เวียนเทียนรอบที่หนึ่ง.. รำลึกถึงพระพุทธ...รอบที่สอง.. รำลึกถึงพระธรรม...รอบที่สาม.. รำลึกถึงพระสงฆ์

            ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่แล้ว มีเหตุการณ์สะเทือนใจ 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันในกลุ่มนิเทศฯ คือ คุณพ่อของพี่ศึกษานิเทศก์ท่านหนึ่งเสียชีวิต และลูกชายของน้องศึกษานิเทศก์อีกท่านหนึ่งเสียชีวิต ทำให้พวกเราชาวศึกษานิเทศก์ทุกคนมีภารกิจวนเวียนอยู่กับงานศพทั้งสองงาน

         
 ผ่านจากงานดังกล่าว พวกเราก็ต้องสาละวนกับการจัดเตรียมงานแสดงนิทรรศการโรงเรียนวิถีพุทธ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่สุพรรณบุรี เขต 2 ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปร่วมแสดงนิทรรศการโรงเรียนวิถีพุทธและกิจกรรมนักเรียนในงานวันมาฆบูชา ปี 2550 ณ พุทธมณฑล ระหว่างวันที่ 2-3 มีนาคม 2550 โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบการจัดงานครั้งนี้ โรงเรียนวิถีพุทธที่เป็นตัวแทนร่วมกิจกรรมของเขตฯ เรา ก็คือ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา โรงเรียนบางลี่วิทยา และโรงเรียนวัดท่าไชย

                 

         
ในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการจากองค์กรต่าง ๆ มีเนื้อหาเกี่ยวกับงานวันมาฆบูชา ประวัติการศึกษาของสงฆ์ และโรงเรียนวิถีพุทธ ในด้านกิจกรรมบนเวทีจะประกอบไปด้วย การปาฐกถาธรรม อภิปรายธรรม เสวนาธรรม การแสดงของนักเรียน ซึ่งสุพรรณบุรีของเราก็นำการแสดงเพลงอีแซว โดยนักเรียนของโรงเรียนบางลี่วิทยา ไปร่วมแสดงด้วยถึง 2 รอบด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันวาดภาพ แรลลี่เรียนรู้ธรรมมะ ประกวดถ่ายภาพพุทธศิลป์ และวงดนตรีธรรมบันเทิงอีกด้วย

               


       
   ที่ถูกใจดิฉันอีกรายการหนึ่งภายในงานนี้ คือ มีการแจกหนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ดิฉันได้รับหนังสือที่มีค่าเหล่านี้มา 4 เล่ม ที่ถูกใจไม่ใช่เป็นเพราะได้รับของแจกฟรี แต่เป็นเพราะได้รับอาหารสมองควบคู่ไปกับอาหารใจที่บรรจุอยู่ในหนังสือทั้ง 4 เล่มนี้

         
เนื่องในวันมาฆบูชานี้ ดิฉันขอนำอาหารสมองบางส่วนจากหนังสือ คู่มือชาวพุทธ : เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มาเล่าให้ฟัง...เกี่ยวกับเรื่อง การถือปฏิบัติวันมาฆบูชาในประเทศไทย ซึ่งบางคนคงจะพอทราบบ้างแล้ว แต่อาจจะมีบางคนที่ยังไม่เคยทราบ

          เรื่องมีอยู่ว่า แต่เดิมนั้นไทยเราไม่เคยทำพิธีวันมาฆบูชามาก่อน จนกระทั่งได้เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยทรงถือตามแบบโบราณบัณฑิต ประกอบพิธีมาฆบูชา ในวันมาฆบูรณะมี คือ พระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆะเต็มบริบูรณ์ในวันเพ็ญเดือน 3

          ซึ่งในวันดังกล่าวสมัยพุทธกาลนั้น เป็นวันซึ่งพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า 1,250 รูปมาประชุมกันพร้อมด้วยองค์ 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาติ  และพระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาโอวาทปาติโมกข์(โอวาทปาติโมกข์ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา 3 ประการ คือ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำความดีทุกอย่าง และ การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส) ในที่ประชุมแห่งนั้น

          พิธีวันมาฆบูชาของไทยเราได้เริ่มประกอบพิธีในพระบรมมหาราชวังก่อน โดยมีพิธีการพระราชกุศลในเวลาเช้า เวลาค่ำเสด็จออกทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์สวดทำวัตรเย็น สวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ จบแล้วทรงจุดธูปเทียนรายตามราวรอบพระอุโบสถ 1,250 เล่ม มีการประโคมอีกครั้งจึงมีการเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์ เทศนาจบ พระสงฆ์สวดรับการประกอบพระราชกุศลเกี่ยวกับวันมาฆบูชา เป็นอันเสร็จพิธี

          ต่อมาภายหลัง การทำพิธีวันมาฆบูชา จึงได้ขยายออกไปให้พุทธบริษัทได้ปฏิบัติตามอย่างเป็นระบบมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีการบูชาด้วยการเวียนเทียนและบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ ซึ่งวันประกอบพิธีวันมาฆบูชานั้น ปกติจะตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 และหากปีใดเป็นอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองหน ก็จะเลื่อนไปตรงกับวันเพ็ญเดือน 4

          มาถึงตรงนี้ดิฉันเองจึงร้อง อ๋อ ที่เคยได้ยินคำที่พี่ศึกษานิเทศท่านหนึ่ง เขาค่อนขอดเพื่อนว่า อย่าทำตัวเป็นแปดสองหน นั้น ก็คงจะหมายความว่าอย่าทำตัวเป็นคนเชื่องช้าทำอะไรเนิบนาบให้คนอื่นเขารอคอย ซึ่งก็คงจะเป็นสำนวนที่เกิดจากคนสมัยก่อนตั้งตารอจะทำบุญในวันสำคัญนี้ แต่ถ้าปีไหนมีเดือน 8 สองหน ก็จะทำให้เขารอคอยไปอีกเดือนหนึ่งนั่นเอง

          ค่ำคืนนี้จะมีการประกอบพิธีเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระประธานพุทธมณฑล พร้อมกันนั้นที่ท้องสนามหลวงก็จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มาเวียนเทียนร่วมด้วย และแน่นอนว่าตามวัดวาอารามอีกหลายแห่งทั่วประเทศจะมีการเวียนเทียนในค่ำคืนนี้เช่นกัน

          วันมาฆบูชา เป็นวันที่คนไทยรู้จักกันดีว่าเป็นวันที่เกิด พระธรรม ในวันนี้ชาวพุทธเราจะนิยมปฏิบัติกิจกรรมสำคัญ 4 อย่าง คือ ทำบุญใส่บาตรตอนเช้า ไปวัดฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีลห้าให้ครบถ้วน และไปเวียนเทียนที่วัด (เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ-เวียนรอบที่ 1 รำลึกถึงพระธรรม-เวียนรอบที่ 2 และรำลึกถึงพระสงฆ์-เวียนรอบที่ 3) หากไม่สามารถปฏิบัติได้ครบถ้วน ใครสะดวกปฏิบัติในเรื่องไหนได้บ้างก็ควรทำค่ะ ดีกว่าไม่ได้ปฏิบัติบ้างเลย

          แต่ตอนนี้มีเรื่องน่าห่วง คือ ดิฉันได้มีโอกาสพบเห็นเยาวชนบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจความหมายและวิถีปฏิบัติในวันนี้เท่าใดนัก บางคนบางกลุ่มชักชวนกันไปเวียนเทียนก็จริงอยู่ แต่ไม่ได้ใส่ใจกับความสำคัญในการปฏิบัติตัวของชาวพุทธสักเท่าไร กลับใช้โอกาสนี้เป็นข้ออ้างได้ไปพบกันและชักชวนกันเที่ยวเตร่ต่อในตอนกลางคืน ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไม่เหมาะสมโดยเฉพาะวัยรุ่นทั้งหลาย...

           น่าห่วงค่ะ....คนเป็นพ่อเป็นแม่ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายจึงต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจให้พวกเขาตั้งแต่เด็กก็จะดีมาก ช่วยกันคนละไม้ละมือ...จะได้ไม่เป็นปัญหาลงลึกไปจนยากที่จะฟื้นฟูนะคะ....ท้ายนี้ขอฝากพุทธสุภาษิตเตือนจิตว่าสมาถ วิหรถ มา อนากา....จงอยู่อย่างมีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ อย่าเป็นคนไปไร้ที่พึ่ง หลักยึดเหนี่ยวจิตใจที่มั่นคงของพวกเราก็คือ หลักธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นเองล่ะค่ะ