ถ้าเมล็ดขนาดเล็ก เช่นเมล็ดกล้วยไม้ ก็ต้องค่อยๆขยับพัฒนาตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าเมล็ดใหญ่ก็จะเริ่มต้นได้เร็ว

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อเช้านี้ครูบาสุทธินันท์ ได้ขอให้ผมต่อประเด็นที่ว่านักศึกษาจะเอาความรู้ออกจากสุ่มครอบได้อย่างไร ซึ่งทำให้ผมต้องมานั่งทบทวนว่า ผมจะชักแม่น้ำทั้งห้าให้นักศึกษาเห็นและเข้าใจระบบของความรู้ การจัดการ และการใช้ประโยชน์ตามไปด้วยได้อย่างไร จึงจะสามารถนำความรู้ออกมาในระบบ KM research ได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สักพักหนึ่งผมก็แวบออกมาว่า ความรู้นั้นมีชีวิต</p>  แล้วชีวิตของความรู้น่าจะเปรียบกับอะไร ที่จะมองให้เข้าใจง่ายที่สุด    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ก็มาได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่าน่าจะเป็นชีวิตของต้นไม้ ที่จะใกล้เคียงที่สุดครับ</p><p>  ต้นไม้งอกมาจากเมล็ดที่มีโครงสร้าง ครบทุกอย่างแต่ย่อส่วน อยู่ในเมล็ด  </p><p>(ที่เปรียบเสมือนกรอบความคิดเริ่มต้น -Conceptual framework ในการทำงานจัดการความรู้)  </p><p>ถ้าเมล็ดขนาดเล็ก เช่นเมล็ดกล้วยไม้ ก็ต้องค่อยๆขยับพัฒนาตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าเมล็ดใหญ่ก็จะเริ่มต้นได้เร็ว และทันที</p><p>(กรอบความคิดที่ชัดเจนต่างกัน)   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้จะพัฒนารากเพื่อดูดน้ำอาหารที่เป็นทรัพยากรพื้นฐาน (ภูมิปัญญาท้องถิ่น) ตั้งต้นในการเจริญ  (ก็คือการเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น) และรีบแผ่ใบรับแสง และคาร์บอนไดออกไซด์ (ที่เปรียบการรับความรู้จากภายนอก)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรืออาจจะมีปัจจัยอื่นๆผสมจากปัจจัยภายนอกบ้างเล็กน้อย ที่จะกระตุ้นการงอกของเมล็ด และมีโอกาสพัฒนาได้จริง (แผนและนโยบาย)</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรืออาจมีการให้น้ำให้ธาตุอาหารจากการจัดการจากภายนอกบ้าง (โครงการ แผนงานจากภายนอก) แต่ก็ยังต้องนำไปจัดการแปรรูปภายใน (KM ธรรมชาติ) จึงจะเกิดประโยชน์ต่อต้นไม้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้ต้องการอากาศ และแสงแดดเป็นพลังงานน้ำ (= ข้อมูลต่างๆ) ไปสร้างส่วนประกอบของตนเอง โดยการสร้างใบ (กรอบความคิด) แผ่เพื่อรับแสง และคาร์บอนไดออกไซด์  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(แบบเดียวกับการแผ่ระบบคิดเพื่อดักข้อมูลต่างๆ มาพัฒนาเป็นความรู้ และนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด ดักจับความรู้ไปเรื่อยๆ หมุนเวียนเป็นวงกลมแบบทวีคูณ )</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งเปรียบเสมือนการนำความรู้จากภายนอกเข้าไปผสมผสานภูมิปัญญาภายใน ทำให้เกิดเป็นต้นไม้ที่กล้าแข็ง จากเชื้อพันธุ์ที่แข็งแรงที่เริ่มมาจากเมล็ดดังกล่าว</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อมีความสมบูรณ์พอสมควรก็จะมีการออกดอก  ติดผล เพื่อสร้างเมล็ด ขยายการพัฒนาตนเอง เพื่อความยั่งยืนของสายพันธุ์ (ซึ่งก็เป็นแบบเดียวกับการพัฒนาเครือข่ายแลกเปลี่ยน สร้างกลุ่มการเรียนรู้ใหม่ๆ) ให้เจริญงอกงามต่อไป</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมล็ดพืชบางชนิดก็ลอยตามน้ำ บางชนิดก็ปลิวตามลม บางชนิดก็ติดไปกับสัตว์ต่างๆ (นี่ก็เป็นวิธีการขยายเครือข่ายการจัดการความรู้แบบต่างๆ)</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่พืชบางชนิดก็ไม่เหมาะที่จะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด แต่อาจใช้หน่อ หรือท่อนพันธุ์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>  ที่เปรียบเสมือนการขยายความรู้ฝังลึก (Tacit knowledge) ที่ยากกว่าการขยายของความรู้ชัดแจ้ง (Explicit knowledge)   </p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้านักศึกษาคิดตามแบบชีวิตต้นไม้ที่เป็นรูปธรรม และเห็นได้ง่ายกว่าระบบการจัดการความรู้ที่เป็นนามธรรม ก็อาจทำให้มีการพัฒนากรอบความคิดในการทำงาน KM research ที่ชัดเจนขึ้นและจะทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น และรวดเร็วขึ้นครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   ก็ลองดูนะครับ