ผมขอบคุณ ส.ค.ส. ที่จัดงานนี้

ขอบคุณสำหรับประเด็นแนวคิดที่ผมจะสามารถนำไปบริหารงานพัฒนาสาขาวิชากิจกรรมบำบัดของมหิดลและเน้น KM ในการวิจัยผลของระบบการบริการทางกิจกรรมบำบัดต่อการจัดการโปรแกรมการเพิ่มทักษะการดำเนินชีวิตของคนไทย (ผมกำลังพัฒนางานวิจัยนี้ที่ http://researchers.in.th/blog/otpop)

ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านในงานนี้ อาจารย์หมอวิจารณ์ อาจารย์ประพนธ์ อาจารย์จันทวรรณ อาจารย์ธวัชชัย อาจารย์ยุวนุช อาจารย์สมชาย คุณธวัช และจากมหิดลด้วยกัน (อาจารย์หมอชุติมา อาจารย์พรศรี อาจารย์อาภา และอาจารย์เนาวรัตน์)

กัลยาณมิตรทุกท่านได้สรุปแนวคิดมากมาย แต่ผมอยากจะบันทึกข้อความคมๆเพื่อ ลปรร ครับ

จงเป็นคนใฝ่รู้ เอื้ออาทรต่อเพื่อมนุษย์ให้ใช้ KM  เป็นเครื่องมือวิจัย และปฏิบัติ KM อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

จงคิดดี คิดเป็น มีความสุข และอยู่อย่างพอเพียง

การตอบเพื่อทำ KM ควรตอบแบบใช่และไม่ใช่ เน้นการสร้างโอกาสให้มีการฟังและเติมเต็มความรู้ คล้ายๆ กับการเติมน้ำให้เต็มแก้วอยู่เรื่อยๆ

KM ช่วยพัฒนาคน (โดยเฉพาะอาจารย์) เพื่อให้พัฒนาศาสตร์และสังคม ที่สำคัญ "ใจ" ของคนที่ถูกพัฒนาต้องมีความพร้อมที่จะถูกเปลี่ยนแปลงความคิดให้ถูกต้องกับหลักความเป็นจริงและประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณ

คนที่ได้ปริญญาตรี (ทำงานได้) ปริญญาโท (วิเคราะห์ได้) และปริญญาเอก (สังเคราะห์ได้) ยังคงฉลาดลึกแต่โง่กว้าง KM ที่ดีต้องทำให้คนเหล่านี้ได้ปริญญาชีวิต คือ ฉลาดลึกและฉลาดกว้างด้วยความเป็นคนที่รู้จักการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา อีกนัยหนึ่งคือการพัฒนา KM ของตนเองร่วมกับการพัฒนา KM ของผู้อื่นอยู่เสมอ