ภาพของหมู่บ้าน ผู้คนที่น่ารัก ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าดี ๆ มีพลังดึงดูดใจให้เกิดกระแสของไมตรีจิต ถ่ายทอดออกมาเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดการบรรยายพร้อมคำแปลสลับกันไปมาระหว่างภาษาญี่ปุ่นและไทย

วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 ครอบครัว ภาษยะวรรณ์ 4 คน ประกอบด้วย พ่อต้าน, แม่เป้า, น้องพรั่ง, น้องพร้อม และ พี่หม่วย สมาชิกจากร้านชุมพรออนไลน์ สาขาหลังสวน เราไปร่วมงานสัมมนาเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น โดยจัดขึ้นที่อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ

ไฮไลท์ของงานในปีนี้น่าชื่นชมมาก เพราะมีการนำเสนอเรื่อง ชุมชนมีชีวิตในญี่ปุ่น : จากวิถีแห่งท้องถิ่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในรูปแบบของปาฐกถา, การบรรยายพิเศษ และการอภิปรายเป็นคณะ

เข้าใจว่าผลสรุปในรายละเอียดทั้งหมดคงจะได้มีการนำเสนอผ่านเว็บไซท์ของเจ้าภาพที่ได้ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Japan Foundation, สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา และโดยเฉพาะ มุซัง คุณมุทิตา พานิช ผู้แปลหนังสือ ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ

ผมได้ทักทายสมาชิกจาก สคส. (สถาบันการจัดการความรู้เพื่อสังคมไทย : KMI) 2 คน คือ น้องอ้อม (play & play) และน้องอุไรวรรณ (uraiman) ที่มาร่วมในงานนี้ด้วย อีกสักพักน้องทั้งสองคงจะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เผยแพร่ใน Blog

ปาฐกถาพิเศษโดย รศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ เต็มเปี่ยมไปด้วยสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1.       สถานการณ์

  • โลกาภิวัฒน์เร่งรุด แข่งขันสูง แต่มีชีวิตไม่มั่นคง (Human Insecurities)
  • โลกร้อน วิกฤตสิ่งแวดล้อม, นิเวศวิทยาและภัยพิบัติ / โรคระบาดที่คาดไม่ถึง
  • สถานการณ์การพัฒนา : เมืองรุ่งโรจน์/ชนบทหดหู่, เมืองกรุงฟู่ฟ่า/หมู่บ้านล้มสลาย มหานครร่ำรวยแต่ชุมชนยากไร้
  • โลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจการค้ากับ ภาพรวมของอนาคต แต่ไม่รวมภาพชีวิต
  • การเรียนรู้โลกาภิวัฒน์ / โลกาภิวัฒน์ที่ไม่สนใจคนชายขอบ

2.       สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

  • การก่อรูปร่างของอัตลักษณ์ชาวบ้านในโลก
  • โลกาภิวัฒน์ที่ไม่มีชุมชนอยู่ในสายตาได้ไม่แล้ว
  • โลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจกับความเสี่ยงอันตรายแบบใหม่ต่อชีวิต และนิเวศ
    FTA กับจีน FTA กับสหรัฐอเมริกา
    JTEPA ( Japan-Thailand Economic Partnership Agreement)
  • ใครเขาจะหามอย่าเอาคานเข้ามาสอด และอย่าชักใบให้เรือเสีย กับ การป้องกันความเสี่ยง (Risks) เพื่ออนาคตร่วมกัน

3.       สิ่งทิ้งท้ายและโอกาส : พอเพียงหรือขยายตัวโดยไม่มีที่สิ้นสุด

  • ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ในโลกที่ไม่แน่นอน
  • ความสำนึกรับผิดชอบร่วมกันต่ออนาคตที่พอเพียงและยั่งยืน
  • การเรียนรู้ข้ามพรมแดน
    : กระบวนการทัศน์วิ่งไล่กวด กับ กระบวนทัศน์เพื่อนร่วมทุกข์
  • แหล่งเรียนรู้ใหม่ : ประสบการณ์ชุมชน, ประสบการณ์มนุษย์
  • เรื่องทางเรียนรู้ใหม่ ๆ จากชีวิตจริง

4.       สรุปทางออก : ปฏิบัติการเพื่อชีวิต

  • โลกาภิวัฒน์ทำลายความเป็นไทย โลกาภิวัฒน์ทำลายความเป็นญี่ปุ่น ไม่จริง
    โลกาภิวัฒน์เปิดให้เราสร้างความเป็นญี่ปุ่นขึ้นใหม่ สร้างความเป็นไทยขึ้นใหม่
  • จริยธรรมแห่งปฏิบัติการใหม่ ใครเสนอจุดยืนใด ภายใต้ยุคโลกาภิวัฒน์ก็ต้องลงมือปฏิบัติให้เป็นจริงด้วย อย่าเพิ่งเรียกร้องให้ผู้อื่นปฏิบัติ อย่าเพียงโยนภาระให้ผู้อื่น จงทำในสิ่งที่คุณต้องการ
  • การวัดตามวิถีการเมือง/ประชาธิปไตยตัวแทน คือ มาตรฐาน ก้าวหน้า-ล้าหลัง หัวใหม่-อนุรักษ์ ซ้าย-ขวา ชนชั้นสูง-ชนชั้นรากหญ้า ไม่ถูกต้องและไม่เพียงพอแล้ว
  • แต่ต้องวัดตามวิถีชีวิต ตามอัตลักษณ์ ตามการปฏิบัติที่เป็นจริง ตามรูปแบบใหม่ของนิเวศวัฒนธรรมและความสามารถในการปกครองตนเอง

การบรรยายพิเศษในช่วงต่อมาว่าด้วยเรื่อง การมีส่วนร่วมของชุมชนต่อการจัดการทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว : มุมมองจากญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย โดย ผศ.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ จากคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ มีคุณทรายแก้ว ทิพากร นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ และ รศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เป็นผู้อภิปรายเสนอแนะข้อคิดเห็น

ผมเชื่อว่าหลายท่านเมื่อได้อ่านชื่อหัวข้อนี้แล้ว คงจะ กระตุ้นต่อมไต ให้อยากฟัง อยากอ่าน โดยเฉพาะถ้าท่านได้รู้จัก หมู่บ้านอุมะจิ จากหนังสือ ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ เหมือนที่ผมและครอบครัวรู้จักจากการอ่านร่วมกัน เราคาดหวังที่จะรู้คำตอบของคำถามที่ว่า หมู่บ้านอุมะจิเหมือนหรือต่างจากหมู่บ้านอื่นในญี่ปุ่น ความเข้มแข็งของหมู่บ้านทำได้อย่างไร ?

ผศ.ดวงใจ เริ่มต้นด้วยการกำหนดประเด็นคำถาม 3 ข้อ ใช้เป็นแนวทางในการนำเสนอ คือ

1)       อะไรอยู่เบื้องหลังการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ?

2)       ใครสร้างความเข้มแข็งในชุมชน ?

3)       ใครสร้างความรู้ในการจัดการทรัพยากรและการท่องเที่ยวท้องถิ่น ?

ในช่วงเริ่มต้น ผศ.ดวงใจ ลำดับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจในช่วงแผนพัฒนาประเทศของญี่ปุ่นตั้งแต่แผนฯ 1 (เริ่มในปีค.ศ.1962 = พ.ศ.2505 ของเราเริ่มก่อน 1 ปี) มาถึงปัจจุบัน โดยเน้นหนักในเรื่องสังคมชนบท และการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น

ภาพที่ ผศ.ดวงใจ นำเสนอด้วย PowerPoint น่าตื่นตาตื่นใจมาก ทำให้เข้าใจสังคมญี่ปุ่นเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย เป็นความรู้ใหม่ ๆ ได้อย่างชัดเจน

ว่าไปแล้วสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านในชนบทของญี่ปุ่นก็ไม่ต่างจากประเทศไทยของเรามากนัก คือ

  • ตั้งแต่ 1955 หมู่บ้านเริ่มร้าง คนย้ายเข้าเมือง
  • วัฒนธรรมท้องถิ่นล่มสลาย ขาดคนสืบทอด
  • สังคมคนสูงอายุมาก เด็กเกิดน้อย
  • อุตสาหกรรมท้องถิ่นซบเซา ย้ายฐานการผลิตเพื่อลดต้นทุน
  • การท่องเที่ยวท้องถิ่นซบเซา เพราะทรัพยากรไม่ดึงดูด นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเปลี่ยนไป
  • บางท้องถิ่นเริ่มให้ทุนต่างชาติเข้ามาสร้างรีสอร์ท

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากตัวอย่างที่ดีกว่าของการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สรุปได้ 3 ประเด็น คือ คน / แนวคิด / วิธีจัดการ

หมายเหตุ ข้อความในวงเล็บ (พลัง......) ผมใส่เข้ามาเอง

คน (พลังเครือข่าย) : ผู้มีบทบาท และผู้ริเริ่มในการจัดการ

  • รัฐศูนย์กลาง
  • รัฐท้องถิ่น คณะกรรมการหมู่บ้าน องค์กรชุมชน หอการค้าหมู่บ้าน
  • สถาปนิก นักออกแบบอาคาร นักผังเมือง นักวิชาการ ปัญญาชนท้องถิ่น NPO
  • บริษัทจัดนำเที่ยว JTB, บริษัทสายการบิน, บริษัทรถไฟ JP, สื่อ

แนวคิดของรัฐในการพัฒนาท้องถิ่น (พลังนโยบาย)

  • สร้าง อุดมการณ์ปฏิรูปหมู่เกาะญี่ปุ่น
  • กำหนด แนวคิดการพัฒนาท่องเที่ยว 2 กระแส : อนุรักษ์วัฒนธรรม, ธรรมชาติ คาน กระแสพัฒนานิยมการตลาด
  • “ปรับ” แนวคิดการพัฒนาท่องเที่ยวกระแสโลกให้เข้ากับเศรษฐกิจสังคมท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างเมืองกับชนบท เช่น การท่องเที่ยวสีเขียวแบบญี่ปุ่น

วิธีการในการจัดการ (พลังความรู้)

  • เรียนรู้จากการลงมือทำ คิดแล้วทำ เน้นการปฏิบัติ
  • วิจารณ์/ประเมิน เพื่อปรับปรุง (Hanseikai)
  • วางแผนการท่องเที่ยวท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
  • สร้างความรู้ท้องถิ่นเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว
  • มีหน่วยงานศึกษาท้องถิ่นอย่างถ่องแท้

สรุปคำบรรยายของ ผศ.ดวงใจ มองว่า เงื่อนไขทำให้การจัดการท่องเที่ยวชุมชนสำเร็จมองจากประสบการณ์ของญี่ปุ่น คือ

  • การมีส่วนร่วมในการวางแผน / จัดการ และได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว
  • ความรู้ / ความงาม / ความรักและภูมิใจในท้องถิ่น / เคารพบรรพบุรุษ เชื่อผีปู่ย่า
  • ภาวะความเป็นผู้นำ / ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาสูง
  • ญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์สังคมที่ เข้ม / รัฐท้องถิ่น แรง / ประชาชน แข็ง
  • แม้นโยบายรัฐศูนย์กลางจะแทรกแซงการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ไม่เน้นการพัฒนาที่ทำลายวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • แม้รัฐศูนย์กลางมีอุดมการณ์พัฒนาแบบทุนนิยมที่กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ แต่การที่รัฐท้องถิ่นแข็ง จึงทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ต่ออำนาจศูนย์กลาง

การเสนอข้อคิดเห็นในช่วงท้ายโดย รศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ ถูกจำกัดด้วยเวลาจึงทำให้นำเสนอได้ไม่เต็มที่ แต่ก็มีข้อคิดคม ๆ มาเตือนสติถึงความแตกต่างของบริบททางสังคมระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ดังนั้น สิ่งที่ดีมีประโยชน์จากสังคมญี่ปุ่นเมื่อนำมาใช้กับสังคมไทย ต้องมีสติ คิดต่อยอดจากภูมิปัญญาที่เรามีอยู่

เวลาประมาณ 11.00 น. ก็มาถึงช่วงที่ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ที่แท้จริงของงานวันนี้ คือ การอภิปรายเป็นคณะ เรื่อง ชุมชนมีชีวิตและกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน : กรณีศึกษาจากหมู่บ้านอุมะจิ จังหวัดโคจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยคุณมุทิตา พานิช ผู้แปลหนังสือเรื่อง ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ร่วมกับตัวแทนชาวบ้านจากประเทศญี่ปุ่น 3 คน คือ ลุงโตทานิ ประธานสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านฯ คุณคิโนะชิตะ เจ้าหน้าที่ธรรมดา ๆ ของสำนักงานหมู่บ้านฯ และ คุณโอโตชิ ผู้เขียนหนังสือ มีผู้เสนอแนะข้อคิดเห็น 2 คน คือ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และคุณสุรจิต ชิรเวทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีคุณวัลลภา แวน วิลเลียนส์วาร์ด จากสำนักพิมพ์สวนเงินมีมาเป็นผู้ดำเนินรายการ

ภาพของหมู่บ้าน ผู้คนที่น่ารัก ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าดี ๆ มีพลังดึงดูดใจให้เกิดกระแสของไมตรีจิต ถ่ายทอดออกมาเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดการบรรยายพร้อมคำแปลสลับกันไปมาระหว่างภาษาญี่ปุ่นและไทย

ผมคงไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ ณ ที่นี้ แต่อยากจะให้ท่านที่สนใจไปหาหนังสือ ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ มาอ่าน พร้อมติดตามอ่าน Blog และชมภาพได้ที่ Link ดังต่อไปนี้

http://www.onstage.co.jp/main/umji_daigaku/umji_daigaku.html#2
http://muthita.exteen.com/category-umaji-diary

 มีภาพในงานมาฝากนิดหน่อยครับ

 

ลุงโตทานิ ประธานสหกรณ์หมู่บ้าน คุณคิโนะชิตะ จนท.อบต.

คุณโอโตชิ ผู้เขียนหนังสือ

 
การบรรยายพิเศษ โดย ผศ.ดวงใจ เย็นเลาหวณิชย์ 
 
 ลุงโตทานิแจกลายเซ็นต์ให้ "พรั่ง" นายสะพรั่ง ภาษยะวรรณ์ จาก จ.ชุมพร
 
ลุงโตทานิ เต๊ะท่าถ่ายรูป 
 
พี่มุ ก็แจกลายเซ็นต์ไม่หยุดเหมือนกัน
(มีน้อง ๆ แซวว่า "พี่มุ" ดู อัลเตอร์ ไม่เบา แบบว่า ห้าวเล็ก ๆ ประมาณนั้น)