แบบฝึกชุดที่สาม  เรียนรู้จาก Best Practice

 

 

คุณสมพล  ชัยศิริโรจน์ และภรรยา คือคุณกุ้ง  ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ไอซีซี  อินเตอร์เนชั่นแนล  ได้เล่าประสบการณ์ในการนำสุนทรียสนทนาเข้าไปใช้ในบริษัท ว่า ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว โดยจัดให้พนักงานได้เข้าอบรมเป็นรุ่นๆ ในส่วนงานที่ตนรับผิดชอบโดยตรง มีพนักงานทั้งหมด ๙๐ คน

   

 

บางหน่วยงานก็เกิดการพูดคุยกันอย่างเข้มแข็ง ทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงาน และไม่เกี่ยวข้องกับงาน บางหน่วยงานถึงกับตั้งกลุ่มสนทนาทุกสัปดาห์ในเรื่องที่มีคนสนใจ โดยการกำหนดหัวข้อเอาไว้เพียงกว้างๆ ในรูปของ free talk ทุกเย็นวันพุธ ที่เป็นการคุยกันด้วยความสมัครใจ  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยเกี่ยวกับงาน แต่หากประเด็นใดมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับงานได้ ผู้นำการสนทนาก็จะขยายประเด็นให้ชัดเจนขึ้น

 

 

เหตุที่นำวิธีการสุนทรียสนทนาเข้ามาใช้ในบริษัทฯ ก็เพื่อที่จะหาวิธีให้การทำงานที่เป็นอยู่ตอบโจทย์องค์กรได้ ในขณะเดียวกันก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเอาไว้ได้

 

   

นั่นคือการมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ และอ่อนโยนต่อกันและกันให้มากพอที่คนจะค้นพบวิธีการใหม่ๆในการทำงาน รับฟังกันได้อย่างจริงจังแม้ในเรื่องที่ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ก็มองตากันได้จริงๆ เมื่อเปิดใจกันได้อย่างนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็สามารถจ ัดการได้ เพราะสุนทรียสนทนานำพาคนให้มาเกี่ยวข้องกันอย่างจริงๆ ช่วยให้คนเรารู้จักกันได้จริงๆ

   

 

สุนทรียสนทนาจะไม่เหมาะเลยกับคนที่รู้สึกว่าคนอื่นคือปัญหา  กิจกรรมนี้จะดำเนินไปได้ดีก็ต่อเมื่อทุกคนร่วมกันทำให้เกิดขึ้น และคนที่เป็นหัวหน้านั้นจะต้องเป็นพลังเหนี่ยวนำให้องค์กรเดินไปได้ ดังนั้นจึงต้องเป็นคนแรกที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน

   

 

 

 

แบบฝึกชุดที่สี่ เรียนรู้จากแผนที่วิธีการเรียนรู้

 

 

คุณสมพล กล่าวว่า สุนทรียสนทนา เป็นวิธีการมากกว่าจะเป็นสาระในตัวเอง  การเรียนรู้ว่าตัวเราเป็นอย่างไร มีความเคยชินอะไร ให้เราเฝ้าดูคำพูดของเรา  

 

จากคำพูดที่พูดซ้ำบ่อยๆ  เกิดเป็นการกระทำตามนั้น กลายเป็นการทำซ้ำที่ก่อให้เกิดความเคยชินที่เป็นนิสัย   จนนิสัยที่ทำอยู่อย่างต่อเนื่องนั้นกลายเป็นความเชื่อ  แล้วความเชื่อนั้นก็วนกลับมากลายเป็นความคิด  จากความคิดก็ส่งผลให้เกิดการพูดบ่อย เกิดเป็นการทำซ้ำ เป็นวงจรซ้ำ ที่ก่อให้เกิดความคิดต่อตัวเอง   จากอิทธิพลของการทำซ้ำนั้น หากยังไม่มีความเข้าใจใหม่  ความรู้สึกใหม่เกิดขึ้นในมิติของความซ้ำ  เราก็ยังคงอยู่กับสิ่งนั้นเรื่อยไป

   

 

หากการทำซ้ำนั้น เป็นการกระทำที่ทำให้เรารู้สึกสบาย ผ่อนคลาย กล้าเผชิญ วางใจ มุ่งมั่น  เรียนรู้  แสดงว่าเราอยู่ใน mode ปกติ  แต่ถ้าการทำซ้ำนั้น เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความตีบตัน ซ้ำซาก มองเห็นแต่อดีต  ตกอยู่ในร่องอารมณ์ลบ  เกิดความเคร่งเครียด แสดงว่าเรากำลังอยู่ใน mode ปกป้อง ที่ทำให้เราพร้อมเปิดเวที "โทษใครก็ได้"

 

mode ทั้งสองนี้ เรียงร้อยอยู่กับฐาน ๓ ฐาน  คือ ฐานกาย   ฐานใจ  และฐานสมอง  ซึ่งมีความเชื่อมโยงอยู่กับสมอง ๓ ชั้นของมนุษย์

 

-    ฐานกาย  โยงกับสมองชั้นใน ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เป็นของสัตว์เลื้อยคลาน ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการมีชีวิตรอด การดำรงเผ่าพันธุ์ และความปลอดภัยในชีวิต

-    ฐานใจ โยงกับสมองส่วนนอก ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เป็นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่อยู่กันเป็นฝูงและมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของการดูแล

-    ฐานสมอง โยงกับสมองส่วนหน้า เป็นสมองส่วนที่วิวัฒนาการขึ้นมาหลังสุด ซึ่งมีอยู่ในมนุษย์เท่านั้น สมองส่วนนี้ก่อให้เกิดความสามารถที่จะคิดย้อนอดีต และนึกไปในอนาคตได้

 

 

     สมองส่วนหน้านี้เป็นอวัยวะที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา หากเราอยู่ในภาวะอารมณ์ที่มีความปกติ ไม่ขุ่นมัว ความเห็นที่ถูกต้องก็จะเกิดขึ้นได้เอง 

 

 

 

     สุนทรียสนทนา คือแบบฝึกที่จะช่วยให้เราสามารถคิด เชื่อ และเห็นความจริงของผู้อื่นที่เกิดขึ้นในตัวของเขา   ซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนอื่น และปล่อยให้ความจริงนั้นดำรงอยู่อย่างไม่ถูกพิพากษา แต่ผู้ฟังจะมองเห็นทั้งความต่าง และความเหมือนที่เกิดขึ้นกับความคิดของคนอื่น และเข้าใจได้ว่าความเห็นนั้นมีที่มาอย่างไร มีความเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ อย่างไร