เทศบาลนครพิษณุโลกต้องปรับตัวมากในเวลาสั้นๆ  ในการที่จะต้องทำงานร่วมกับ GTZ  ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ   ก่อนที่จะไปขอความร่วมมือจากประชาชน  ในการทำงานแบบประชาชนมีส่วนร่วม  สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ  การปรับกระบวนทัศน์  เพราะทีมงานไม่เข้าใจว่าการจัดการขยะซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ  ก็แค่เอารถขยะไปเก็บขยะตามถนน  แล้วก็เอาไปทิ้งที่หลุมขยะ  หรือจุดไฟเผาทิ้ง  ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย  ทำไมต้องทำให้ยุ่งยาก  ทำไมต้องมีขั้นตอนอะไรมากมาย  ทำไมต้องไปพูดคุยขอความร่วมมือจากชาวบ้าน  ทำไมต้องศึกษาวิจัยอะไรอีกมากมาย  งานก็มากอยู่แล้ว

        นอกจากการปรับกระบวนทัศน์  นโยบายของท่านนายกเทศมนตรีกำหนดไว้ว่า  บุคคลากรของเทศบาลนครพิษณุโลกต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการจัดการขยะมูลฝอยเป็นอย่างดี  บังคับบุคคลากรทุกคนต้องผ่านการล้างสมอง  ต้องเข้าฟังการบรรยายเรื่องการจัดการขยะมูลฝอยจากอาจารย์หมอสุธีแต่โดยดี  และต้องสอบผ่าน  ( ผ่านเกณฑ์ 80% )  ใครสอบไม่ผ่านต้องเข้าฟังการบรรยายซ้ำจนกว่าจะสอบผ่าน   ถ้ายังไม่ผ่านก็จะมีผลต่อการพิจารณาความชอบ

        นอกจากนี้ยังต้องพัฒนาบุคคลากรให้รู้จักการทำงานแบบบูรณาการ   ใช้การบริหารจัดการสมัยใหม่  ใช้หลักธรรมาภิบาล  และที่สำคัญที่สุดก็คือการทำงานแบบประชาชนมีส่วนร่วม  ก็หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ

        ผลที่ได้รับคุ้มค่ามาก  เพราะนอกจากจะทำให้การทำงานร่วมกับ GTZ ราบรื่น  การจัดการขยะมูลฝอยประสพความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว   ยังสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปไปใช้กับการทำงานด้านอื่นๆด้วย

        แถมยังสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆอีกด้วย  เพราะทางเทศบาลนครพิษณุโลกกับ GTZ  ได้พัฒนาเป็นหลักสูตร การจัดการขยะมูลฝอยแบบชุมชนมีส่วนร่วม ( CBM  Community Based Solid Waste Management  )  และได้นำไปใช้อบรมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ 30 แห่ง  ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   ในจังหวัดเชียงใหม่  ลำพูนและเกาะลันตา  จังหวัดกระบี่  ซึ่งจะได้นำมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป