หลายๆท่านคงเคยได้ข่าว หรือ ได้รับ forwarded email เรื่องการล่าแมวน้ำในแคนาดากันมาบ้างไม่มากก็น้อย
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ค่ะ
----------------------------------------------------------------------
ก่อนอื่นขอเท้าความก่อนว่า... การล่าแมวน้ำนี้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของชาว Inuit มาแต่โบราณ (ดังรูปด้านบน)
ชาวเผ่า Inuit นี้ก็คือคน Eskimo ที่เรารู้จักกันนั่นเองค่ะ แต่เค้าใช้ศัพท์ทางการเรียกตัวเองว่า Inuit เพราะคำว่า Eskimo แปลว่า คนที่กินเนื้อดิบ
แล้วเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีข่าวการต่อต้านการล่าแมวน้ำดังกล่าว เพราะมีรายงานจากกลุ่มสัตวแพทย์ออกมา 2 ฉบับว่า การล่าแมวน้ำนั้นทารุณเกินไป
จนมาวันหนึ่ง นักร้องรุ่นใหญ่ท่านเซอร์ Paul McCartney แห่งวง the beatle ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการแลรี คิง ทาง CNN ว่าการล่าแมวน้ำเป็นการกระทำที่ทารุณ รับไม่ได้ ให้ช่วยกันหยุดการกระทำอันโหดร้ายนี้ ถ้ากลัวขาดอาหาร หรือ ขาดรายได้ ท่านบอกให้ชาว Inuit หันมาทำทัวร์ดูแมวน้ำแทน (seal watching tour) หลังจากนั้นการรณรงค์ต่อต้าน การ forward email การชุมนุมประท้วง ก็มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

ตอนอ่าน forward email ซึ่งได้จากเพื่อน และ ญาติคนไทย ก็รู้สึกสงสารแมวน้ำ คล้อยตามไปกับรูปลูกแมวน้ำตาแป๋วที่ใช้ประกอบ
----------------------------------------------------------------------
ถ้าไม่อยู่แคนาดา ก็คงไม่ได้ดูข่าว หรือ รับฟังมุมมองของคนที่นี่ ผู้เขียนก็คงยังไม่มีความข้องใจใดๆการการต่อต้านการล่าแมวน้ำนี้
เมื่อวานมีการประท้วงระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ (International demonstration against the commercial seal hunt in Canada) โทรทัศน์เลยทำข่าวเรื่องนี้กันทุกช่อง
ผู้อ่านคิดเห็นอย่างไรกับ คำให้สัมภาษณ์ต่อไปนี้ค่ะ ลองมาอ่านกัน
- พวกเราล่าแมวน้ำกันมาหลายตั่งแต่สมัยบรรพบุรุษ มันคือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของเผ่าเรา - ชาวเผ่า Inuit
- ถ้าคุณมาทางข้าวเย็นที่บ้านฉัน คุณก็จะเห็นว่าเราทาน ปลา เนื้อกวาง เนื้อแมวน้ำ เป็นเรื่องธรรมดา เรากินของที่หาได้ในพื้นที่ของเรา เหลือแล้วก็ขายหารายได้เข้าบ้าน- ชาวเผ่า Inuit
- จริงๆเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์ (conservation) เลยนะ เพราะแมวน้ำมีเยอะมากๆ ไม่ได้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์แต่อย่างใด ฝ่ายที่ต่อต้านการล่าแมวน้ำได้หันมาใช้เหตุผลที่ว่าวิธีการฆ่า มันโหดร้ายทารุณ (inhumane) ซึ่งจะโหดไม่โหด ก็ต้องมาคุยลงรายละเอียดอีกทีว่าเอาอะไรมาวัดว่ารับได้ไม่ได้
แล้วข่าวภาคค่ำก็ฉายภาพ นางแบบ rate R ชื่อดัง Pamela Anderson
ขึ้นไปพูดบนเวทีงานแจกราววัล Juno Award ว่าให้ หยุดการล่าแมวน้ำเดี๋ยวนี้ ..... แล้วก็มีเสียงกรี๊ดสนับสนุนผสมเสียงโห่ตอบรับกลับมา
----------------------------------------------------------------------
พอดูข่าวนี้จบ ผู้เขียนก็ลองมา google ต่อยอดข้อมูลดูว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่ เจอเวปของรัฐบาลที่สรุปไว้อย่างดี สนใจอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ ค่ะ
แล้วก็มี จม. ที่ชาว Inuit เขียน ตอบท่านเซอร์พอล ที่อ่านได้ที่นี่ ค่ะ
อ่านฝ่าย pro-hunt แล้วมาอ่านของ anti-hunt บ้าง
คลิกที่น ี่เลยค่ะ
แล้วจะมาเขียนต่อภาค 2 นะคะว่า ตอนนี้ผู้เขียนคิดอย่างไร ตอนนี้ต้องออกไปข้างนอกแล้วค่ะ
----------------------------------------------------------------------
ผมโกรธแมวน้ำที่กินนกแพนกวิ้นครับ :-P
คุณขจิตค่ะ คิดเหมือนกันเลยค่ะ แต่เฉพาะตอนแรกที่เห็นรูปนะคะ พอมาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม มาคิดๆดูมัทเปลี่ยนใจแล้วค่ะ อ่านบันทึกภาค 2 ต่อได้ค่ะ
คุณวีร์ ดู happy feet มารึเปล่า นึกแล้วยังขำนกเพนกวิ้นติงต๊องพวกนั้นอยู่เลย
แมวน้ำที่เค้าล่ากันเป็นนละพันธุ์ค่ะ ที่กินเพนกวิ้นคือ leopard seal ที่เค้าล่ากันคือ harp seal กินปลาค่ะ
จากคำให้สัมภาษณ์ ผมว่าชนเผ่าพวกนี้เขามีมุมมองแคบๆ เฉพาะพื้นที่บริเวณที่พวกเขาอาศัยใช้ชีวิต เท่านั้นเอง คงเป็นเพราะไม่ค่อยจะได้รับการศึกษา เลยทำให้ต้องใช้ชีวิตผิดต่อเนื่องกันมาเรื่อยๆ ชั่วลูกชั่วหลาน
ผมว่าคนเรานั้นไม่สมควรล่าหรือเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น การทำร้ายสัตว์ที่มีวิฒนาการสูงมากเท่าไร สัตว์เหล่านี้จะยิ่งสื่อให้เรารับรู้ถึงความทุกข์ทรมานมากขึ้นเท่านั้น มนุษย์ที่ปกติอย่างเราๆทั่วไปคงไม่มีใครชอบรังแกสัตว์อยู่แล้ว เพราะสัญชาตญานในความเป็นมนุษย์ไม่ใช่นักล่า มนุษย์ไม่ใช่สัตว์กินเนื้อโดยเฉพาะ ไม่เหมือนกับพวกเสือ, เหยี่ยว ลองสังเกตุดูว่าสัตว์ที่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหารจะเป็นสัตว์ที่มีจำนวนน้อยโดยธรรมชาติ แต่มนุษย์กำลังจะล้นโลกอยู่แล้ว สำหรับพวกชนกลุ่มน้อยที่ยังชีพด้วยการล่าแมวน้ำ จริงๆ แล้วพวกเขาเป็นมนุษย์ที่ไม่ค่อยจะปกตินัก ชนเผ่าพวกนี้ส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยที่สั้นกว่าคนทั่วไป ใช่ไหมครับ เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขากินเนื้อเป็นอาหารหลัก และใช้ชีวิตเป็นนักล่า เพราะต้องอาศัยอยู่ในที่ๆ ไม่เหมาะกับมนุษย์ ไม่มีพืชผักกิน ผิดธรรมชาติ เลยทำให้อายุสั้น ผมว่าทางการน่าจะอพยพคนพวกนี้ออกจากพื้นที่ไปเสีย ให้การศึกษาให้เพียงพอ ปล่อยให้ใช้ชีวิตผิดๆ อยู่ได้อย่างไรตั้งเป็นร้อยๆ ปีครับ
สวัสดีครับคุณจิระพล ผมมองต่างมุมครับ
ถ้าผมเป็นชนเผ่านี้ผมก็ล่าแมวน้ำประทังชีพครับ เว้นแต่จะย้ายไปอยู่อาศัยในพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกได้
เอผมขอถามหน่อยเถิด เวลาปลาวาฬ/ปลาโลมาล่าปลาอื่นเป็นอาหาร ทำไมไม่เห็นมีใครโกรธแค้นปลาวาฬ หรือปลาโลมาเลย? ทำไม แต่พอปลาฉลาม หรือปลาปาปิย่าทำกับตรงกันข้าม?
ทั้งที่พวกเขาล่าเพือประทังชีวิตไม่ใช่เพื่อความเพลิดเพลินหรือสะสม
ผมเห็นชนเผ่าสยาม คยไทยนี่หละครับ ที่ล่าหมูป่าหมูบ้าน เป็ดไก่เป็นอาหาร กระบือโค ทั้งที่บางครั้งสามารถเพาะปลูกได้หรือหาอาหารทางอื่นได้?
ยังทำกันเอิกเกริกไม่เห็นมีใคร....?
แปลกไหมครับท่านผู้อ่าน เขาใช้km แบบไหนกันน้า?
จริงๆแล้วมนุษย์เองแหละ ที่ส่วนใหญ่จะชอบกินเนื้อ ตัวผู้เขียนมีความคิดจะเลิกกินเนื้อสัตว์ตั้งหลายครั้ง ยังเลิกไม่ได้ เหตุที่อยากจะเลิกเพราะว่า ตัวผู้เขียนรักตัวกลัวตาย เมื่อสัตว์โดนฆ่าบ้างเขาคงจะกลัวจนสมองฝ่อ หรือก่อนโดนเชือดคงจะหัวใจสลายไม่มีใครช่วยได้ ในใจคงจะร้อง ช่วยด้วยๆๆ อยู่หลายครั้ง แต่มนุษย์เราก็ไม่ได้ยิน กลับหัวเราะสนุกสนานและแย่งกันเอาเนื้อ ในหมู่บ้านแถบชนบท เวลาเขาจะฆ่าวัวหรือควาย เพื่องานเลี้ยงแต่งงานหรือว่าทำบุญแจกข้าวหรืออื่นๆนั้น บางทีวัวยังไม่ตายเขาก้อปาดเอาเนื้อส่วนขาหรือน่อง มาจิ้มแจ่วสดๆ ถ้ามีใครเอามีดมาปาดขาคุณแล้วจิ้มแจ่วนั้น คุณจะทำอย่างไร จะไม่ดิ้นแหง่กๆเหรอ ดูสายตาของเขาเถอะค่ะ ว่าเขาวิงวอนคุณแค่ไหน
ขอโทษค่ะ เขียนไปเขียนมา ดันมาเรื่องนี้ไปได้ แต่ถึงยังไงก็ยังไม่อยากให้มีการล่าแมวน้ำอยู่ดี แต่ถ้าเพื่อดำรงชีวิตให้รอดในครอบครัว ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำเพื่อเอาไปขายเยอะๆ ก็ไม่น่าจะทำหรอกค่ะ ทุกชีวิตน่าจะรักษ์ชีวิตด้วยกัน
สิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรม มันควรมีความหมายในทางสร้างสรรค์รึเปล่าคะอาจารย์ ดิฉันหมายถึงสร้างสรรค์ต่อทุกชีวิต ไม่ใช่เฉพาะชีวิตของผู้กำหนดวัฒนธรรม สิ่งที่ทำกันมานาน มันไม่ได้แปลว่าดีเสมอไปไม่ใช่หรอคะ มนุษย์เป็นฝ่ายล่า เป็นฝ่ายเหนือกว่าทุกด้านจะยกเหตุผลมากมายขนาดไหนก็ย่อมได้เสมอ เรากำลังรับฟังแต่เหตุผลของมนุษย์ที่มีทั้งปากทั้งมือ จะประกาศเหตุผล แล้วเราก็เชื่อตามประกาศของผู้ล่า ยกเอาเหตุผลของฝ่ายล่ามาเป็นเหตุผลของเรา ดิฉันว่ามันไม่ถูก สัตว์มันด้อยกว่ามนุษย์ทุกทางอยู่แล้วค่ะ พูดไม่ได้ เขียนก็ไม่ได้ สมองก็ด้อยกว่า มันไม่มีโอกาสสักนิดที่จะเรียกร้องขอชีวิตจากมนุษย์ คน..ต่อชั่วช้าขนาดไหนก็ยังอยากได้ความเป็นธรรม อยากจะต่อสู้เพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง ดิฉันเข้าใจนะคะว่าคำว่า "วัฏจักร" มันหมายถึงอะไร และก็ยอมรับว่าในความเป็นจริงมันโหดร้าย สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก แต่สิ่งที่ดิฉันต่อต้านคือการกระทำที่มากกว่าวัฏจักรค่ะ ถ้าสัตว์มันพูดได้ มันก็คงไม่ได้อยากเข้ามามีส่วนในวัฒนธรรมของชาว Inuit หรือวัฒนธรรมไหนๆของมนุษย์ทั้งนั้น
ส่วนที่ถามว่า "โหดเกินไป เอาอะไรมาวัด" ก็คงต้องตอบว่า เอาใจวัด เอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วก็ได้คำตอบว่ามันโหดเกินไป เรื่องอย่างนี้มันคงไม่มีมาตราอะไรหรืออุปกรณ์ชิ้นไหนมาวัดได้ และยิ่งถ้าคิดอย่างผู้ล่า มองด้วยสายตาของผู้ได้ ไม่มีประโยชน์เลยที่จะตั้งคำถามแบบนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณจิระพ, คุณกระต่ายหูตก, คุณหนูดำ และ คุณกุลนิจ คณะฤกษ์
ขอบคุณที่แวะเข้ามาให้ความเห็นนะคะ
ถ้าใครต่อต้านเรื่องนี้เพราะมีเหตุผลส่วนตัวที่ได้ไตร่ตรองมาแล้วและท่านนั้นเป็นมังสวิรัติไม่ทานเนื้อสัตว์มัทเห็นด้วย 100% เลยค่ะ และนึกอนุโมทนาจิตในเมตตาธรรมที่ท่านมี แต่ถ้าท่านเห็นว่าแมวน้ำมันหน้าตาน่่ารักเลยสงสารนี้มัทอยากให้ฉุกคิดถึงเหตุผลที่อยู่ในใจแต่ละคนให้มากเท่านั้นเองค่ะ
ส่วนตัวมัทแล้ว มัทมองภาพกรรมและวิบากในวงกว้าง มองการเป็นไปของสรรพสิ่งในโลกนี้แบบเกี่ยวเนื่องเชื่อมกันหมด สิ่งมีชีวิตไม่ใช่แค่สัตว์ แต่มีทั้งพืชและสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การกระทำของสิ่งหนึ่งมีผลต่อสิ่งอื่นๆเป็นเส้นใยแมงมุมไปหมด
มัทไม่มองว่าคนเป็นสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งอื่น คุมสิ่งมีชีวิตอื่นด้วย นั่นเป็นความคิดของชาวตะวันตกหรือบางศาสนาเท่านั้น ชนเผ่าหลายๆเผ่าเค้าก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น เค้าคิดว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้เท่าๆกับสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ
มัทซึ้งใจมากเวลาอ่านเรื่องราวเก่าๆของคนโบราณหรือชนเผ่าสมัยนี้ที่เวลาฆ่าสัตว์มาเป็นอาหารแล้วเค้ามีพิธีขอบคุณสัตว์นั้น มีแม้กระทั่งความเชื่อว่าถ้าฆ่าวัวแบบมีใจเมตตานำมาเป็นอาหารเท่านั้น ทำพิธีให้เค้าดีๆแล้ววัวจะไปอยู่ที่สวรรค์หรือได้เกิดเป็นกระทิง (พิํธียุค Axial age)
เรื่องบาปไม่บาปนั้น ผลมันออกมาตามกรรมและวิบากของมันอยู่แล้ว คำว่าวัฏจักรในศาสนาพุทธนั้นน่าสนใจและลึกซึ้งกว่าคำว่า circle of life ที่ฝรั่งพูดๆดีนะคะ ทำให้เราเข้าใจว่าจะมองโลกอย่างไนให้เห็นภาพรวม (ปฏิจจสมุปทบาท)
คุณกุลนิจพูดถูกเลยค่ะ การเอาใจเขาใส่ใจเรา จิตขณะทำกรรมนั่นแหละค่ะที่จะเป็นตัวบอกว่ากรรมนั้นเป็นกรรมที่มีประโยชน์หรือไม่
มัทคิดว่าคนเราที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้ถุงพลาสติกเยอะๆ ขับรถควันดำ ไม่รีไซเคิล กรรมเหล่านี้มีผลต่อแมวน้ำเหมือนกัน แต่มันไกล ดูไม่บาปเท่าคนที่ไปฆ่าแมวน้ำ เรามาช่วยกันรณรงค์ให้รักษ์โลกในภาพรวมเพืื่อที่สิ่งมีชีวิตในโลกทั้งหมดจะได้อยู่อย่างมีความสุขกันด้วยดีกว่าค่ะ
ปล. ส่วนตัวคิดว่า วัฒนธรรม หมายถึงวิถีชีวิตความเห็นอยู่ อาจมีทั้งดีและไม่ดีค่ะ
ปล. อีกที มัทอยากให้ลองมองว่า ชนเผ่าเค้ามีความรู้ที่เราอาจจะไม่รู้ก็ได้ คนตะวันตกที่คิดว่าตัวเองเจริญแล้วมองไปเห็นว่าพวกนี้ต้องได้รับการศึกษาถึงจะดี แต่เราก็เห็นมาในทุกประเทศแล้วว่าคนที่เข้าไปนี่แหละที่หลงผิดคิดว่าตัวเองเก่งกว่า
ปล. ครั้งสุดท้าย คุณกระต่ายหูตกตั้งคำถามสะกิดใจไว้ได้น่าสนใจดีค่ะ
อย่าลืมแวะไปอ่านบันทึกตอนที่ 2 ด้วยนะคะ