หลังจากที่การนำเสนอประสบการณ์ชุดแรกจบลง อาจารย์วิจารณ์ก็เปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมเสวนาในวันนี้ได้แลกเปลี่ยนกันโดยทั่วถึง และเพื่อให้ความเป็นวิชาการมีความครบครัน การนำเสนอในช่วงต่อไปจึงเป็นเรื่องของประสบการณ์ในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตีพิมพ์ผลงานลงในวารสารวิชาการ KM นานาชาติ

 

ผศ.ดร. สมชาย นำประเสริฐชัย อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้มีผลงานวิจัยด้าน KM ที่ได้รับคัดเลือกให้ตีพิมพ์ ลงในวารสารวิชาการต่างประเทศหลายเล่มด้วยกัน ได้มาแบ่งปันประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมประชุมว่า การได้เข้าไปทำหน้าที่เป็น reviewer ของวารสารหลายฉบับ ทำให้ได้เพื่อน ได้มุมมองใหม่

 

ในความคิดเห็นของอาจารย์ งานวิจัยทางด้านการจัดการความรู้เกี่ยวข้องอยู่กับหลายสาขา แบ่งได้เป็น ๖ ประเภทกว้างๆ

๑. Transactional KM การนำเอาสิ่งที่เราทำอยู่มาเรียนรู้

๒. Analytical Management การนำแหล่งข้อมูลมาแปลงให้เป็นความรู้ เน้นที่การสร้างเครื่องมือ

๓. Process-based KM การพัฒนาความรู้ และกระบวนการ

๔. Assets Management การบริหารจัดการทรัพยากรความรู้

๕. KM Developmental การพัฒนาคน พัฒนางาน

๖. Innovation สร้างปัจจัย ตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างความรู้และนวัตกรรม

 

การตีพิมพ์งานวิจัยด้าน KM จึงมีเวทีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าเนื้อหางานวิจัยเกี่ยวกับข้องกับเรื่องอะไร เช่น ถ้าเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็สามารถส่งไปลงใน International Journal of Technology Management ได้

 

ความประทับใจของอาจารย์วิจารณ์ที่มีต่ออาจารย์สมชายคือ อาจารย์เป็นคนที่คิดอะไรแตกต่างจากคนอื่น หรือที่อาจารย์ใช้ศัพท์ว่า เป็นคนคิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่ของนักศึกษาปริญญาเอกทั้งหลาย

 

 

รศ.ดร. อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง จากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษางานวิจัยด้าน KM ที่ดูแลนักศึกษาหลายปริญญาเอกอยู่หลายคน กล่าวถึงโจทย์วิจัย และกระบวนการที่จะทำให้ได้คำตอบวิจัยว่า นักศึกษาในยุคนี้จะค้นคว้าอยู่แต่หน้าเครื่องและอยู่แต่ในห้องสมุดไม่ได้ แต่ต้องนำเอาเครื่องมือ KM เข้าไปเป็นเครื่องมือวิจัยด้านคุณภาพ เช่น การใช้ storytelling

งานวิจัยด้าน KM ปัจจุบันนี้มีทั้งการวิจัย KM เพื่อศาสตร์ของ KM และ การนำ KM ไปเป็นกระบวนการวิจัย นักศึกษาจึงต้องเข้าไปในชุมชน เข้าไปในบริบทเพื่อหาประสบการณ์ตรงว่า จิตวิญญาณของ KM คืออะไร

นักวิจัยต้องรู้จักกระบวนการของ KM ต้องรู้จักการถอดบทเรียน ต้องมีโอกาสเข้ากลุ่ม และได้ทดลองทำกระบวนการจริงๆ

ขณะนี้ สพฐ. มีโครงการขับเคลื่อนกระบวนการคิดสู่ห้องเรียน โดยใช้ KM ทำให้ทั้งสพท. โรงเรียน คุณครู และนักเรียน ต้องรู้จัก KM และต้องมีการถอดบทเรียนเรื่องกระบวนการคิด และเศรษฐกิจพอเพียง มีการหา Best Practice เพื่อมาพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม