• ก่อนหน้านี้ผมได้นำเสนอเกี่ยวกับโครงการสัมมนาวิชาการเรื่อง "การจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺในประเทศไทย" ซึ่งจัดโดยคณะอิสลามศึกษา วิทยาลัยอิสลามยะลา ในวันเสาร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ไปแล้ว
  • ก็ขอถือโอกาสนี้นำเสนอสรุปผลการสัมมนาให้ชาว gotoknow.org ทราบ ดังนี้ครับ

ผลการสัมมนาสรุปได้ ดังนี้

1.ความสำคัญของศาลชรีอะฮฺมีดังนี้คือ               

  • - การจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺมีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและการบริหารกฎหมายอิสลามของมุสลิมในประเทศไทย               
  • -การจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺในประเทศไทยมีความจำเป็นตามหลักชะรีอะฮฺและมีความเป็นไปได้ตามกฎหมาย               
  • -การจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺสามารถเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ               

2.ขตอำนาจศาลชะรีอะฮฺ  มีดังนี้คือ               

  • - ศาลชะรีอะฮฺต้องมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและมรดกของมุสลิมทั่วราชอาณาจักร               
  •  -ศาลชะรีอะฮฺต้องมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เป็นความผิดต่อหลักการศรัทธาในอิสลามเฉพาะคดีที่มีผลต่อกฎหมายครอบครัวและมรดก         

3.ฎหมายประกอบการจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺ มีดังนี้คือ               

  • -ต้องบัญญัติให้ผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลชะรีอะฮฺมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายอิสลาม               
  • -ต้องบัญญัติและบังคับใช้ประมวลกฎหมายอิสลามลักษณะครอบครัวและมรดก                 
  • -ต้องบัญญัติและบังคับใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความในศาลชะรีอะฮฺ               
  • -ต้องจัดตั้งสำนักงานจดทะเบียนสมรสและทะเบียนหย่าตามกฎหมายครอบครัวอิสลาม               

4.รูปแบบของศาลชะรีอะฮฺมีดังนี้คือ               

  • -ศาลชะรีอะฮฺต้องมีความเป็นเอกเทศและอิสระ               
  • -ผู้พิพากษาศาลชะรีอะฮฺต้องมีอำนาจเด็ดขาดในการพิจารณาพิพากษาคดี               
  • -ต้องจัดตั้งศาลสูง เพื่อพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชะรีอะฮฺชั้นต้น

ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา               

  1. ควรให้รัฐและสถาบันอุดมศึกษาอิสลามประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำคัญของศาลชะรีอะฮฺทางสื่อต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺในประเทศไทย               
  2. รัฐและสถาบันอุดมศึกษาอิสลามควรจัดให้มีการสัมมนาในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาลชะรีอะฮฺและจัดเวทีระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง               
  3. ควรให้คณะกรรมาธิการการยุติธรรมการตำรวจและสิทธิมนุษยชนเป็นผู้ผลักดันในการจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺต่อไป               
  4. ควรให้รัฐยกร่าง พ.ร.บ จัดตั้งศาลชะรีอะฮฺ และทำประชาพิจารณ์ และเสนอต่อสภานิติบัญญัติ     แห่งชาติ.               
  5. ควรให้รัฐกำหนดให้มีคณะกรรมการไกล่เกลี่ยในศาลชะรีอะฮฺ               
  6. ควรให้มีโครงการร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและศาลชะรีอะฮฺในการอบรมบุคลากรที่จะไปทำงานในด้านการศาล               
  7. ควรให้รัฐดำเนินการจัดตั้งสภาทนายความชัรอีย์ในประเทศไทย               
  8. ควรให้รัฐและสถาบันอุดมศึกษาอิสลามเป็นเจ้าภาพร่วมกันในยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งศาลชะรีอะฮ.

ขอขอบคุณ ดร.มุฮำหมัดซากี เจ๊ะหะ รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะอิสลามศึกษาที่กรุณามอบสรุปผลการสัมมนาในครั้งนี้ครับ