หากใช้ให้เป็น ใช้ให้ถูกต้อง มันนำพาความสุขมาให้จริงๆนะคะ
ลืมทาปากยังลืมได้...แต่ไม่เคยลืมโทรศัพท์เลย
มีหลายครั้งที่ครูอ้อยลืมทาปาก ช่างเถอะ ครูอ้อยคิด และรีบขับรถไปโรงเรียนเลย
แต่ หากวันไหนครูอ้อยลืมโทรศัพท์.....ครูอ้อยต้องกลับขึ้นมาบนแฟลตเพื่อนำมันไปด้วย...ขาดไม่ได้เสียเลย
การใช้โทรศัพท์ของครูอ้อย..บอกอย่างไม่อายเลยว่า..มีไว้รับอย่างเดียว...ครูอ้อยจะไม่เคยห่างจากมันเลย เพราะห้อยไว้ที่คอ
ระยะนี้รักมันมาก เพราะครูอ้อยให้พ่อบ้าน ทำให้มันเป็นระบบสั่น...จึงไม่ทำความรำคาญให้เลย....
แต่ครูอ้อยก็พลาดที่จะรับโทรศัพท์จากมิตรรัก เพราะมันสั่นไม่เพียงพอที่จะรู้สึก
เมื่อคืนนี้ ครูอ้อยหลับไปแล้ว ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ตั้งเป็นเสียงเพลงไว้ แสดงว่า ต้องมีใครเปลี่ยนระบบให้แล้ว
และก็จริงๆด้วยค่ะ...โทรศัพท์เป็นสื่อกลาง..นำความรัก ความสุข....มาให้ครูอ้อยอีกในเช้านี้ เพราะครูอ้อยเห็นที่หน้าปัดของโทรศัพท์เขียนไว้ว่า......ถึงจะอ้วน...ก็ยังน่ารัก.....
เป็นฝีมือ..ของพ่อบ้านแน่เลย
เรียนท่านอาจารย์อ้อย
ตามมาเย่ยมยามครับ เช้านี้ไปเยี่ยมคุณแม่มา ตอนนี้ไข้ลงแล้ว หน้าตาสดใจครับ จิตใจเลยค่อยเบิกบานหน่อย
"ถึงปากจะไม่ได้เคลือบสี แต่มีดีที่ ใจ ก็ถือว่าเป็นโชคและวาสนา ที่ได้ครู มีสีที่ใจ สร้างสรรค์" ครับ
คุณพ่อบ้านของครูอ้อยน่ารักจังเลยค่ะ
สะดุดนิดหนึ่งตรงแขวนโทรศัพท์ไว้ที่คอ..เคยอ่านเจอบทความ(จำที่มาไม่ได้...ขอโทษค่ะ)..แนะนำว่า อย่าห้อยโทรศัพท์ที่คอ หรือให้อยู่ระหว่างหน้าอกสำหรับผู้หญิง เพราะมีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม อย่าเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง สำหรับผู้ชาย เพราะเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก....ฟังหูไว้หูก็ได้ค่ะ.....
สวัสดีค่ะคุณขจิต นาย ขจิต ฝอยทอง
สวัสดีค่ะอาจารย์หมอ JJ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ จันทรรัตน์ เจริญสันติ
ขอบคุณค่ะ...ที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ
เข้ามาทักทายค่ะ โทรศัพท์ในสมัยนี้มีความจำเป็นจริงๆนะค่ะ เพราะว่าไม่ว่าคนที่เราคิดถึงจะอยู่ที่ใหน หรือหากมีธุระที่จำเป็นกับใครสักคนและอยู่ห่างไกล การเดินทางไปหาก็มีขีดจำกัดจากการทำงาน การยกหูพูดโทรศัพท์กับบุลคลสำคัญภายในเสี่ยววินาทีก็หายคิดถึงและคุยกันรู้เรื่อง เฮ่อ?สะดวกที่สุดในยุคไฮเทค
สวัสดีค่ะน้อง ตุ๊กตา