Hiker

เราๆ ท่านๆ คงจะชื่นชอบ หรือชิงชังอาหารประเภท "ปลา" ไม่มากก็น้อย วันนี้มีข่าวดีสำหรับท่านที่ไม่ชอบปลาครับ…

พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังคำแนะนำให้ลด ละ เลิกอาหารประเภทแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์…) เลิกบุหรี่ ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม ฯลฯ อาหารไขมันแปรรูป(ทรานส์) เช่น เบเกอรี ครีมเทียม อาหารทอดสำเร็จรูป ฯลฯ และเพิ่มอาหารที่มีน้ำมันชนิดดี หรือโอเมกา-3 เช่น ปลา น้ำมันปลา ฯลฯ มาแล้วไม่มากก็น้อย

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การกินไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งควรเน้นไปทางกลุ่มโอเมกา-3

น้ำมันกลุ่มโอเมกา-3 พบมากในปลา และน้ำมันพืชบางชนิด เช่น แฟลกซีด วอลนัท ฯลฯ

น้ำมันเขตร้อนที่มีโอเมกา-3 มากหน่อยได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง... 

อาจารย์ดอกเตอร์รีเบคคา แอล. คาร์วิน แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สหรัฐฯ ทำการทดลองในกลุ่มตัวอย่าง 23 คน ให้กินอาหาร 3 ประเภท นาน 6 สัปดาห์

กลุ่มแรกให้กินอาหารอเมริกัน ซึ่งมีเนื้อสัตว์มาก หนักไปทางทอด ไขมันสูง และมีกรดไขมันอิ่มตัว 2 ตำแหน่ง (polyunsaturated fatty acid / PUFA) ต่ำ

กลุ่มที่สองให้กินอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว (PUFA) กลุ่มโอเมกา-3 (linolenic acid) สูง เช่น น้ำมันแฟลกซีด (flaxseed) วอลนัท (walnut) ฯลฯ

กลุ่มที่สามให้กินอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (PUFA) ที่มีโอเมกา-3 ต่ำ เช่น น้ำมันทานตะวัน ฯลฯ

ผลปรากฏว่า กลุ่มที่กินอาหารที่มีโอเมกา-3 สูงมีความเสื่อมของกระดูกตามอายุน้อยที่สุด รองลงไปเป็นกลุ่มที่กินอาหารที่มีกรดโอเมกา-3 ต่ำ

ส่วนกลุ่มที่กินอาหารอเมริกัน ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูง และโอเมกา-3 ต่ำ ซึ่งคล้ายอาหารจานด่วน (ฟาสต์ฟูด / fast food) ของบริษัทข้ามชาติที่ขายในไทยพบว่า กระดูกเสื่อมเร็วที่สุด

น้ำมันพืชที่ผลิตในไทย… น้ำมันถั่วเหลืองจะมีสัดส่วนของโอเมกา-3 ค่อนไปทางสูง

จุดอ่อนของน้ำมันถั่วเหลืองคือ ไม่ค่อย "ทนร้อน" หรือใช้ทอดที่อุณหภูมิสูงได้ไม่ค่อยดี (อาจเกิดสารก่อมะเร็งได้เล็กน้อย)

น้ำมันพืชที่ผลิตในไทย… น้ำมันรำข้าวทนความร้อนได้สูงกว่า และมีไขมันอิ่มตัวค่อนข้างต่ำ จึงเหมาะกับการทอดที่ความร้อนสูงหน่อย

ถ้าต้องการน้ำมันที่ดีกับสุขภาพ… เรียนเสนอให้นำน้ำมันถั่วเหลืองผสมกับรำข้าว

  • ถ้าทอดความร้อนต่ำ > ให้ผสมน้ำมันถั่วเหลืองมากหน่อย น้ำมันรำข้าวน้อยหน่อย
  • ถ้าทอดความร้อนสูง > ให้ผสมน้ำมันถั่วเหลืองน้อยหน่อย น้ำมันรำข้าวมากหน่อย

ขอนอกเรื่องหน่อย…

คนพม่านี่ก็มีดีหลายอย่างครับ… คนพม่าชอบใช้น้ำมันถั่วลิสง ซึ่งเป็นชนิดดีคล้ายๆ น้ำมันรำข้าว

ท่านพระอาจารย์อาคมซึ่งมีประสบการณ์ไปศึกษาเล่าเรียนที่มัณฑเลย์ และมอลัมยาย(เขตมอญ)มา 3 ปีเศษ อ่าน เขียน พูดได้ทั้งภาษาบาลี พม่า และมอญเล่าว่า คนพม่าชอบน้ำมันมาก เวลาสามเณรกลับบ้านจะหอบถังน้ำมันถั่วลิสงกลับวัด

สามเณรพม่าใช้ข้าว(คนพม่ากินข้าวขาว) คลุกกับถั่วหลายชนิดปนกัน สับหัวหอมลงไป ใส่ชาหมัก(ดูจะเรียกว่า "ละพะแย")ไปอีกนิด ใส่น้ำมันถั่วลิสงอีก "ไม่หน่อย(= มาก)" คลุกข้าวระคนกัน เปิบ(ด้วยมือ)เท่านี้ก็อิ่มได้แบบสบายๆ

    ภาพที่ 1:

อาหารพม่าส่วนใหญ่มีถั่ว ปลา สัตว์ปีก (เน้นไก่) ผัก งาปิ๊(กลิ่นลึกซึ้ง บรรยายยาก... คล้ายกะปิผสมปลาร้า ทว่า... ใช้ปลาหมักแทนกุ้งหมักแบบกะปิ)

ที่ขาดไม่ได้คือ น้ำมันถั่วลิสง โปรดสังเกตแกงชั้นดีต้องมีน้ำมัน "ลอยหน้า" หนาประมาณ 7 มิลลิเมตร

    ภาพที่ 2:

คนพม่ากินอาหารทำจากถั่วมาก กินเนื้อน้อย และหนักไปทางไก่กับปลา... นี่คงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนพม่ามีผิวพรรณดีดังคำกล่าวชมว่า "ผิวพม่า นัยน์ตาแขก"

    ภาพที่ 3:

ของหวานยอดนิยมได้แก่ น้ำตาลปี๊บก้อน ถั่วคั่ว และชาหมัก

ท่านพระอาจารย์อาคมเล่าว่า คนพม่ารูปร่างสูงใหญ่ กระดูกใหญ่กว่าคนไทย แถมการนับตัวเลข(ติ๊ นิ ตง เล งา = 1,2,3,4,5,…) ก็แทบจะเหมือนกับคนธิเบต

นักภาษาศาสตร์จัดภาษาพม่าเป็นกลุ่มเดียวกับธิเบต และคนพม่า(ถ้าไม่ขาดอาหาร)ก็มีรูปร่างสูงใหญ่แบบชาวธิเบต และน่าจะมีเชื้อสายเดียวกับชาวธิเบต

เรื่องนี้(คนพม่าคล้ายคนธิเบต)อย่าไปพูดกับคนพม่านะครับ… คนพม่าอาจจะโกรธ และอาจจะโดนมวยคาดเชือกแถมได้

คนพม่าเชื่อกันว่า พม่ามีเชื้อสายศากยะ(วงศ์ของพระพุทธเจ้า) อพยพมาจากตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งนับว่า เป็นความเชื่อที่ "ไม่ธรรมดา" ทีเดียว

    ภาพที่ 4:

โฆษณามวยคาดเชือกที่ท่าขี้เหล็ก 20 มกราคม 2550...

พม่าเป็นชาติที่มีความเจริญมานาน และเป็นเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดไทยยาวมาก… การมองกันในแง่ดี เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันไว้ก่อนดี (พม่า ลาว เขมรคงไม่ยอมเป็นน้อง คงต้องยกให้ท่านเป็น "พี่" ถึงจะคบกันได้นาน)

ถึงตรงนี้ขอกลับเข้าเรื่องเดิม… (นอกเรื่องมากจัง)

ท่านที่ไม่ชอบกินปลาคงจะเบาใจได้ เพราะการกินน้ำมันไม่อิ่มตัวที่มีโอเมกา-3 มากหน่อย เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ฯลฯ ก็ช่วยให้กระดูกแข็งแรงสมวัยได้ดีทีเดียว

อาหารทุกวันนี้มีชนิดเสริมโอเมกา-3 เช่น นมเปรี้ยวไขมันต่ำโฟร์โมสต์ โอเมก 3 มีโอเมกา-3 จำนวน 7 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ฯลฯ

วิธีง่ายๆ ในการเลือกอาหาร และเครื่องดื่มสมัยนี้คือ ให้ดูฉลากอาหารด้ (food label) ด้านข้างภาชนะ

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเราทุกคนมีสุขภาพดี และมีกระดูกแข็งแรง จะได้มีแรง มีกำลังไว้ทำดีไปนานๆ ครับ

    แหล่งที่มา:

  • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > Anthomy J. Brown, M.D. > Fish eaters can get strong bones too. > http://today.reuters.com/news/articlenews.aspx?type=healthNews&storyid=2007-02-23T141230Z_01_COL351037_RTRUKOC_0_US-FISH-HATERS.xml&src=nl_ushealth1400 > February 23, 2007. // source: Nutrition Journal. January 16, 2007.
  • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > ฉลากอาหารนมเปรี้ยวไขมันต่ำ โอเมก 3. exp 120250. 11:58 4.
  • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > ATK / Aung thukha. No. 17(A), 1st street, West Shwegondaing, Bahan township, Yangon, Myanmar. (ร้านอาหาร "อ่องตุ๊กขะ (= ร้านอาหารนายสุขะ ออกเสียงแบบพม่า ตัว "ส" กลายเป็นตัว "ต" ไม่ใช่ร้านนายทุกขะครับ...)
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๗ มีนาคม ๒๕๕๐ > แก้ไข 13 พฤษภาคม 2550.
  • เชิญอ่าน "บ้านสาระ" ที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/talk2u