การปลูกพืชเพื่อให้เกิดความเกื้อกูลทั้งระบบ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษา และสร้างความชัดเจนให้กับตน

เมื่อตอนบ่ายผมมีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชผักในแปลงของพ่อเขียว เสงี่ยมทรัพย์ พ่อสมาน ชารัมย์ และพี่น้องอีก 3 ครอบครัว รวมพื้นที่การผลิตกว่า 12 ไร่ แห่งบ้านหนองดวน ตำบลเมืองแก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้มีการวางแผนการปลูกพืช และการให้น้ำอย่างเป็นระบบ

เป็นที่น่าสังเกตครับว่า ความเหนียวแน่นในระบบเครือญาติยังมีให้เห็นในสังคมชนบท ด้วยเหตที่ว่าการผลิตพืชที่สวนแห่งนี้ดำเนินการผลิตในระบบเครือญาติ ที่เอื้อปัจจัยการผลิตพื้นฐานต่อกัน แบ่งกันปลูก แต่รวมกันจำหน่าย เพื่อดำเนินการทุกวิถีทางในการลดต้นทุนการดำเนินการ นับว่าเป็นวิถีการทำงานที่ค่อนข้างจะหายากในสังคมทั่วไป โดยเฉพาะในสังคมเมือง

การผลิตที่เอื้อระบบความพอเพียงในครอบครัว เป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างยิ่งครับสำหรับระบบคิดของเกษตรกรที่สามารถอธิบายหลักการผลิตได้อย่างชัดเจน และมีความเชื่อมโยงกันในระบบการผลิตที่เน้นการเกื้อกูลในระดับครอบครัว โดยจะเน้นการผลิตที่มีความหลากหลาย และจัดระดับความสำคัญของการผลิต และแบ่งระดับได้อย่างชัดเจนคือ มีการผลิตพืชหลัก คือมะเขือเทศ พืชรองคือแตงกวา และข้าวโพด พืชเสริมพริกและพืผักสวนครัว

ความสำคัญของระดับ จากแนวคิดดังกล่าวของทีมงานพ่อเสงี่ยม กล่าวว่าในการปลูกพืชให้มีความหลากหลาย และมีอายุที่แตกต่างกันนั้นสามารถที่เกื้อกูลกันได้อย่างดีทั้งในระบบพืช และคนปลูก เนื่องจาพืชหลักที่เป็นมะเขือเทศนั้นจะมีอายุยาวการเก็บผลผลิตต้องใช้เวลานาน แต่มีปริมาณการปลูกมาก อีกทั้งคาดว่าจะสามารถให้ผลผลิตและรายได้ที่มากกว่าพืชชนิดต่างๆ ข้าวโพด และแตงกวา เป็นพืชรองเนื่องจากมีอายุที่สั้นกว่า สามารถนำมาบริโภค และสร้างรายได้ที่เร็วกว่าทำให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนในการซื้ออาหาร และปัจจัยการผลิตอื่นๆ ได้ พริกและพืชผักสวนครัว เป็นการปลูกเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือนเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผลผลิติออกมาปริมาณมากก็สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี

การเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผมสามารถที่จะเข้าในในวิธีแห่งการทำงานอย่างเป็นระบบได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบการจัดการความรู้กับระบบเครือญาติ การจัดการความรู้ในระบบการผลิต การตลาด ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่กระบวนการแห่งการพัฒนาตน และชุมชนต่อไป

ขอบคุณมากครับ

อุทัย อันพิมพ์

23 มีนาคม 2550