เสียงบ่นจากคุณยายวัย 64 ปี ผ่านมาทางสายโทรศัพท์ว่า .ขึ้นต้นด้วยคำถามว่า "หนูๆ....เด็กสมัยนี้ทำไมเป็นวัวลืมตีน" เป็นลักษณะเชิงตำหนิ ไม่พอใจมาก

หลังจากกลับมาจากไปเยี่ยมค่ายอาสาที่ อ.ยางสีสุราช   นั่งลงสักพักเสียงโทรศัพท์สายด่วนดัง กริ๊ง...กริ๊ง... เป็นเสียงบ่นจากคุณยายวัย 64 ปี  ผ่านมาทางสายโทรศัพท์ว่า .ขึ้นต้นด้วยคำถามว่า  "หนูๆ....เด็กสมัยนี้ทำไมเป็นวัวลืมตีน"  เป็นลักษณะเชิงตำหนิ  ไม่พอใจมาก   การเริ่มสนทนาโดย

 ดิฉัน :  ถามว่า คุณยายรู้สึกไม่พอใจคำพูดของนิสิต

คุณยาย:  ใช่ค่ะ    ดิฉัน : คำพูดอย่างไงที่ทำให้ไม่ชอบ  เหตุการณ์อะไรหละ 

คุณยาย:  เสียงอ้ำอึ้ง..เอ้อ.. เล่าว่า ขณะที่มาติดต่อธุระในห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ให้บริการของ มมส.  มีนิสิตสาวคนหนึ่งมาติดต่องานและกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน ถามว่า หนูยังไม่กลับบ้านหรือคะ     นิสิตพูดว่า ยังไม่กลับค่ะ    "เพื่อนหนูจะมารับ ไม่อยากไปรอเพื่อนอยู่ข้างนอก กลัวร้อน แดด

คุณยายรู้สึกอึ้ง...เมื่อได้ยินคำพูดของนิสิต   กลับนึกถึงลูกของตนเองทันทีว่า  ถ้าลูกสาวของเราพูดแบบนี้ จะเสียใจมาก เสียชาติกำเนิดที่เกิดเป็นคน

ที่โทรศัพท์มาบ่น เพราะ  หนักใจและจำทำอย่างไรที่จะให้นิสิตได้รู้จักตัวเองบ้าง  การที่มีความคิดแบบนี้ไม่น่าใช่ที่จะเป็นนิสิตเลย   อนาคตต่อไปคงจะลำบากมาก   เพราะไม่สู้งาน  

น่าจะคิดบ้างว่าเราอยู่ในฐานะอะไร   คนทำงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง   ที่เขาจะต้องเลือกได้   แต่นี่..เป็นนิสิต...ที่แบมือขอเงินพ่อแม่มาเรียน    การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยจะต้อง เจอเผ็ด ร้อน เปรี้ยว หวาน หลากหลายรสชาด  คุณต้องรับได้  จะเอ่ยอะไรอยากจะให้คิดและประมาณตนเองบ้าง  คิดว่าตนเองจะต้องละอายใจ เพราะคนรอบข้างมีมากมาย  ที่เขาจะต้องได้ยินคำพูดของนิสิตแบบนี้

จะสอนอย่างไรให้นิสิตได้ตระหนัก และอดทน  ต่อสู้กับงานต่างๆได้ ไม่ได้ใช่ว่าเกิดมาพร้อมกับความสะดวกสบายมีแอร์ มีทุกอย่าง  พ่อแม่กว่าจะได้มา แต่ละอย่างมาด้วยความลำบาก   สามารถทำนายอนาคต   เด็กที่พูดแบบนี้ หนักไม่เอาเบาไม่สู้  อนาคตจะต้องลำบาก 

บางคนเกิดมาในตระกูลที่รวยแสนรวย เขายังไม่กล้าพูดแบบนี้เลย หลังจากที่คุณยายได้ระบายความอึดอัดใจ ยังไม่ทันได้ขอบคุณเลย   ..สายโทรศัพท์ ของคุณยายก็หลุดไป...

นี่เป็นเสียงสะท้อนหนึ่งจากคุณยาย....รายรอบมมส.   ผ่านมาทางสายด่วนมมส.  เพื่อที่ให้ข้อคิด ข้อแนะนำ สิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา  ในการวางตัว และการให้ชีวิตของนิสิตในมหาวิทยาลัย ที่ชอบความสบาย  งานหนักไม่เอา งานเบาไม่สู้  เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ง่าย ในการวางตัวของนิสิต  ที่ไม่รู้จัการประมาณตัวเอง  คงจะขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำงานกับนิสิต  

 เป็นไปได้ ต้องช่วยกันให้คำแนะนำ   ชี้แนะนิสิตที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ให้รู้จักตนเองและปรับปรุงตัวเอง  ให้วางตัวในทางที่เหมาะสม  เพราะคนรอบข้างเป็นกระจกเงาที่ดีในการสะท้อน การแสดงออก คำพูด พฤติกรรมของท่านอยู่   ต่อไปนิสิต จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่  ที่ดีและทำงานร่วมกับผู้อื่น  มีคุณธรรม จริยธรรม ในสังคมต่อไป

23 มีนาคม 2550