งานที่เราทำก็จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง เพราะเราไม่ได้เป็นคนไปคิดให้เขา

          เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้มีโอกาสไปดูชาวบ้านเขาสร้างเตาเผาถ่านที่ข้างๆ สวนของผมเอง  เลยได้ห็นการจัดการความรู้ของชาวบ้าน  ซึ่งเป็นไปอย่างธรรมชาติมาก

          เรื่องมีอยู่ว่าทิดสนิทต้องการนำต้นมะม่วงในสวนไปทำเป็นถ่าน และกำลังสร้างเตาและทดลองการเผาถ่าน (ซึ่งยังไม่เคยทำมาก่อน)  ผมก็เลยลองถามเขาว่าแล้วไปได้วิธีการสร้างเตาและวิธีการเผาถ่านมาจากไหน  คำตอบที่ได้ก็คือก็ไปถามเอาจากเพื่อนบ้านที่เคยเผา  ถามคนโน้นบ้าน คนนี้บ้าง แล้วก็นำมาสร้าง และทดลองสร้างดู

  • เตาเผาถ่านที่กำลังทดลองทำเป็นครั้งแรก
  • ในขณะที่กำลังทดลองจุดเตาเผาครั้งแรก เพื่อนบ้านคือลุงจันทร์(คนซ้ายมือ) ก็มาดูและคอยแนะนำเทคนิคต่างๆ
  • ลักษณะของการจุดเตาครั้งแรก (ควันขนาดนี้ยังถือเตายังไม่ติด)

          บันทึกนี้ไม่ได้บันทึกเกี่ยวกับองค์ความรู้ของการเผาถ่านแต่อย่างใด เพียงแต่บันทึกมาเพื่อเล่าต่อว่า โดยธรรมชาติแล้วชาวบ้าน/เกษตรกร เขาก็มีวิธีการหาความรู้และ ลปรร.กันอยู่แล้ว  หากความรู้ใดที่เขาอยากรู้เขาก็จะต้องการความรู้หรือขนขวายหาแหล่งความรู้-ความรู้นั้นมาใช้จนได้    

          ทำให้หันมามองตนเอง  ในฐานะนักพัฒนา/นักส่งเสริมการเกษตร  หากเราสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการจำเป็นของชาวบ้าน/เกษตรกรอย่างแท้จริงได้  แล้วเชื่อมประสานชาวบ้าน/เกษตรกรเข้ากับแหล่งความรู้นั้นๆ  การ ลปรร. ก็จะเกิดขึ้นและนำไปสู่การพัฒนา/ประกอบอาชีพ/ปรับปรุงงานต่างๆ ได้   งานที่เราทำก็จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง เพราะเราไม่ได้เป็นคนไปคิดให้เขา

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.

วีรยุทธ  สมป่าสัก