GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชีวิตจริงของอินเทอร์น : จับภาพ KM Research Forum (๑)

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒ มีนาคม ที่ผ่านมา สคส.ได้จัดเวทีให้กับเครือข่ายของบุคลากรที่อยู่ในแวดวงของการพัฒนาหลักสูตร KM การทำงานวิจัย และควบคุมวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดการความรู้

 

เวทีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่าย และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหมู่ผู้ปฏิบัติเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประเด็นวิจัยที่มีลำดับความสำคัญสูง และเพื่อให้ได้วิธีวิทยาของการจัดการความรู้

 

ดิฉันขอเข้ามาร่วมในวงเสวนานี้ในฐานะของคุณลิขิต ที่ตั้งใจเข้ามาเก็บเกี่ยวสถานภาพของความรู้ทางด้าน KM ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

บรรยากาศของการประชุมครั้งนี้แม้จะตั้งชื่อว่าเป็นเวทีวิชาการ แต่การดำเนินไปก็เป็นไปอย่างกันเอง ตามสไตล์ของ สคส. ที่จะเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบสบายๆ และมีการผลัดกันเล่าประสบการณ์ สลับกับการร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์จากผู้ฟัง ที่ต้องฟังกันอย่างลึกซึ้ง

 

และที่สำคัญคือไม่มีถูกไม่มีผิด ไม่มีการตัดสิน แต่เป็นการเชื่อมต่อประสบการณ์ของทุกคนเข้าหากัน เพื่อให้แต่ละคนได้เก็บเกี่ยวสิ่งที่ได้ยินได้ฟังไปทดลองปฏิบัติ แล้วนำผลที่ได้ทดลองปฏิบัติกลับมา ลปรร.ร่วมกันในครั้งหน้า

 

คุณค่าของการประชุมที่ขึ้นเกิดจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของทุกคน ทำให้การประชุมครั้งนี้มีลักษณะของ "เวทีของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์" มากกว่าจะเป็นการประชุมวิชาการที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป

 

หลังจากที่อาจารย์วิจารณ์กล่าวแนะนำเป้าหมายของเวทีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณธวัช ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ก็ออกมานำเสนอภาพกว้างในเรื่องของการจัดการความรู้กับงานวิจัย ที่ทาง สคส.จัดให้มีขึ้นมาแล้ว ๓ ครั้งด้วยกันในวาระโอกาสต่างๆ และประเด็นที่ได้จากเวทีเสวนาครั้งก่อนๆนั้นมีอะไรบ้าง จากนั้นก็เป็นการนำประเด็นที่น่าสนใจจาก KM Journal ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า งานวิจัยทางด้าน KM มีการให้ความหมายที่แตกต่าง มีองค์ความรู้ที่กว้างขวาง เพราะมีทั้งส่วนที่เป็น tacit และ explicit แต่วิธีการยังไม่มีลักษณะที่สอดคล้องกัน

 

เนื่องจาก ระเบียบวิธีวิจัยทางการจัดการความรู้ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ดังนั้นจึงต้องมีการตีความในส่วนที่วัดไม่ได้ นับไม่ได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญรวมอยู่ด้วย ซึ่งลักษณะดังกล่าวมีความสอดคล้องกับระเบียบวิธีวิจัยทางมานุษยวิทยาอย่างมาก และหากมีการศึกษาข้ามศาสตร์เพื่อนำส่วนที่เอื้อประโยชน์กันไปใช้ก็จะดีไม่น้อย

 

ลำดับต่อไปเป็นการนำเสนอประสบการณ์ในการทำวิทยานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัยในประเทศฝรั่งเศส ที่นำเอา KM มาใช้เป็นเครื่องมือในการตอบคำถามให้กับฐานวิจัยทางวิชาการที่มีข้อสงสัยอยู่เดิม แต่ไม่ได้เป็นการนำ KM มาใช้เพราะอยากใช้ KM เช่นที่นักศึกษาไทยจำนวนไม่น้อยกำลังเป็นอยู่

 

ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มนักศึกษาที่ฝรั่งเศสยังมีเวทีในการ ลปรร. นำเสนอมุมมอง ซึ่งเปรียบเสมือนกับการสร้าง CoPs กลายๆ และมีการเปิดเวทีให้ได้แสดงพัฒนาการทางความคิดในหลายระดับ

เท่าที่อาจารย์มีประสบการณ์ในการดูแลวิทยานิพนธ์ด้านการจัดการความรู้ พบว่ายังมีการแบ่งการเขียนเป็นบทๆชัดเจน ในขณะที่ตัวอาจารย์ยุวนุชเองเคยเขียนงานด้วยวิธีนี้แล้วเขียนไม่ออก จึงได้รื้อกรอบออกแล้วเขียนเรื่องราวทั้งหมดขึ้นใหม่ในแบบของตน แต่ยังคงนำเสนอเนื้อหาทั้งพัฒนาการทางความคิด การคลี่คลาย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย และอื่นๆที่ควรมีเอาไว้ได้อย่างครบครัน

 

คำถามที่นักศึกษามักจะถามอยู่เสมอคือ ต้องอ่านหนังสือเพื่อทำ literature review มากเท่าไหร่จึงจะพอ คำตอบคงต้องอยู่ที่ตัวนักศึกษาเองว่าความรู้ที่ได้มานั้นมีมากพอแล้วหรือยัง ซึ่งคงจะกำหนดเป็นปริมาณเล่มที่แน่นอนลงไปไม่ได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): kmrkm-วิจัยkm-research
หมายเลขบันทึก: 82862
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ขอบคุณครับคุณครูที่แจ้งข่าวมาเพื่อทราบครับ

อย่าจริงจังกับชีวิตมากนัก

ขอบคุณที่กรุณาช่วยชี้แนะค่ะ :)