ปลูกยูคา ไม่คาคอเรอะ? (4)

อย่าเพิ่งเบื่อนะจ๊ะตามมาวิจารณ์ด้วย ตัดไม้ขายเมื่อไหร่..จะซื้อทองให้ใส่เส้นโตเท่าโซ่รถไฟ อิอิ..

  ประเด็นนี้โดน KM. เข้าจังเบ่อเร่อ ปัญหามันเป็นอย่างนี้ครับ ถ้าเราจะปลูกยูคาลิปตัส ก็ต้องถามก่อนว่าจะปลูกแบบไหน มีหลายแบบครับ เช่น แบบโฆษณาชวนเชื่อ แบบอยากรวย แบบทำตามๆกัน หรือแบบการจัดการความรู้ ถ้าทำตามแบบสุดท้ายก็ต้องถามต่อว่า ก่อนที่จะปลูกท่านได้ศึกษาหาความรู้ครบถ้วนแล้วหรือยัง ได้เปรียบเทียบกันการทำอย่างอื่นแล้วใช่ไหม รู้จุดดี จุดด้อย ปัญหาและข้อจำกัดต่างๆแล้วใช่ไหม ถ้าเป็นนักจัดการความรู้ก็ขอจับมือถามต่อว่า..คุณจะเอาความรู้อะไรไปใส่ในแปลงปลูกยูคาฯ มีความรู้แค่ไหนที่จะเอาไปใส่ลงในต้นยูคาฯ   

ถ้าคิดและทำอย่างคนมีความรู้ มันก็ไม่ต้องมานั่งตีโพยอย่างนั้นอย่างนี้ เขาว่า คิดว่า ได้ข่าวว่า รู้สึกว่า ทั้งหมดนี้เกิดจากภายนอกทั้งสิ้น ทำไมไม่เป็นคนตอบตัวเอง ฉันศึกษาแล้วฉันขอฟันธงว่า ..ฉันปลูกยูคาลิปตัสเพราะฉันมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉันมีความรู้พอที่จะแก้ไขปัญหากับสิ่งที่เป็นจุดด้อยในงานที่ทำ ในโลกนี้ไม่มีอะไรจะเลิศประเสริฐศรีหมดจดไปทุกด้านหรอก ต่อให้สวยระดับนางงามจักรวาล ถ้าจะติก็หาเรื่องแคะคุ้ยจนได้ทั้งนั้นแหละ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรเล่าที่จะไปเสียเวลาตรงนั้น ความรู้ด้านด้อยนั้นควรรู้ไว้เพื่อระมัดระวัง ตระหนักว่าไม่ควรประมาท ระวังไว้ผลกระทบผลเสียก็จะลดน้อยลง  

วันนี้ชาวนาผู้ยากไร้  หนี้สินพอกเป็นหางหมู เราก็ยังจะดึงดันให้แกทำนาบนดินที่แห้งแล้งดินเลว ได้ผลลิตไม่คุ้มปากคุ้มท้องอย่างนั้นหรือ

    ·        มีชุดความรู้อะไรบ้าง

·        ที่จะมาส่งเสริมการทำมาหากินบนพื้นที่เสื่อมโทรม

·        มีไหม มีว่าอย่างไร

·        อธิบายให้หายโง่หน่อยสิต๋อย   

จะแก้ไขความยากจนบนพื้นที่แห้งแล้งได้อย่างไร มีทางเลือกอะไรบ้างที่พอจะทำในสภาพปัจจัยที่มีข้อจำกัดจนเขม็งเกลียว เศรษฐกิจพอเพียงรึ อธิบายหน่อยสิว่าเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่แห้งแล้งดินเลวควรจะมีหน้าตาอย่างไร ออกจากห้องแอร์มาทำสัก 6 เดือนสิน่า จะได้รู้ว่าทำไมชาวไร่ชาวนาจึงเข้าตาจน   

·        คนเหล่านี้ขี้เกียจรึ

·        คนเหล่านี้ไม่มีความรู้รึ

·        คนเหล่านี้เหลวไหลรึ

·        คนเหล่านี้พัฒนาไม่ได้รึ  

มันขึ้นอยู่กับการออกแบบกิจกรรม ถ้าพื้นที่อุดมสมบูรณ์ดีปลุกอย่างอื่นได้ดีกว่า จะมาบ้าปลูกยูคาทำไมละครับ พื้นที่แห้งแล้งไม่มีน้ำไม่มีปุ๋ยไม่มีทุน ถามว่าจะให้ชาวบ้านปลูกอะไร  ถ้าชาวบ้านปลูกริมรั้วคนละ 100-200 ต้น ก็จะมีไม้ใช้สอยไม้เชื้อเพลิงที่สามารถพึ่งตนเองได้ตลอดปีตลอดชาติ คงไม่เสียหายถึงกับดิ้นปัดๆมั๊ง   

ในการปลูกบนคันนาเอาก็อย่าไปบ้าปลูกยูคาลิปตัสอย่างเดียว อาจจะปลูกกันคนละคันนา หรือปลูกสลับกัน เช่นปลูกไม้โตเร็วร่วมกับไม้อาคาเซีย ไม้ยืนต้นพื้นเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะผักพื้นเมืองยืนต้น แต่งานวิจัยของคณะจากจุฬาลงกรณ์ที่ได้ทุนของ(สกว .) ไปออกแบบปลูกไม้ยูคาลิปตัสบนคันนาชนิดเดียว ที่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี  เพื่อที่จะเก็บตัวเลขรายได้จากไม้ชนิดเดียวเป็นหลัก  

ปลูกบนคันนาสลับฟันปลา ระยะ 1.50 เมตร รอบคันนา1ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 260 ต้น ไม้อายุ 4 ปี ตัดขายจะมีรายได้ประมาณ 20,000 บาท/ไร่/4 ปี นั่นก็หมายความว่าจะมีรายได้เฉลี่ยปีละ 2,000 บาท/ปี มาอุดหนุนจุนเจือเสริมรายได้จากการทำนาที่มีรายได้น้อยกว่าจากยูคาเสียอีก ถ้าชาวบ้านปลูก 20 ไร่ ก็จะมีรายได้ 40,000 บาท/ปี หรือรายได้จริงในปีที่4เป็นเงิน 20,000 x 20 = 400,000 บาท ใช้หนี้สัก 200,000 บาท ก็ยังมีเงินทุนก้อนหนึ่งพอที่จะไปซื้อปัจจัยการผลิตอื่นมาพัฒนาอาชีพได้ แต่ถ้าทำเหมือนเดิม โอกาสยากที่จะรอดได้ สุดท้ายต้องขายไร่นาสาโททิ้ง คราวนี้ละเป็นการเสียนาจริงๆ มันไม่ได้เสียที่ดินแค่เสื่อมโทรมอย่างที่เราเข้าใจกัน

  สิ่งที่เสนอนี้ไม่ใช่เรื่องตายตัวว่าจะต้องทำตาม เพียงแต่เป็นทางเลือกหนึ่ง ให้ศึกษากันต่อว่าควรจะออกแบบปลุกต้นไม้บนคันนาอย่างไร ถึงจะเหมาะกับเราและได้ประโยชน์ตามความต้องการของครอบครัวนั้นๆ มันมีวิธีบริหารจัดการอีกร้อยแปด ไม่ใช่ปลูกเพื่อไปส่งโรงงานอย่างเดียว ต้นโตๆอายุ 15 ปี ผมแปรรูปให้ดร.แสวง รวยสูงเนิน เอาไปทำโรงเรือนเลี้ยงโคที่ขอนแก่น ไม้ต้นเดียวคิดเป็นเงินตามราคาชาวบ้าน ไม่ใช่ราคาโรงไม้ ยังมีรายได้ 13,000 บาท/ต้น

ถ้าเราแปรรูปแล้วนำไปทำเครื่องเรือนหรือก่อสร้างบ้านเรือนก็จะมีรายได้ประมาณ 20,000 บาท/ต้น ถ้าท่านปลูกกันคนละ 1,00 ต้น ไม้อายุ 15 ปี ราคาไม้ตอนนั้นน่าจะอยู่ที่ต้นละ 30,000 บาท ก็จะมีรายได้ประมาณ 3,000,000 บาท เอาไปสมทบกับบำเหน็จบำนาญก็จะมีเงินไปเที่ยวรอบโลกได้ หรือถ้าอยากมีเงินมากกว่านี้ ก็ปลูกสัก 1,000 ต้น ก็จะรับทรัพย์อีตอนหง่อม 30,000,000 บาท (สามสิบล้าน) ไม่มากไม่น้อย ซื้อไข่มดแดงได้หมดตลาดเลยเชียวแหละ ลองเก็บไปพิจารณาต่อนะครับ ว่าจะปลูกอะไรดี     

ส่ วนผมนั้นปลูกอยู่แล้ว นั่งเขียนหนังสือยู่นี่ ต้นไม้มันก็โตของมันขึ้นเรื่อยๆ สมมุติว่ามี 20,000 ต้น อัตราเติบโตคิดเป็นมูลค่าต้นละ1บาท ผมก็จะมีรายได้วันละ 20,000 บาท ไม่น้อยเลยเชียวแหละ มีเงินพอที่จะไปซื้ออาหาร ขนม นมเนย ไว้ต้อนรับที่รักจะยกทีมมาจากทั่วประเทศในต้นเมษานี้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้แปรรูปมาเป็นตัวเงินแค่นั้นเอง มันยังเป็นออมสินต้นไม้ จ่ายดอกเบี้ยเป็นร่มเงา ออกซิเจน ความร่มรื่น เป็นที่อยู่ของนกหนู ออกมาขันจูฮุกกรู๊ตอนบ่ายๆ เรื่องนี้มันคงต้องคุยเรื่องพอเพียง เรื่องคุณค่าและมูลค่าอีกหลายตอน   

สรุปได้ว่า ถ้าปลูกยูคาฯด้วยสติปัญญา มันคงไม่ถึงกับเลวร้ายอะไร เพราะผมปลูกกับมือ รู้เห็นข้อดีข้อด้อย ตอนต่อไปจะเสนอประสบการณ์ตรง ให้เห็นดีๆดีอย่างไร ที่ว่าด้อยมันด้อยตรงไหน และสร้างฟาร์มต้นไม้แบบอีลุ๊บตุ๊บป่องมาอย่างไร อย่าเพิ่งเบื่อนะจ๊ะตามมาวิจารณ์ด้วย ตัดไม้ขายเมื่อไหร่ ..จะซื้อทองให้ใส่เส้นโตเท่าโซ่รถไฟ อิอิ..

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ในมหาชีวาลัยอีสาน



ความเห็น (14)

เขียนเมื่อ 
  • วันนี้มีคณะนักวิชาการจากกรุงเทพฯแวะมาเยี่ยมโรงเรียนบ้านเม็กดำ  ครับ 
  • กะว่าจะเรียนเชิญท่านไปศึกษาดูงาน  kM   ที่สวนป่า  แต่ท่านติดใจหัวปลา ที่เม็กดำ  เลยไม่ได้ไป 
  • เรื่องงานค่าย มมส. ทีมงานเม็กดำ  พร้อมครับ
วันนี้เหนื่อยจังเลยค่ะ แวะมากราบสวัสดีและขอฟังเพลงก่อนนอนค่ะพ่อครูขา
P

วันที่ 2 เมษา ติดอะไรรึเปล่า

นอนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวัน พรุ่งนี้ค่อยตอบ

เขียนเมื่อ 
  • วันนี้หว้าขอราตรีสวัสดิ์เช่นกันค่ะ   ง่วงมากเลยค่ะ
เขียนเมื่อ 
  • พระเจ้าจอร์จ!!!   ทองเส้นใหญ่ขนาดนั้นจะเอาคอไว้ตรงไหนครับพ่อครูบา 
  • อียูคานี่ ผมปลูกเล่น ๆ ไว้ที่บ้านหลายสิบต้นเหมือนกัน แบบปลูกฝังไปเลยไม่สนใจดูแล เผลอแป๊บเดียวต้นสูงชลูด ผิดหูผิดตา
  • ตั้งใจว่าจะเก็บไว้สร้างเรือนหอ รอลูกสาวครูบาคนไหนที่อกหัก
  • แต่สุดท้ายคุณแม่แอบตัดไปขายซะแล้ว 
  • ก็รอกิ่งที่มันแตกหน่อขึ้นใหม่  กำลังโตทีเดียวเลยครับ...ไม่รู้มีลูกสาวครูบาคนไหนพอรอได้บ้าง อิอิอิ...

อิอิ พ่อครูขา... แอบมาตอบค่ะว่า  2 เมษายน  น่าจะอยู่ที่ เม็กดำค่ะ  แต่ถึงอยู่มหาสารคามก็เข้าไปได้ค่ะ  ^__*

P

 ดร.อุษา กลิ่นหอม แห่ง ม.สารคาม นั่นแหละ

ส่งเทียบเชิญมาให้ไปสนทนาวิสาสะ เรื่อง..จำไม่ได้ ต่อท้ายว่าภูมิปัญาๆๆๆอะไรนี่แหละ จัดที่ตักกะศิลา .ไม่รู้อยู่ตรงไหน เลยมองหาตัวช่วย เผื่อจะมีอาสาสมัครมาช่วยฟัง คิด เก็บสาระไปดูแลต่อ

P

กลับมาบ้าน แล้วปลูกใหม่ 100 ต้น

บอกแม่ว่า ขุดนี้ขอไว้อย่าตัดขาย

เอาไว้เป็นทุนแต่งเมีย

มีตัวอย่างของจริง ติดตามตอนต่อไป

 

กราบสวัสดีงามๆ ในตอนที่ 4 ครับผม

  • คงต้องศึกษาเป้าหมายของการปลูก และศึกษาความยั่งยืนด้วยนะครับ ไม่ว่าจะปลูกต้นอะไร ส่วนต้นยูคา ก็ต้องศึกษาให้เยอะๆ ครับ
  • ส่วนหนึ่งอ่านบทความดีๆ เพิ่มเติมได้ในยูคาลิปตัสนะครับ คนกูเกิล eucalyptus + disadvantage อันนี้จะบอกข้อเสียเกี่ยวกับยูคาครับ ศึกษาไว้ไม่เสียหายครับ
  • ต้นไม้ทุกชนิดมีขีดจำกัดของมันหากเราเข้าใจและใช้มันในทางที่เหมาะสม เราจะได้ความยั่งยืนครับ
  • สำหรับคนที่ยังมีที่นา และยังทำนาได้อยู่ การจะปลูกยูคาบนคันนา ผมยังเป็นห่วง แต่ลองทำไปเพื่อเป็นการเรียนรู้ได้ครับ ผมอยากจะทราบเหมือนกันครับ ว่าจะได้ผลอย่างไรในระยะยาว (เผลอวันหนึ่งอาจจะได้ปลูกยูคาในนาด้วย ไม่ใช่แค่ที่คันนา หรืออาจจะขายยูคาไปซื้อข้าวกินก็ได้ครับ อิๆ)
  • ยังไงผมยังเน้นการปลูกแบบผสมผสานนะครับ หากเป็นไปได้ ผมพยายามมองในภาพรวมและไม่ยึดติดกับรายได้ ที่จะมีเข้ามาเพราะยูคา ต้องมองให้หลุดจากตัวรายได้ตัวนี้ สิ่งที่ผมห่วงคือภาพรวมของโลกในนี้ครับ ใช่ว่าการมีกิน กินดีอยู่ดีของชาวบ้าน เป็นสิ่งสำคัญครับ และไม่ควรละเลยครับ แต่ในภาพรวมต้องไปได้ด้วยครับ
  • เห็นด้วยกับที่ท่านครูว่า ปลูกสิบยี่สิบต้น ตามรั้ว บ้าน อันนี้คงไม่มีผลไรกระทบมากครับ เพราะระบบคงมีสิ่งภายนอกเข้าไปจุนเจือให้ระบบดินมันมีความสมดุลได้ครับ
  • ศึกษาดินให้ทราบว่าดินนี้เป็นไง เหมาะจะปลูกอะไรดี เมื่อทราบแล้วก็ทดลองทำวิจัยให้กับตัวเองไป
  • อย่างผมเขียนบทความ ปลูกยางในนา ทำให้นาข้าวเสีย (ทางออกมันก็มีหากจะปลูกกันในนาจริงๆ แต่ระบบนาจะเสียไป หาที่นานั้นยังปลูกได้อยู่) เราไม่จัดการระบบการปลูกข้าวให้เป็นระบบตั้งแต่การส่งเสริมการปลูก การตลาด การทำให้ชาวบ้านอยู่ได้ ไม่ใช่กำไรอยู่แต่ที่คนกลาง จนชาวนาไม่อยากจะปลูกข้าว หรือปลูกกันแค่เพื่อไว้กินเอง
  • ดังนั้น ไม่ควรจะเสียพื้นที่ทำนาไป หากนานั้นยังปลูกข้าวได้อยู่ เว้นแต่ระบบน้ำแย่จริงๆ ที่นาไม่มีน้ำ จริงๆ (หากมีการจัดระบบน้ำได้ พันธุ์ข้าวที่ทนแล้งก็มีครับ) เคยเห็นเค้าปลูกข้าวไรไหมครับ แบบว่าน้ำไม่เลยครับ เวลาปลูกเค้าต้องใช้ไม้กระทู้ ปักลงไป แล้วหย่อนเมล็ดกันเลย ขึ้นตามยถากรรม แต่ที่สุดแล้ว ก็ได้ข้าวไร่ที่หอมอร่อย หอมกว่าข้าวหอมมะลิในนาซะอีก ก็ปลูกได้ครับ
  • ข้อยกเว้นมันมีหมด หากเราศึกษาและเข้าใจจริงๆ แต่อย่าได้ทำตามแฟชั่น ปลูกตามๆ กันไป เราไม่ใช่ถั่วงอกครับ จงใช้วิจารณญาณและทำการวิจัยในสิ่งที่จะทำไปด้วย จนรู้แจ้งเห็นจริง
  • ขอบคุณมากๆ ครับผม ยินดีสำหรับข้อเห็นแย้ง
  • สิ่งที่ผมเขียนอย่าได้เชื่อโดยไม่มีเหตุผลครับ

ฝากข่าวถึง ชาวมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)

  • หนังสือ WaY 4 เล่ม ได้รับแล้ว
  • ชอบมาก ได้ประโยชน์
  • มีอะไรฝากมาให้อ่านอีกไหมครับ
เขียนเมื่อ 
  • พ่อไป มมส หรือครับ
  • ถ้าปลูกยูคาเป็นธนาคารยูคา ก็น่าจะดี
  • เริ่มไม่อยากเป็นครูแล้วพ่อ
  • ไปทำไร่ไถนา เลี้ยงปลา ปลูกยูคาดีไหมครับ
  • ข้อเสียของชาวบ้านแถวบ้านผมคือเขาใจร้อน รีบตัดเพื่อรับเงิน ต้นไม้ยังไม่โตเลย
  • เดี๋ยวนี้มีแปลกว่านั้น เจ้าของปลูกไว้ไม้กำลังโตดี ไม่มีเวลามาดูแล
  • มาดูอีกที อ้าว ยูคาหายไปทั้งไร่เลย
  • อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยโดน น่าสงสารไหมครับ
P

มีเรื่องน่าทำเยอะ ดีกว่ายูคาเสียอีก

เพียงแต่ยูคามันจัดการง่าย ลงทุนต่ำ เหมาะแก่คนจน

อ.ขจิต สวรรค์บัญชาให้เกิดมาเป็นครู

เพียงแต่ต้องเลือกว่าจะเป็นครูในระบบหรือนอกระบบ

ถ้านอกระบบเราจะทำอะไรได้มากกว่า

สนุกกว่า ไม่ลำบากใจ ท้าทายความสามารถ

ออกมาอยู่แบบอิงระบบ

ถ้าสนใจต้องคุยกันยาว

คนเก่งๆผมยุให้ออกนอกระบบมาเยอะแล้ว

ผมนี่เป็นบุคคลอันตรายต่อระบบ

  •  พ่อครูขา  วันที่ 2 เมย.เป็นวันจันทร์ค่ะ  จดๆจำๆไว้ก่อน  อิอิ  ถ้าไม่มีอะไรจะควงพ่อครูบา ไปเที่ยวตักกศิลา  ^__*
  • ว่าแต่ว่า...  พ่อครูขาหนิงอยากปรึกษาบุคคลอันตรายค่า...แต่ไม่เห็นพ่อครูบา ยุเราเลยอ่ะ ^__*

 พ่อครูฯ ขา

      เงินทองเป็นของนอกกาย  ยูคาฯ สิ ถ้าโดนตัดไป  ร่มเงา ออกซิเจน ความร่มรื่น เป็นที่อยู่ของนกหนู ออกมาขันจูฮุกกรู๊ตอนบ่ายๆ จะหายไปนะคะ พ่อครูฯ

   ถึงพ่อครูฯ ไม่ได้สวมสร้อยเส้นเท่าโซ่รถไฟ ก็ไม่เห็นจะเป็นไร  เพราะสายใยที่มีหัวใจพวกเราเป็นบ่วงคล้องคอพ่อ  ก็หนักกว่าโซ๋รถไฟแล้วค่ะ

   ด้วยความเคารพ