ยุคนี้เมื่อลงมือทำอะไรสักอย่าง ย่อมมองถึงผลที่จะได้รับกันทั้งนั้น
การลงมือทำอะไรบางอย่าง ย่อมมีเจตนาบางอย่าง ทั้งผลที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ถ้าไม่มีเจตนา ย่อมไม่เสียเวลาลงมือกระทำ


”ทำไมนายบอนถึงทำอะไรให้คุณอำนาจ แสงสุข (น.เมืองสรวง) มากมายนักหนา เขียนถึงในบันทึกก็บ่อยๆ นานหลายเดือนมาแล้ว ทำไปแล้วจะได้อะไรหรือ”

”ทำไมนายบอนถึงเขียนบันทึกถึงครูอ้อยมากมายกว่าใครๆ เขียนในแบบเฉพาะกิจ ถึงครูอ้อยโดยเฉพาะในขณะที่คนอื่นๆหรือแม้กระทั่งครูอ้อยเอง ยังไม่เคยคิดที่จะเขียนถึงคนอื่นในลักษณะแบบนี้เลย มักจะเขียนแต่เรื่องของตัวเองเป็นหลัก แล้วทำแบบนี้ ต้องการอะไร คิดอะไรอยู่หรือ”

คำตอบแบบนี้ คนอื่นๆย่อมคิดได้หลากหลาย แต่คำตอบที่ถูกต้อง ย่อมอยู่ที่ตัวของนายบอนเอง

แต่ก็มีบางท่าน เคยถามคำถามในลักษณะนี้ เมื่อนายบอนให้คำตอบออกไป ก็บอกว่า ไม่ใช่มั้ง ไม่ใช่เลย ....แหม รู้คำตอบของนายบอนได้ยังไง ยังไม่เคยไปเฉลยคำตอบที่ไหน แล้วมาบอกว่า เป็นคำตอบที่ไม่ถูกต้องเสียแล้ว

เป็นคำถามที่ต้องรอคำตอบในอนาคตครับ


กรณีของคุณอำนาจ แสงสุข นั้น ถ้าลองติดตาม ย้อนกลับไป มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ทำไมนายบอนถึงได้คบกับเพื่อนคนนี้ มาอย่างยาวนานนัก เกิน 15 ปี ซึ่งความจริงเพื่อนในรุ่นที่รู้จักกันมาพร้อมกับเขาก็มีหลายคน แต่คนที่ติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาอันยาวนานไปมาหาสู่กันตามจังหวะเวลาและโอกาส กลับเป็นอำนาจ แสงสุขคนนี้

การที่จะคบกันได้อย่างยาวนาน สม่ำเสมอ จริงใจไม่เสื่อมคลาย ย่อมมีน้ำใจให้แก่กันเสมอ ตามที่แต่ละฝ่ายสามารถมอบให้ได้ ซึ่งน้ำใจนั้น อาจถูกมองว่า  มากเหลือเกิน พิเศษมากๆ

แต่มิตรภาพและน้ำใจ ไม่เคยถูกนำมาตีราคาเป็นตัวเลขทางการเงิน มีแต่ความจริงใจเท่านั้น ที่มอบให้ได้ทันที


ในความพิเศษมากๆนี้ ย่อมที่จะมอบให้ได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น กรณีของครูอ้อยก็เช่นกัน ที่ได้ทอบความพิเศษด้วยการเขียนบันทึกถึงครูอ้อยด้วยเนื้อหาที่แตกต่างจากคนอื่นๆใน gotoknow

ทำไป เพื่ออะไร และจะได้อะไรกลับมาล่ะ นายบอนไม่มีคำตอบให้ เพราะไม่ได้คาดหวังว่า อีกฝ่ายจะมอบอะไรหรือให้อะไรกลับมา ตอบได้เพียงแค่ว่า ได้รับน้ำใจและความจริงใจตอบกลับ ซึ่งฟังดูเป็นนามธรรม  


แต่สิ่งที่เป็นรูปธรรม อาทิ การเลี้ยงข้าว มอบของที่ระลึกบางอย่าง ความห่วงใย ถามไถ่เอาใจใส่ มิตรภาพ หมวก นมเปรี้ยว จนถึงน้ำพริกนรกที่ตำให้โดยเฉพาะเพื่อตอบแทนน้ำใจ

เป็นคำถามที่ต้องรอคำตอบในอนาคตไงครับ เพราะไม่รู้หรอกว่า อีกฝ่ายจะมอบอะไรให้ เพราะอีกฝ่ายจะมอบสิ่งที่เหมาะสมให้เองไงครับ