การจัดค่ายพักแรมกลางแจ้งครั้งนี้ จึงเป็นทั้งกลไกและกุศโลบายหนึ่ง ในการดึงเด็กเข้าสู่การเป็นผู้รังสรรค์งานสื่อเล็กๆในรูปการทำหนังสือทำมือ โดยอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทั้งในหมู่เด็กเอง และความร่วมใจร่วมมือของคนในชุมชน

ตามโปรแกรมที่วางไว้ นี่เป็นค่ายพักแรมกลางแจ้งกลางป่าเขาค่ายแรกของ โครงการหนังสือทำมือ สื่อเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์สัมพันธ์ที่เราได้รับการสนับสนุนมาจากแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.)

ถ้าอ่านต่อเนื่องจากบันทึกคราวก่อนๆ จะเห็นว่ามีกระบวนการเตรียมค่ายที่ดึงเอาชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว ซึ่งก็โชคดี ที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังมีชุมชนที่มีแกนนำเข้มแข็งและเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กอยู่หลายหมู่บ้าน และบ้านห้วยน้ำโป่ง ก็เป็นหมู่บ้านแห่งแรก ที่เราเลือกทดลองทำค่ายในรูปแบบนี้ขึ้น 

หมู่บ้านห้วยน้ำโป่ง เป็นหมู่บ้านชาวลัวะครับ นอกเหนือจากทีมผู้นำชุมชนจะเป็นผู้มีอุดมการณ์แล้ว สภาพดิน น้ำ ป่า ที่นี่ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ทั้งยังคงมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่องราว โดยเฉพาะที่เราสนใจคือภูมิปัญญาเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก และการมีส่วนร่วมของเด็กในงานพัฒนาชุมชน อย่างการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และผู้นำชุมชนเองก็มีความคุ้นเคยกับตัวผมเองอยู่ในระดับหนึ่ง ก็เลยคุยกันเรื่องค่ายได้ไม่ยาก เพราะแนวทางการพัฒนาเด็กที่เรามองอยู่ ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ เคียงคู่คุณธรรม โดยบูรณาการจากขุมความรู้ในชุมชน แบบนี้ไปด้วยกันได้ 

ทีแรกทางศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว. ภาค) สนใจจะขอร่วมค่ายด้วยเพื่อสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม แต่ก็ขัดข้องทางเทคนิค ทำให้มาไม่ได้ ผมก็เลยยกยอดมาถ่ายทอดกันตรงนี้ แม้จะไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ก็น่าจะทำให้เห็นภาพรวมของกระบวนการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่เรากำลังเดินอยู่  และน่าจะเป็นประโยชน์แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เดินอยู่บนเส้นทางสายเดียวกันนี้ 

โดยทั่วไป การทำหนังสือทำมือนั้นไม่ยาก คือ นึกอยากทำก็ซื้อวัสดุมาทำ ทำเก๋ๆสวยๆก็อาจจะตั้งราคาวางขายกันก็มี แต่สำหรับหนังสือทำมือที่ทางโครงการเราทำอยู่นี่ ไม่ได้ทำในลักษณะปัจเจกครับ แต่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งในแง่การผลิต ที่เด็กต้องร่วมกันทำ และในแง่ของข้อมูลที่เด็กต้องร่วมกันค้นหา เรียนรู้จากชุมชน

เด็กจึงไม่เพียงต้องร่วมมือกัน สมัครสมานกัน แต่พวกเขาต้องรู้จักที่จะร่วมมือกับชุมชนด้วยจึงจะได้ข้อมูลมาเป็นวัตถุดิบในการเขียน 

ผมกับแกนนำยาวชน และผู้นำชุมชน ร่วมกันออกแบบให้ ค่ายพักแรมอย่างนี้ ต่างจากค่ายพักแรมทั่วไปที่สถานศึกษาจัดเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมกับชุมชน การจัดให้เด็กมีความหลากหลาย ทั้งในแง่ความเป็นชาติพันธุ์ ระดับชั้นการศึกษา เพศ ศาสนา การฝึกให้ดำรงชีวิตในป่า การสร้างวินัยเชิงบวก คือวินัยที่ออกมาจากความเต็มใจของเด็กๆเอง ทั้งยังเน้น บรรยากาศที่ผ่อนคลาย สนุกสนาน และสอดแทรกสาระสอนชีวิต 

 

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">จะทำหนังสือทำมือแบบนี้ได้ ต้องเริ่มจากการนำใจดีๆมาปั้นรวมกันก่อน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>การจัดค่ายพักแรมกลางแจ้งครั้งนี้ จึงเป็นทั้งกลไกและกุศโลบายหนึ่ง ในการดึงเด็กเข้าสู่การเป็นผู้รังสรรค์งานสื่อเล็กๆในรูปการทำหนังสือทำมือ โดยอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทั้งในหมู่เด็กเอง และความร่วมใจร่วมมือของคนในชุมชน หนังสือจึงจะสำเร็จ    <div style="text-align: center"></div>     <div style="text-align: center">    </div><p></p><p>ต้องขอบคุณชุมชน ทีมวิทยากรทั้งในพื้นที่ และที่เป็นแขกรับเชิญ รวมถึงแหล่งทุนสนับสนุน ที่ทำให้เกิดกิจกรรมที่น่าประทับใจอย่างนี้ขึ้น    </p><p></p><p> </p><p><div style="text-align: center"></div></p><p></p><p>   </p><p> </p><p> </p><p> </p>และต้องไม่ลืมปรบมือดังๆให้กับเด็กๆที่พวกเขาสามารถแสดงฝีมือในการร่วมสร้างสรรค์ค่ายเล็กๆกลางดินกลางทราย ให้กลายเป็นวิมานไพรได้อย่างเกินที่ผู้ใหญ่อย่างผมและทีมวิทยากรคาดหมาย   <p>   </p><p>  </p><p></p><p>สัปดาห์หน้า หนังสือทำมือชุดแรกของโครงการจะออกมาอวดโฉมแล้ว คงมีอะไรมากมายที่เราจะได้เรียนรู้ผ่านมุมมองของเด็กเหล่านี้</p><p><div style="text-align: center"></div></p><p></p>