รู้สึกและได้คิดว่าแค่เพียงเราฟังด้วยความยินดี ก็อาจทำให้ชีวิตหนึ่งอาจจะดีขึ้นมาได้บ้าง

วันนี้ได้เกิดความรู้สึกดีๆขณะทำงาน 2 เรื่องคือ

 -มีคุณตาท่านหนึ่งเป็นเบาหวาน รับยาประจำ  แต่ว่าท่านต้องมาก่อนนัดเพราะว่ามีอาการใจสั่น เพลีย  กว่าจะได้ตรวจก็9.10 น เมื่อตรวจร่างกาย  ตรวจเลือดแล้ว ก็มีความรู้สึกว่าตาจะกินข้าหรือยังนะ  จึงถามไป  ตาบอกว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้า  จึงได้ชงโอวัลตินที่อยู่ที่โต๊ะทำงานให้ 1 แก้ว หลังจากที่เจาเลือด  มีความรู้สึกปีติ  ในใจ  และอนาคตคิดว่าน่าจะมีการให้บริการเพิ่มเติมกับคุณตา  คุณยาย  หรือผู้ป่วยที่ต้องมาตรวจเลือดแล้วอดอาหารมา โดยเฉพาะพี่น้องชนเผ่าที่อยู่ดอยไกลๆ

  - ก่อนที่จะเลิกงานวันนี้มีผู้ป่วยคนสุดท้าย  เป็นผู้ป่วยทางจิต  ตอนนี้รับยาอยู่  เธอรับยาต่อเนื่อง  เข้าออก รพจิตเวตหลายครั้ง  ตอนนี้อาศัยอยู่ที่วัดโดยการบวชชี  จำได้ว่าเธอเพิ่งจะมาเอายาเมื่อ2 สัปดาห์ที่แล้ว  ตอนนี้จึงถามในใจว่ามาทำอะไรน๊า..  เมื่อไม่ค่อยมีผู้ป่วยจึงเดินเข้าไปทักทายที่โต๊ะคัดกรอง  เธอจึงกล่าวทักทายว่า  วันนี้มีเรื่องไม่สบายใจ  ต้องการมาพูดคุยและเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังงและปรึกษา  หลังจากนั้นผมก็ทำหน้าที่ฟังๆและฟังอย่างตั้งใจ และสนใจเขา พยามให้เขาเล่า  พูดคุยให้มากที่สุด  พร้อมกับให้กำลังใจ  ให้คำแนะนำในทางบวก  จนครึ่งชั่งโมงผ่านไป  การตรวจ(โดยฟังซะส่วนมาก) ก็เสร็จสิ้นลง  เธอกล่าวว่าขอบคุณและรู้สึกสบายใจขึ้นมากแล้ว  และคิดว่าจะอดทนและสู้ต่อไป

     สิ่งสุดท้ายที่ผมฝากเอาไว้และไม่รู้เธอจะทำได้หรือเปล่าคือ ให้เธอเรียนรู้ตนเอง  ฝึกตนเองจากสิ่งที่มากระทบ  หรือสิ่งที่ทำให้ตนเองรู้สึกไม่สบายใจ   สวดมนต์และปฏิบัติธรรมให้มากอย่างเคร่งครัด  และมันน่าจะค่อยๆดีขึ้นเอง

   รู้สึกและได้คิดว่าแค่เพียงเราฟังด้วยความยินดี ก็อาจทำให้ชีวิตหนึ่งอาจจะดีขึ้นมาได้บ้าง