ความรับผิดชอบ ขาดสัมพันธภาพ และการเลี้ยงดูของครอบครัวไม่เหมาะสม ขาดความอบอุ่น พ่อแม่ไม่มีเวลาอบรมลูก หรือเลี้ยงลูกด้วยเกมและทีวี คิดว่าเป็นข้อดี ดีว่าไปติดยา หากเด็กมีวินัยจะทำให้ติดเกมยากเพราะมีงานต้องทำมาก มีการบ้านรับผิดชอบ รัฐเองก็ควรจะเข้ามาดูแลปกป้องเด็กเรื่องเวลาที่ร้านเปิด หรือเพิ่มกิจกรรมกีฬาให้มากขึ้น รวมทั้งสถานที่ ปัญหาที่ตามมาคือทำให้เสียสุขภาพ กิน นอนไม่เป็นเวลา พักผ่อนไม่เพียงพอ นำไปสู่อารมณ์เสีย ก้าวร้าวถูกชักจูงง่าย คบเพื่อนไม่ดี ขโมยเงินพ่อแม่ วิธีป้องกันคือพ่อแม่ต้องทำการตกลงกับเด็กเป็นเวลา เล่นต้องมีวินัย ให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ หรือเบี่ยงเบนความสนใจไปเช่นเล่นดนตรี กีฬา บำเพ็ญกิจกรรมการกุศล ให้ความรัก ความเข้าใจและความอบอุ่นในครอบครัวเป็นเกราะคุ้มภัยที่ดีแก่เด็ก วิธีที่ไม่ความทำอย่างยิ่งคือเก็บเครื่องเข้าห้อง ไล่ลูกออกจากบ้าน
เกม ติดกันทั้งบ้านทั้งเมืองค่ะ สังคมพาไป...เทคโนโลยีเข้าถึงง่ายขึ้น เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองตามยุคตามสมัย ศีลธรรม จรรยาบรรณถดถอย....เกมมีความหลากหลายและน่าหลงไหล เล่นแล้วเพลิน เมามัน เลิกไม่ได้ ต้องการเอาชนะ ขนาดเราโตแล้วยังติดแล้วเด็กจะเหลืออะไร? พ่อแม่น่าเห็นใจ....ก็คงต้องช่วยกันทุกฝ่ายนะคะ ทั้งครู ชุมชน ชมรม สมาคม ผู้ประกอบการ รัฐบาล รวมทั้งคนไทยทั้งชาติ...หันมาใส่ใจกับคำขัวญที่ว่า"เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า" เด็กก็คงกำลังมองเราอยู่ว่าเรากำลังทำอะไร ดังนั้นการเป็นแม่แบบเล่นเกมที่ดี น่าจะช่วยทำให้เด็กสามารถหันมาเล่นเกมที่ดีและถูกต้องเหมือนแม่แบบที่ดีได้นะคะ...ดิฉันเล่นเกมอย่างพอประมาณค่ะ
ปัญหาเด็กติดเกมในปัจจุบัน ในความเห็นส่วนตัวมองว่า ปัญหานั้นไม่น่าจะมีสาเหตุมาจากเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมากขึ้น แต่น่าจะมาจากการที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากกว่า การที่พ่อแม่ต้องทำงานนอกบ้าน ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้มีรายได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัว ทำให้มีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง เด็กๆต้องอยู่กันเองขาดที่ปรึกษา ขาดคำอธิบายจากคนในครอบครัว พ่อ แม่ เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น จึงหาทางออกด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นเพื่อน พราะเขาสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างกับเทคโนโลยีนั้น และมีความเชื่อว่า เทคโนโลยี คือ เพื่อนที่ดีที่สุด ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหานี้ ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากหาก พ่อ แม่ มีเวลาให้ลูก อยู่กับลูกมากขึ้น
ขอนำเสนอมาตรการของจีนในการแก้ปัญหานี้ โดยนำมาจาก นสพ.มติชน วันที่ 17 เมษายน 50 หน้า 21 ชื่อคอลัมน์ว่า "ดัดเด็กติดเกมออนไลน์" ว่า ในประเทศจีน พบว่า ประชากรที่เสียค่าบริการเล่มเกมออนไลน์ มีมากถึง 17.8 ล้านคน 20 % อายุต่ำกว่า 20 ปี และ 10% อายุต่ำกว่า 16 ปี ดังนั้นจีนจึงออกมาตรการหลายอย่าง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รวมถึง การคุมเวลาและการตัดแต้ม คือ กำหนดห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18ปี เล่นเกมส์นานเกิน 3 ชม.ต่อวัน และหากเล่นเกิน 3 ชม. จะถูกตัดคะแนน ที่พวกเขาทำได้ในเกมส์นั้น โดยมี ซอฟท์แวร์ต้านเสพติด(เกม) เป็นกลไกการคมเวลาและตัดแต้ม หากใครที่เล่นเกิน 5 ชม. จะไม่้ได้คะแนนเลย
ซึ่งมาตรการนี้ผู้เล่นเกมส์จะต้องลงทะเบียนเล่นเกมก่อน โดยต้องใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง และกรอกเลขบัตรประชาชนด้วย
รัฐบาลจีนจะให้บริษัทให้บริการเกมออนไลน์รายใหญ่ ดำเนินการโดยเริ่มใช้มาตรการนี้ในวันที่ 15 กรกฎาคม นี้ และหากร้านใดไม่ใช้ความร่วมมือ ก็จะมีมาตรการเด็ดขาดต่อไป
วันนี้ ไม่รู้ว่าในประเทศไทยกำลังใช้มาตรการอะไรอยู่บ้าง ใครรู้ช่วยบอกด้วยก็ดีนะคะ
กรณีเด็กติดเกม ไม่ใช่ปัญหาใหม่สำหรับสังคมไทย แต่เป็นปัญหาที่มีรากเหง้ามาจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และได้พัฒนาให้สามารถเล่นได้ในลักษณะของการออนไลน์ รวมไปถึงการที่มีธุรกิจที่เปิดให้บริการทางด้านนี้มากขึ้น ซึ่งในอดีตเกมที่มีลักษณะเป็นเกมตู้จะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีอยู่ในจำนวนที่จำกัด และมีที่เล่นเฉพาะ หากในปัจจุบันลักษณะการเล่นเกมสามารถเล่นได้ในทุกสถานที่ ดังนั้นผู้ปกครองครวที่จะต้องดูแลและควบคุมให้เด็กในปกครองของตนเองเข้าใจและสอนให้รู้จักการแบ่งเวลา อย่างไรก็ตามเกมไม่ใช่จะเป็นสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป หากมีเกมที่มีลักษณะสร้างสรรค์ก็สามารถช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และสร้างทักษะให้แก่ตนเองได้ โดยส่วนตัวแล้วทุกวันนี้ก็ยังเล่นเกมอยู่ (เพราะเล่นตามหลานและชอบเล่น) แต่จะจัดสรรและแบ่งเวลาให้เหมาะสม ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัว
ขอร่วมคิดอีกครั้งว่า
ปัญหานี้เป็นปัญหาสังคม ที่เกิดขึ้นกับเด็ก (รวมถึงผู้ใหญ่บางคน-ที่ยังเล่นเกมส์อยู่ แม้ว่าต้องรีบทำงานให้เสร็จ)
ที่ผ่านมา หลายฝ่ายตอกย้ำตลอดว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ ครอบครัวขาดความอบอุ่น เป็นความบกพร่องของผู้ปกครองบ้าง เป็นความอ่อนแอในระบบโรงเรียนบ้าง เป็นความบกพร่องทางการจัดการภาครัฐด้าน IT บ้่าง
แต่ข้าพเจ้าอยากเสนอให้ "มองต่างมุม" ว่า จากหลักการด้านพฤติกรรมศาสตร์ ระบุว่า มนุษย์เรามีสันชาตญาณของความเห็นแก่ตัว และ ตามหลักนิเวศวิทยา ว่า "ผู้ที่อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแรงกว่า"
ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอเสนอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ปกครอง ใช้แนวทางการกระตุ้นให้เด็ก มองเห็นภัยที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองในอนาคต ภัยที่เกิดจากการสูญเสียเวลาไป ความอ่อนด้อยประสบการณ์ของเด็กที่ไม่ได้ใช้โอกาสของตัวเอง เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ให้แก่ตัวเองในอนาคต
มาใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยจะได้หรือไม่
การแก้ไขปัญหานี้ ต้องเน้นว่า เป็นการเลือกดำเนินพฤติกรรมของเด็กเอง การจะหยุดเล่น การจะบังคับให้เล่นเป็นเวลา ล้วนแล้วแต่เป็น ความรับผิดชอบของเด็กเองทั้งสิ้น เราควรเน้นให้เด็กได้คิดเอง เลือกทางเดินของตัวเอง และตัดสินใจว่า จะใช้เวลาอยู่หน้าคอมพ์ อยู่อย่างนั้น หรือไปทำกิจกรรมอื่น ที่จะสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเองได้อย่างไร
ท้ายสุด หากเขาจะเลือกดำเนินชีวิตอย่างไร ผลลัพธ์ย่อมเกิดขึ้นกับเขาโดยตรง หาิใช่ผู้ปกครองหรือคนอื่นแต่อย่างไร
ฝากให้ช่วยกันคิด
ปัญหาผลกระทบจากเทคโนโลยี : กรณีศึกษาเด็กติดเกมส์
ก่อนอื่นเราควรจะมาพิจารณากันให้ชัดเจนขึ้นสักหน่อยดีไหมว่าการติด "เกมส์" ที่เรากำลังพูดถึงกันในที่นี้ซึ่งก็หมายถึงเกมส์คอมพิวเตอร์นั้น อันที่จริงไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นแต่ประการใด
คนเราโดยปกติแล้วก็มักจะมีการติดอะไรบ้างสักอย่างหรือหลายอย่างในชีวิต ลองนับดูเล่นๆว่าตัวเราเองเคยติดอะไรมาบ้างในอดีต และปัจจุบัน ก็อาจจะทำให้เรามองปัญหาการติดเล่นเกมส์ของเด็กได้อย่าง "เข้าใจ" มากขึ้น และไม่ตื่นตระหนกไปเกินกว่าเหตุ และสามารถหาทางแก้ หรือบรรเทาปัญหาได้โดยไม่ใช้วิธีการ "ห้าม" ไปเสียทุกอย่าง อย่าไปเอาเหตุผลของผู้ใหญ่ไปประเมินเด็ก
ของทุกอย่างในโลกย่อมต้องมีทั้งประโยชน์และโทษ เกมส์คอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน ถ้าหากบรรดาผู้ปกครองใส่ใจกันสักนิดตั้งแต่ต้น และดูแล ควบคุมให้การเล่นเกมส์เป็นไปอย่างมี "สติ" ไม่มากจนเกินไป ตลอดจนเลือกเกมส์ที่มีประโยชน์มากกว่าโทษ เช่น ไม่เน้นความรุนแรง ลามกอนาจาร หรืออาจเลือกเกมส์ที่สามารถใช้เพื่อการฝึกประสาทสัมผัส ตลอดจนฝึกการตัดสินใจที่เฉียบคมมากขึ้น ท่านทราบหรือไม่ว่านักบินในปัจจุบัน โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่ ล้วนต้องผ่านการฝึกกับ Flight Simulator ซึ่งอันที่จริงแล้วก็เหมือนกับการฝึกเล่นเกมส์ดีๆนี่เอง
ลองถามตัวท่านเองว่าตอนที่ท่านซื้อเกมส์ให้ลูกหลานเล่น ท่านเคยถามหรือไม่ว่าเกมส์ดังกล่าวเป็นเกมส์อะไร เล่นอย่างไร แล้วท่านลองประเมินเองว่าเกมส์ดังกล่าวจะมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะด้านใดได้บ้าง เพราะหลายคนทำเพียงแค่ให้สตางค์ไปซื้อเท่านั้น!
สำหรับกรณีของเด็กไปเล่นตามร้านเกมส์ อาจจะเป็นเรื่องยากที่ผู้ปกครองจะตามไปควบคุม คงจะต้องหวังพึ่งภาครัฐ ที่จะต้องดูแลกันบ้าง ทั้งในเรื่องกฏระเบียบ หรือข้อกำหนดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำหนดเวลาที่เด็กสามารถจะเข้าไปเล่นได้ เช่น เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่ควรให้เล่นเกินกว่า 21.00 น. เนื่องจากยังอยู่ในวัยเรียน ร่างกายจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนมากกว่าผู้ใหญ่ การควบคุมการเปิดร้านก็อาจจะต้องมีเงื่อนไขการขออนุญาติการเปิดร้านเกมส์ที่เข้มงวดไม่น้อยไปกว่าสถานบันเทิงชนิดอื่นๆ
อย่างไรก็ดีหากมองโลกในแง่ดีกันไว้บ้าง การติดเกมส์คอมพิวเตอร์ก็ยังดีกว่าการเสพติดประเภทอื่น เช่น ติดยา ติดการพนัน สามารถจะแก้ไขปัญหานี้ได้ เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลา และความความรักเอาใจใส่ของผู้ปกครองที่มากกว่านี้
คนอื่นไล่เรียงกันเยอะแล้วล่ะครับ ผมคงไม่ได้ว่าอะไรอีก คิดว่าข้อมูลมีเยอะ แต่ที่อยากทราบคือ
แล้ว ใครจะทำ
รัฐ????
พ่อแม่ ผู้ปกครอง????
เด็ก????
ทุกคน????
ผมไม่อยากเห็นว่า มันเป็นการบ่นไปวัน ๆ หรือว่าฝันล้ม ๆ แล้ง ๆ แล้วทุกอย่างก็นิ่ง เกี่ยงกันว่า ทำไมหน่วยงานนั้นไม่ทำ หน่วยงานนี้ไม่ทำ คุณไม่ทำ เขาไม่ทำ ขอบอกตามตรงครับ
ชาติหน้าก็เหมือนเดิม???
จริงๆแล้วการควบคุมไม่ให้เด็กเล่นเกมส์เลยเราเองซึ่งอยู่ในฐานะผู้ปกครองก็สามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ตลอดเลย ดังนั้นเราควรมองอีกแง่นึงคือการสอนให้เด็กรู้จักการแบ่งเวลา เล่นเป็นเล่น เรียนเป็นเรียน แต่ทั้งนี้เล่นเล่นก็ควรให้เหมาะสมไม่มากเกินไป และที่สำคัญผู้ปกครองควรมองแง่ดีหรือประโยชน์ของการเล่นเกมส์บ้าง เพราะเกมส์เดี๋ยวนี้มักจะมีการสอดแทรกเนื้อหาต่างๆซึ่งสามารถประยุกต์,ดัดแปลงมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ยกตัวอย่างเช่น เกมส์ที่เป็นเกมส์ภาษาอังกฤษก็สามารถฝึกหรือทำให้เราเคยชินหรือคุ้นเคยกับสำเนียงอังกฤษซึ่งบางครั้งเราอาจจะไม่รู้ตัว หรือคำศัพท์ต่างๆ อาจจะเป็นศัพท์เฉพาะหรือคำทับศัพท์ซึ่งสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ผมอยากให้ผู้ปกครองหลายๆท่านที่ได้อ่านลองคิดตามวิธีการของผม ก่อนที่จะมองเห็นแต่ข้อเสียของการเล่นเกมส์ การเล่นเกมส์มีทั้งข้อดีและข้อเสียเพียงแต่เราเลือกเกมส์ที่มีเนื้อหาเหมาะสม ให้กับฝึกสมอง การวางแผน ไม่เล่นเกมส์ที่มีเนื้อหารุนแรงหรือออกแนวอนาจาร.
ปํญหาผลกระทบจากเทคโนโลยี %: กรณีเด็กติดเกมส์นั้น คิดว่าเป็นผลจากการที่ผู้ผลิตโปรแกรมเห็นแก่ตัวแทนที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยนำสื่อการสอนเป็นรูปการ์ตูนเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เด็กไม่เกิดความเบื่อ สนใจการเรียน ไม่ใช่ผลิตเกมให้เด็กเกิดการขาดการสื่อสาร เกิดความรุนแรงมากขึ้น เป็นต้น เราสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ถ้าทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง
ธมนวรรณ