เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาพี่ชายของผม (อ้ายฮัก) ที่กำลังเรียนปริญญาเอก สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะศิลปะประยุกต์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (รับทุนพัฒนาอาจารย์จาก มมส. คณะวิทยาการสารสนเทศ สาขาสื่อนฤมิต) มาพักที่บ้านผม และจะมาอยู่ที่มหาสารคามประมาณ 1 เดือน เพื่อมาขอใช้ห้องปฏิบัติการของศูนย์นวัตกรรมไหม ทำต้นแบบวัสดุไปนำเสนอความคืบหน้ากับกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์

พอวันเสาร์ตอนบ่ายแก่ๆแดดร่มลมตก เราก็ขับรถออกชานเมืองตระเวนหาวัตถุดิบหลัก คือ ไมยราบยักษ์ กระถินยักษ์ ผักตบชวา จึงไปพบแหล่งของแต่ละอย่างดังนี้

ไมยราบยักษ์ พบมากตามริมแม่น้ำชี ตัดยากมากต้องสวมถึงมือป้องกัน เนื่องจากมันมีหนามแหลมรอบลำต้น

กระถินยักษ์ พบมากตามรั้วบ้าน บริเวณที่มีคนอาศัย ก่อนจะตัดต้องไปบอกกล่าวคนแถวนั้นก่อน เพราะบางบ้านปลูกไว้กินกับส้มตำ

ผักตบชวา พบเกือบทุกหนองน้ำทั่วไป ตามริมฝั่ง พี่ผมบอกว่าพืชชนิดนี้สายพันธุ์ครั้งแรกมาจากอินเดียโดยขุนนางชาวไทย ที่นำเข้ามาเพราะชอบความสวยของดอก เอามาปลูกในวัง บังเอิญปีนั้นเกิดน้ำท่วม ผักตบชวาจึงแพร่พันธุ์ออกไปทั่วประเทศไทย

ในวันเสาร์นี้เราได้วัตถุดิบไม่มากนัก เนื่องจากค่ำแล้ว ประกอบกับเราขับรถยนต์ไป ไม่สามารถเข้าหมายได้สะดวก

วันต่อมาเราไปตัดกันแต่เช้า แต่ใช้วิธีขี่มอเตอร์ไซต์กันไป ตัดกองๆไว้เยอะแล้วค่อยกลับมาเอารถยนต์ไปขนกัน

กระบวนการต่อไปพี่ผมบอกว่า

สำหรับ ไมยราบยักษ์ กระถินยักษ์ จะเราะเอาเส้นใยบริเวณเปลือก แล้วนำไปแช่โซดาไฟ ที่ซื้อมาจากร้านวัสดุก่อสร้าง พร้อมทั้งปิ๊บซื้อมาจากร้านส้มตำ

สำหรับ ผักตบชวา จะนำไปตากแดดจนแห่ง นำไปแช่โซดาไฟ

จากนั้นนำมาฟั้น ขึ้นรูป และลองนำไปทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก่อนนำเสนออาจารย์

เหตุผลที่ต้องใช้ไมยราบยักษ์ กระถินยักษ์ ผักตบชวา เนื่องจากเป็นพืชที่มีมากในท้องถิ่นบ้านเรา และไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าใดนัก ตรงกันข้ามถ้ามีมากๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติได้

KPN