นักวิ่งหน้าใหม่อย่าลืมอบอุ่นร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อ หลังออกกำลังกาย ก็อย่าลืม ผ่อนกาย ( Cool Down ) แล้วยืดกล้ามเนื้ออีกนะครับ การออกกำลังกาย ก็อย่าหักโหม ถ้าจะเพิ่มความหนัก ระยะเวลา ระยะทาง และความถี่ในการออกกำลังกาย ก็ค่อยๆเพิ่ม อย่าให้เกิน 10% ต่ออาทิตย์ ถ้าร่างกายไม่พร้อมก็อย่าฝืนนะครับ อดนอน อดข้าว เป็นไข้ ไม่ค่อยสบาย ก็พักๆบ้าง การออกกำลังกายมีประโยชน์มากก็จริง แต่ก็มีอันตรายอยู่มาก ไม่ควรประมาท

จากบทความของคุณกฤตย์ ทองคง  นักวิ่งอาวุโสคนหนึ่งเล่าไว้ว่า  ในคน 100 คนที่เริ่มวิ่ง  จะเลิกวิ่งภายใน 1 อาทิตย์ประมาณ 90%  อาจจะเป็นแบบที่เคยเล่าให้ฟัง  คือไม่เคยออกกำลังกายเลย  หรือเคยออกแต่เรื้อเวทีไปนาน  วันไหนว่างหรือนึกฟิตขึ้นมาก็แต่งตัวไปออกกำลังกาย  ไม่วอร์ม  ไม่ยืดไม่เหยียดมันละ  ไปถึงสนามหรือสถานที่ที่เลือกไว้ก็เริ่มบรรเลงเลย  ใส่ไม่ยั้ง  ก็ได้เรื่องซิครับ  บาดเจ็บเดี้ยงกลับบ้าน  ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็กระย่องกระแย่งลงจากเตียง  เข็ดการออกกำลังกาย  สาปส่งไปเลย  ใครชวนอีกก็ไม่เอาแล้ว

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">      อีก 9%  จะหายไปหลัง 1 เดือน  เหลือบ้าๆมาวิ่งจนติดเป็นนิสัยเพียง 1 %  ที่เขียน blog ก็อยากให้มีนักวิ่งหรือจะเป็นนักออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นเพิ่มมากขึ้น  และอยากให้ทำอย่างถูกวิธี  ไม่หักโหม  ไม่บาดเจ็บ  ไม่เกิดอันตรายถึงชีวิต</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        ถ้าผ่านด่านมาจนเป็นนักวิ่งหน้าใหม่กับเขาแล้ว  ก็ยังเป็นห่วงนะครับ  ยังอยากเตือนให้ระมัดระวัง  อย่าลืมอบอุ่นร่างกาย  ยืดกล้ามเนื้อ หลังออกกำลังกาย  ก็อย่าลืม ผ่อนกาย ( Cool Down ) แล้วยืดกล้ามเนื้ออีกนะครับ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        การออกกำลังกาย  ก็อย่าหักโหม  ถ้าจะเพิ่มความหนัก  ระยะเวลา  ระยะทาง  และความถี่ในการออกกำลังกาย   ก็ค่อยๆเพิ่ม  อย่าให้เกิน 10% ต่ออาทิตย์  ถ้าออกกำลังกายแล้วมีอาการเตือน  เช่น เวียนศีรษะ คลื่นใส้  จะเป็นลม  หายใจไม่ออกหรือหายใจไม่ทัน  ใจสั่น  แน่นหรือเจ็บหน้าอก  หูอื้อ  ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ได้  ให้ค่อยๆลดความเร็วลง  จนเป็นการเดิน  แล้วค่อยพัก  ถ้าอาการยังไม่หายต้องรีบไปปรึกษาแพทย์  ถ้าอาการดีขึ้นต้องลดความหนักลงในวันต่อๆไป</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        นักวิ่งหน้าใหม่หรือแม้แต่นักวิ่งที่มีประสบการณ์มากๆ  แต่ถ้าประมาทหรือไม่ระวังก็อาจเกิดอาการบาดเจ็บหรือบางครั้งอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต  นักวิ่งมาราธอนที่เสียชีวิตระหว่างฝึกซ้อมและระหว่างแข่งขันก็มีข่าวเป็นระยะ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        อันตรายไม่ได้เกิดเฉพาะการออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป  การผ่อนกาย ( Cool Down )  ก็มีความสำคัญไม่น้อย  บางครั้งก็มีธุระ  รีบกลับบ้าน  เลยไม่ผ่อนกาย  ออกกำลังกายเสร็จก็รีบกลับบ้านเลย  อาจเกิดอันตรายได้  เพราะขณะที่วิ่งอยู่เลือดแดงจะมาเลี้ยงที่ขามาก  และเลือดดำจะไหลกลับหัวใจอย่างรวดเร็วจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อขา  ถ้าหยุดวิ่งกระทันหันโดยไม่ผ่อนกาย  กล้ามเนื้อขาจะคลายตัว  เลือดดำจะไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้น้อย  ทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงสมองไม่พอ  ทำให้เกิดอาการวูบ  หมดสติได้  และถ้าเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ  อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        อันตรายอีกอย่างที่เกิดขึ้นขณะออกกำลังกายเช่นเชือกผูกรองเท้าหลุด  หรือสิ่งของตก  ก็อาจเกิดอันตรายได้ขณะที่หยุดเพื่อผูกเชือกผูกรองเท้าหรือหยุดเพื่อก้มลงเก็บของ  หรือนักจักรยานที่ต้องหยุดหรือลงจากรถกระทันหันก็อาจเกิดอาการหน้ามืด  วูบ  หมดสติ  หรือเกิดอาการขาดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        เวลานักวิ่งกำลังวิ่งอยู่  แล้วมีคนเรียกให้หยุดเพื่อคุยธุระ  นักวิ่งก็จะไม่หยุดนะครับ  ไม่ใช่หยิ่งไม่คุยด้วย  แต่นักวิ่งกลัวจะเกิดอันตรายครับ  โดนด่าบ่อยครับกำลังห้อเต็มเหยียด  ชาวบ้านบอกเจอพอดีขอร้องเรียนหน่อย  ขนาดบอกว่ารอหน่อย  ให้หยุดทันทีเดี๋ยวตายเอา  พวกก็ไม่ฟังหาว่าหยิ่ง  ไม่รับฟังความเดือดร้อนของประชาชน  เวรกรรม  อยากให้เข้าใจหน่อยนะครับ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          อีกอย่างที่อยากเตือนก็คือ  ถ้าร่างกายไม่พร้อมก็อย่าฝืนนะครับ  อดนอน  อดข้าว  เป็นไข้  ไม่ค่อยสบาย  ก็พักๆบ้าง  เคยฝืนแข่งวิ่ิงระยะทางแค่ 10 กม. ทั้งๆที่ครั่นเนื้อครั่นตัวเล็กน้อย  วิ่งได้ 4 กม. ก็รู้สึกร้อน  ไม่มีเหงื่อออกเลย  ( เป็นอาการเริ่มๆของลมแดด )  ดีที่แก่วิชาเลยหยุดแล้วดื่มน้ำ  เช็ดตัว  เลยรอดตัวไป  ไม่งั้นอาจไข้ขึ้นสูง  เพ้อ  จำบ้านเลขที่ไม่ได้  อาจถึงตายได้</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        มีเพื่อนนักจักรยานรุ่นเก๋า  ถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยอาการหมดสติ  วูบไปหลังออกกำลังกาย  ดีว่ามีเพื่อนไปด้วยกันเลยช่วยพาส่งโรงพยาบาล  เจอกันหลังจากออกจากโรงพยาบาล  ถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น  ได้คำตอบว่าอดนอนหลายวัน  แต่ก็อยากปั่นจักรยานเลยเอาซะหน่อย  ก็เลยเกิดเรื่อง  ไม่เข็ดครับยังปั่นอยู่เลย  แต่บอกว่าถ้าร่างกายไม่พร้อมก็จะพักผ่อน  ไม่ฝืนออกกำลังกายอีกแล้ว  เพราะไม่แน่ใจว่าเที่ยวหน้าจะโชคดีเหมือนที่ผ่านมารึเปล่า  และแนะนำว่าควรมีเพื่อนไปออกกำลังกายด้วย  หรืิอออกกำลังในสถานที่ที่มีคนมากๆ  ไม่ควรไปในที่เปลี่ยวเพราะถึงรอดจากการถูุกจี้ถูกปล้น  เวลาเกิดปัญหาก็จะไม่มีใครช่วยพาส่งโรงพยาบาล</p>         สรุป  การออกกำลังกายมีประโยชน์มากก็จริง  แต่ก็มีอันตรายอยู่มาก  ไม่ควรประมาท  ให้ระมัดระวัง  ทำตามขั้นตอน  ไม่หักโหม  ไม่ฝืนร่างกาย  ขอให้สุขภาพดี  มีความสุข  อยู่ออกกำลังกายกันจนแก่จนเฒ่านะครับ