อาชีพการเพาะเห็ดสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนได้เนื่องจากเห็ดเป็นทั้งอาหาร สมุนไพร และสร้างกลุ่ม
วันนี้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเห็ด ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรตำบลเม็กดำ อำเภอพยัคภูมิสัย จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 50 คน ณ มหาชีวาลัยอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่เช้ายันค่ำ นับเป็นบรรยากาศที่มีความสนุกสนานมากไม่น่าเบื่อ ซึ่งจริงๆแล้วหากผมดำเนินรายการแบบนี้กับกลุ่มอื่นๆ ที่ผ่านมาผมคิดว่าน่าเบื่อตายเลย แต่ที่นี่ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะว่าทุกคนที่มาล้วนแต่มีความตั้งใจในการที่จะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องกระบวนการการผลิตเห็ด ผมจึงคิดว่าสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือ " ใจ"เพราะเมื่อหากทุกคนมีใจที่จะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือแม้กระทั่งการมาอบรมก็ตามที หากไม่มีใจ หรือใส่ใจในเรื่องที่มา ทุกสิ่งทุกอย่าง"จึงไร้ค่า"สู้ดีว่านอนอยู่บ้านซะยังจะดีกว่า

เมื่อมาด้วยใจทุกสิ่งทุกอย่างจึงทำด้วยใจจึงไร้ปัญหาใดๆ ตามมากระบวนการเรียนรู้เป็นไปด้วยความชื่นมื่น และสุดท้ายคิดว่าในการเพาะเห็ดนั้นมีข้อดีหลายประการ เช่น

1. การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น

2. การสร้างฐานทรัพยากรในชุมชน

3. การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

4. การสร้างแหล่งอาหารอันโอชะในชุมชน

5. การสร้างอาชีพในชุมชน

6. การสร้างกลุ่มและเครือข่ายเพื่อความพอเพียงในชุมชน

จากแนวทางการผลิตดังกล่าวทำให้ผมมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นครับว่า

"เห็ด" ไม่ใช่เพียงแต่ที่เรารู้จักว่าเป็นอาหารและสมุนไพรเท่านั้น หากแต่ว่าเห็ดได้มีมีวามผูกพันธ์กับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ทำให้เกิดวัฒนธรรมการบริโภค การสร้างเครือข่าย และการสร้างฐานทรัพยากรชุมชนให้มีความพอเพียงและยั่งยืน<p>ขอบคุณครับ</p>

อุทัย อันพิมพ์

</font><p>29 มีนาคม 2550</p>