"การศึก" ครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก จุดยืนของการท่องเที่ยวโดยชุมชน

  ติดต่อ

  หากคิดจะเริ่ม ก็คงต้องร่วมด้วยช่วยกัน สำคัญก็อยู่ที่จุดเริ่มต้น  

สายหมอกที่หนาคลุ้ง ไม่แน่ใจว่า ฤดูนี้หมอกควันที่เชียงใหม่ทำไมดูหนา และอึดอัดไปหมด  ทำให้ผู้คนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากป่าที่ถูกไฟป่าเผาไหม้ซึ่งเกิดขึ้นประจำทุกปีที่เมืองเหนือ ...เป็นเพราะเราไม่ดูแลธรรมชาติกันหรือไร...

ผมมีประชุมเกี่ยวกับงานวิจัยท่องเที่ยวที่ ศูนย์พัฒนาห้วยฮ่องไคร้ตามพระราชดำริ  อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ งานนี้ผมได้ชวนเพื่อนๆน้องๆ เข้าร่วมเวทีด้วย ...เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน  เช้านี้ผมมุ่งหน้าไปสันกำแพงเพื่อไปรับนายแสนดี ที่จะไปด้วยกัน และชวน น้องปริวัตร Blogger อีกท่านที่ มช.

ปริวัตร พร้อมผม และนายแสนดี ในเวทีระเบียงงานวิจัย

พวกเราจัดเวทีที่ห้องประชุมท่ามกลางแมกไม้ธรรมชาติ มีเสียงน้ำ เสียงนก บรรยากาศเย็นสบายน่ารื่นรมย์จริงๆ  สิ่งที่ผมมีความสุขอีกอย่างคือการที่ได้พบพี่น้องที่เป็นนักวิจัยทั้งชาวบ้าน ทั้งนักวิชาการที่มีใจร่วมดวงเดียวกัน

ประเด็นที่เราคุยกันภายในสองวันนี้ เป็นการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินการวิจัยทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ การนำเสนอข้อมูลและพร้อมปรึกษาหารือ เป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นนำมาคุยและหาทางออกร่วมกัน (ตามประสบการณ์ของแต่ละโครงการวิจัยและนักวิชาการ) สิ่งที่นำเสนอช่วยสร้างแรงจูงใจให้นักวิจัยคือ “Best Practice”   ที่เกิดขึ้น (รวมทั้ง Bad Practice) ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สนุกสนานและมีสาระ

ช่วงกลางคืน เป็นช่วง Relax พูดคุยประสานักวิจัย ให้หายคิดถึง ตกค่ำ เสียงกีตาร์ และเสียงเมาธ์ออร์แกน ค่อยๆดังแทรกขึ้นระหว่างกลุ่ม ท่วงทำนองสนุกสนาน ผ่อนคลาย เสียงเพลงที่ร่ำร้อง ...เสียงทักทายของมิตรภาพที่พบเจอกันในวันคืนของนักวิจัย

วันที่สอง เราคุยกันในประเด็นที่เข้มข้น จากการที่คุยกันในครั้งก่อน ประเด็นการหาที่ยืนของ ชุมชนที่ดำเนินการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประเด็นนี้แรกเริ่มเดิมที พี่อาทู่ คุณไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก เชียงราย พ่อหลวงพรมมินทร์ บ้านแม่กำปอง เชียงใหม่ และผม จากแม่ฮ่องสอน สามเครือข่ายภาคเหนือ เราคุยกันเป็นเบื้องต้นแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปและความก้าวหน้า แม้ว่าจะนำมาพูดคุยกันในสองครั้งมาแล้วจาก (เวทีหมอกฟ้า และ เวทีอินทนนท์)

วันนี้เราคุยกันแบบเข้มข้นอีกครั้ง เพื่อหาจุดยืนในสังคมของตัวเอง  เป้าหมายในเวทีที่เราร่วมคิดว่าหากเกิด องค์กรอิสระที่เราคาดหวังไว้เกิดขึ้น จะเป็นเส้นทางเชื่อมไปสู่ การพิทักษ์สิทธิ์ชุมชน การสร้างการมีส่วนร่วม,สร้างกระบวนการเรียนรู้,เกื้อหนุน เชื่อมโยง และร้อยรัดเครือข่าย

วันนี้เราคุยกันเข้มข้น และต้องให้ได้รูปร่างของ องค์กรอิสระ ที่พอมองเห็นและเริ่มต้นให้ได้ ผมรับบทบาทผู้ประสานงานเบื้องต้น และเป็นผู้นำการประชุมระดมความคิดในครั้งนี้...

จากการที่นำเสนอทั้งสามกลุ่ม (กลุ่มอาจารย์นักวิชาการ ,กลุ่มนักวิจัย ๒ กลุ่ม) ผลการนำเสนอค่อนข้างไปในแนวทางเดียวกัน สุดท้ายมีการสรุปว่า การเคลื่อนครั้งนี้ของ การท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคเหนือ รวมถึงประเทศไทย เป็น การศึก ที่ยิ่งใหญ่และต้องรัดกุมและเข้มแข็งเพียงพอ ด้วยฐานงานวิจัยที่เราเริ่มต้น งานวิชาการ งานวิจัยคือจุดแข็งของพวกเรา

ฟันธง...ว่า เราต้องเกิดได้แน่นอน  เพื่อหาจุดยืนในสังคม ส่วนจะเป็น สถาบัน มูลนิธิ สมาคม หรือชมรม ยังไม่แน่นอนว่าจะเป็นไปตามแนวทางใด...

สรุปว่ามีการพูดคุยกันต่อเนื่อง...ภายในวันสองวันนี้ ที่ศูนย์ประสานงานท่องเที่ยวชุมชน สกว.สำนักงานภาค ที่ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผมคิดว่า หากคิดจะเริ่ม ก็คงต้องร่วมด้วยช่วยกัน สำคัญก็อยู่ที่จุดเริ่มต้นนี่หละครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 82566, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #การท่องเที่ยวโดยชุมชน#ปาย#communitybasedtourism#เมืองปาย#การสังเคราะห์งานวิจัย#ริมระเบียงงานวิจัย#องค์กรการท่องเที่ยวโดยชุมชนแห่งประเทศไทย

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (8)

  • นึกว่าเรื่องนเรศวรฯอีก
  • ดีใจที่มีเพื่อนๆรวมกลุ่มทำงานวิจัย
  • ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะครับ
  • เอาเรื่องคุณหมอมาฝาก
  • ที่นี่ครับ

ขอให้สุข สนุก กับงานนะครับ

.

ถึงเกือบไกล ก็ส่งกำลังใจไปให้ครับ 

กองพลถึงจะเล็ก แต่ก็ได้เปรียบในความฉับไว

ตัวใหญ่ แม้กำลังมหาศาล แต่เชื่องช้า ไม่ปราดเปรียว และมักฮึกเหิมจนประมาทเลินเล่อ

 ในศิลปะการต่อสู้ ความรวดเร็วได้เปรียบกว่าพลกำลัง

 บทเรียนจาก "สามก๊ก" และ"ซุนวู" คือ ถ่อมตัวให้ข้าศึกตายใจแล้วอาศัยการรบแบบกองโจร

ไร้รูป ไร้ร่องรอย แต่คอยต่อตีตัดกำลังมหาอำนาจให้โกลาหล ย่อมช่วงชิงกำชัยได้

เล็กหรือใหญ่ ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ อยู่ที่จะมองเห็นโอกาสและชิงลงมือครับ

อนึ่ง ที่ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน ตอนนี้อากาศก็แปรปรวนมากครับ คือฝุ่นควันขี้เถ้าจากไฟป่าเต็มไปหมด ไม่พอ ยังมีฝุ่นจากการสร้างขยายถนนของกรมทางหลวง แสบตาไปหมด ที่น่าประหลาดคือ เมื่อคืนอากาศหนาว จนหายใจออกมาเป็นไอ ผมต้องใส่ถุงเท้าทำงานตอนกลางคืนเลย ทั้งๆที่นี่จะเข้ากลางเดือนมีนาคมแล้ว

chah
IP: xxx.12.74.6
เขียนเมื่อ 

ขอให้ อนาคต องค์กรอิรสะ เริ่มต้นด้วยดีนะค่ะ

จะติดตามต่อไปค่ะ

เรื่องใหญ่ ๆ ในสังคมล้วนถูกเปลี่ยนแปลงจากคนส่วนน้อยทั้งนั้นแหละครับ

เป็นกำลังใจในการหา "ที่มั่นทางปัญญา"  และ "พื้นที่ทางสังคม"  ที่มั่นคงและสง่างาม นะครับ

ขอบคุณ อาจารย์
P

ผมตามไปอ่านแล้วครับ ขอแสดงความยินดี และร่วมปลื้มด้วยคนนะครับ...รอมีเวลาว่างอีกนิดผมจะเข้าไปแสดงความคิดเห็นนะครับ

คุณ

P

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ...

ด้วยมิตรภาพครับ

คุณ

P

เรียกว่าเกิดความแปรปรวนเรื่องของอากาศครับ...ต้องรักษาสุขภาพด้วย

ผมเองไม่ได้ไปเยี่ยมพี่ยอดดอยเลย ปลายเดือนเจอกันที่รุ่งอรุณนะครับ

"ไร้รูป ไร้ร่องรอย แต่คอยต่อตีตัดกำลังมหาอำนาจให้โกลาหล ย่อมช่วงชิงกำชัยได้

เล็กหรือใหญ่ ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ อยู่ที่จะมองเห็นโอกาสและชิงลงมือ"

ชอบมากครับ ขอบคุณมากครับ

คุณ Chah

ผมได้รับอีเมลล์แล้วครับ และกำลังจะตอบเร็วๆนี้นะครับ

ส่วนหนึ่งก็ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ บัณฑิตอาสา ของ มอ.ด้วยครับ  นั่นคือ "การพัฒนาศักยภาพ" ที่ได้ผลจริงๆ

 

P

น้อยก็หนึ่ง น้อยนั้นงาม ครับ

ก็คิดว่า การเริ่มต้นที่ดีเป็นความสำเร็จกว่าครึ่งครับ

ขอบคุณคุณพนัสมากๆครับ

ช่วงนี้ภาระกิจผมมากมายเหลือเกิน ไปเยี่ยมบันทึกแต่ก็อ่านแบบเร็วๆครับ ต้องขออภัยที่เงียบหายไป

แต่ยังคิดถึงเสมอครับ

ไม่เป็นไรครับ..เข้าใจดี

ขอให้มีพลังขับเคลื่อนงานและชีวิตอย่างต่อเนื่อง...

ขอบคุณ..คุณพนัส

P
มากครับ

ที่เข้าใจผมครับ...ผมเองก็อยาก พลังขับเคลื่อนงานและชีวิตอย่างต่อเนื่อง...