ผศ. ฉลาด จันทรสมบัติ นิสิตปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มมส. เอา "แบบประเมินการดำเนินการจัดการความรู้ขององค์กรชุมชน" สำหรับใช้ในการวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์เรื่อง "การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ขององค์กรชุมชน" มาให้ผม comment
ตัวแบบประเมินมี 25 ตัวแปร ให้ชาวบ้านกาในแบบฟอร์มว่าแต่ละตัวแปรมีการดำเนินในระดับใดใน 5 ระดับ ตั้งแต่มากที่สุดถึงน้อยที่สุด
Comment ของผมก็คือ
1. ภาษาที่ใช้ในแบบสอบถามเป็นภาษาวิชาการหรือภาษาทฤษฎี ไม่ใช่ภาษาปฏิบัติ เป็นภาษาของนักวิชาการ ยากแก่การเข้าใจของชาวบ้าน เป็นแบบฟอร์มที่เหมาะต่อนักวิชาการใช้ ไม่เหมาะต่อชาวบ้านใช้
2. ผมสงสัยว่า การเก็บข้อมูลโดยแบบสอบถามได้ความแม่นยำของข้อมูลแค่ไหน สงสัยว่าเก็บข้อมูลโดย AAR น่าจะแม่นยำและลึกกว่า ได้ข้อมูลเชิงปฏิบัติมากกว่า
3. วิธีออกแบบแบบสอบถาม ควรเป็นอย่างไร ระหว่างการใช้ภาษาง่าย ๆ ในแบบสอบถาม ให้ชาวบ้านตอบโดยไม่ต้องตีความแล้วผู้วิจัยนำมาตีความ กับใช้ภาษายาก ๆ ให้ชาวบ้านตีความในการกรอกแบบสอบถาม แล้วนักวิจัยรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณโดยไม่ต้องตีความ
4. แบบสอบถามนี้ไม่ได้ถามว่ากลุ่มมีการประชุมกันสม่ำเสมอหรือไม่ บ่อยแค่ไหน คุยกันเรื่องอะไรในการประชุม คุยกันแล้วสมาชิกเอาเรื่องที่คุยกันไปทำอะไร
จากการพิเคราะห์แบบสอบถาม ผมถามตัวเองว่านี่เป็นความพยายามทำให้ข้อมูลเชิงคุณภาพกลายเป็นข้อมูลที่วัดเป็นตัวเลขได้ (เชิงปริมาณ) ใช่หรือไม่ และในการแปลงนี้ทำให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงหายหกตกหล่นไปแค่ไหน ข้อเท็จจริงที่หล่นหายไปนั้นเป็นข้อเท็จจริงของบริบทและของการปฏิบัติใช่หรือไม่ ถ้าใช่ สภาพนี้น่าตกใจมากเพราะเรื่อง KM หัวใจคือความรู้เชิงบริบทและเชิงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
วิจารณ์ พานิช
6 มี.ค.50
เข้ามาเรียนรู้...ครับ
ขอบคุณมากครับ
วิชิต ชาวะหา