ผลการสัมมนาสรุปได้ ดังนี้

1.ความสำคัญของศาลชรีอะฮฺ มีดังนี้คือ                

  • - การจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺมีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและการบริหารกฎหมายอิสลามของมุสลิมในประเทศไทย                
  • -การจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺในประเทศไทยมีความจำเป็นตามหลักชะรีอะฮฺและมีความเป็นไปได้ตามกฎหมาย                
  • -การจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺสามารถเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ                

2. ขตอำนาจศาลชะรีอะฮฺ  มีดังนี้คือ                

  • - ศาลชะรีอะฮฺต้องมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและมรดกของมุสลิมทั่วราชอาณาจักร                
  •  -ศาลชะรีอะฮฺต้องมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เป็นความผิดต่อหลักการศรัทธาในอิสลามเฉพาะคดีที่มีผลต่อกฎหมายครอบครัวและมรดก          

3. ฎหมายประกอบการจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺ มีดังนี้คือ                

  • -ต้องบัญญัติให้ผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลชะรีอะฮฺมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายอิสลาม                
  • -ต้องบัญญัติและบังคับใช้ประมวลกฎหมายอิสลามลักษณะครอบครัวและมรดก                  
  • -ต้องบัญญัติและบังคับใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความในศาลชะรีอะฮฺ                
  • -ต้องจัดตั้งสำนักงานจดทะเบียนสมรสและทะเบียนหย่าตามกฎหมายครอบครัวอิสลาม                

4.รู ปแบบของศาลชะรีอะฮฺ มีดังนี้คือ                

  • -ศาลชะรีอะฮฺต้องมีความเป็นเอกเทศและอิสระ                
  • -ผู้พิพากษาศาลชะรีอะฮฺต้องมีอำนาจเด็ดขาดในการพิจารณาพิพากษาคดี                
  • -ต้องจัดตั้งศาลสูง เพื่อพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชะรีอะฮฺชั้นต้น

ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา                

  1. ควรให้รัฐและสถาบันอุดมศึกษาอิสลามประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำคัญของศาลชะรีอะฮฺทางสื่อต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺในประเทศไทย                
  2. รัฐและสถาบันอุดมศึกษาอิสลามควรจัดให้มีการสัมมนาในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาลชะรีอะฮฺและจัดเวทีระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง                
  3. ควรให้คณะกรรมาธิการการยุติธรรมการตำรวจและสิทธิมนุษยชนเป็นผู้ผลักดันในการจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺต่อไป                
  4. ควรให้รัฐยกร่าง พ.ร.บ จัดตั้งศาลชะรีอะฮฺ และทำประชาพิจารณ์ และเสนอต่อสภานิติบัญญัติ     แห่งชาติ.                
  5. ควรให้รัฐกำหนดให้มีคณะกรรมการไกล่เกลี่ยในศาลชะรีอะฮฺ                
  6. ควรให้มีโครงการร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและศาลชะรีอะฮฺในการอบรมบุคลากรที่จะไปทำงานในด้านการศาล                
  7. ควรให้รัฐดำเนินการจัดตั้งสภาทนายความชัรอีย์ในประเทศไทย                
  8. ควรให้รัฐและสถาบันอุดมศึกษาอิสลามเป็นเจ้าภาพร่วมกันในยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งศาลชะรีอะฮ.

ขอขอบคุณ ดร.มุฮำหมัดซากี เจ๊ะหะ รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะอิสลามศึกษาที่กรุณามอบสรุปผลการสัมมนาในครั้งนี้ครับ