ในที่สุด สิ่งที่ผมกลัว ก็เริ่มเป็นจริง

วันนี้ เวบบอร์ดวิชาการของคณะที่ผมดูแลส่วนเนื้อหาอยู่ โดนบ้อมด้วยสแปมแบบความถี่สูง วันเดียวหลายร้อยกระทู้ ทำลายทุกสถิติที่เคยเจอมาของตัวเอง

โชคดีนิดหน่อย ที่มีระบบลบแบบเหมามาช่วยไว้ได้ ก็เลยใช้เวลาจัดการไม่นาน ที่นานคือต้องสแกนดูเผื่อมีหลุดมีพลาด

แต่ที่น่ากลัวก็คือ สแปมรุ่นนี้ ส่อเค้าว่ามีวิวัฒนาการไปมาก

วิวัฒนาการที่ว่าคือการปรับตัวปลอมแปลงให้เสมือนหนึ่งเป็นข้อความปรกติที่มีความหมาย ซึ่งก็เหมือนการล่องหนไปจากการตรวจจับ โดยไปเอาข้อความวิชาการมาจากไหนก็ไม่รู้ มากลบซ่อนคลุมมันไว้อีกที มีการยกเอกสารอ้างอิงมาใส่ด้วย แต่อ่านแล้วไม่รู่เรื่อง มันตัดมาแบบหยิบ ๆ สุ่ม ๆ ซึ่งผมเชื่อว่าระบบลบแบบกลุ่มที่อัลกอริธึมไม่ดีพอ จะไม่คิดว่านี่คือสิ่งที่ต้องลบ ทำให้กลายเป็นรุ่นที่อยู่รอด และดื้อยามากขึ้นเรื่อย ๆ แม้รุ่นนี้จะยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ถือการการปรับตัวครั้งแรก ที่คงต้องจับตา

(ไม่ใช่ว่าอัลกอริธึมที่ใช้อยู่จะดีนะครับ มันเพียงใช้วิธีว่า สงสัยนิดเดียวก็ลบไว้ก่อนเลย แล้วค่อยใช้คนมาสั่งกู้คืนถ้ามันตัดสินใจผิด)

กรณี spam นี่ สะท้อนให้เห็นว่า แนวคิดด้านมืดที่จะทำตัวเป็นกาฝาก เป็นสิ่งที่คู่มากับสังคมสิ่งมีชีวิตโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตชีววิทยา หรือสิ่งมีชีวิตไซเบอร์ (เรื่อง spam นี่ผมกล่าวถึงไว้หลายครั้ง ลองดูจากสารบัญที่นี่นะครับ)

อาซิมอฟเขียนนิยายชุดหุ่นยนต์มานาน แนวคิดเรื่องกฎสามข้อสำหรับการเป็นเบาะรองรับความปลอดภัยของมนุษย์ กลับดูเหมือนน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแง่ที่เตือนว่า “ปลอดภัยไว้ก่อน” แม้ว่าคงจะนำมาใช้ในรูปแบบที่ต่างออกไป<p>ตอนอินเตอร์เนคกำเนิดขึ้นใหม่ ๆ คนที่สร้าง เน้นการใช้สอย ไม่คิดเผื่อวันข้างหน้าที่จะมีคนเอาไปใช้โกงคนอื่น พอระบบอยู่ตัว คิดจะกลับไปแก้โปรโตคอลรับส่งข้อมูล ก็ยากแล้ว หืดขึ้นคอกันทุกย่างก้าว </p><p>ใครที่ทำเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) แล้วบอกว่า AI เป็นระบบที่ไม่มีวันประพฤติตัวเกเรกับมนุษย์ คงต้องทบทวนรากฐานความเชื่อกันหน่อยกระมังครับ  </p><p>ไม่ใช่ต่อต้าน AI นะครับ แต่เตือนว่า อย่ามองโลกด้านเดียวแบบฝันหวานมาก สแปมคือข้อพิสูจน์ที่มีชีวิตครับ</p>