นักเขียนในดวงใจผมคือ วัฒน์ วัลยางกูร ครับ

ได้รับ tag จากคุณ ตาหยู  ให้แนะนำหนังสือ ไม่น้อยกว่า 3  เล่ม ที่ตนเองชื่นชอบ หรือคิดว่าดี  รู้สึกว่ายากมากครับ ช่วงปีหนึ่งมานี้ผมไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ ที่อ่านจบนับเล่มได้ ยังค้างอยู่เยอะเลย เข้าเรื่องเลยดีกว่า  เดี๋ยวนี้ผมชอบอ่านพวกเรื่องเล่าสารคดี  เมื่อก่อนชอบนวนิยาย มันคงเปลี่ยนตามวัยนะครับ เอาจากนวนิยายก่อน มีนักเขียนในดวงใจผมคือ วัฒน์ วัลยางกูร ครับ ตามมาติดๆ แบบหายใจรดต้นคอคือ มาลา คำจันทร์ อีกคนเมื่อหลายสิบปีก่อนอยู่อันดับหนึ่งแต่ตอนนี้แผ่วไปคือ พิบูลศักดิ์ ละครพล อีกสองท่านที่อยู่รุ่นใหญ่คืออาจินต์ ปัญจพรรค์ กับคำพูน บุญทวี   เรื่องที่ผมชอบเปลี่ยนไปเรือยๆ ตามเวลา

ต่อไปนี้คือหนังสือที่ผมชอบในระยะหนึ่งปีนี้

1. เชียงใหม่ในมโนนึก : สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ไทเขิน ไทลื้อ ไทใหญ่ ไทล้านนา เป็นเรื่องราวของพระอธิการอานนท์ อาทิตตธมโม ซึ่งเป็นชาวไทเขินในเชียงตุง และได้มาศึกษาพระธรรมที่แม่สาย ต่อมามาที่เชียงใหม่ เขียนโดยคุณสุพิน ฤทธิ์เพ็ญ  ท่านเป็นพระที่น่านับถือยิ่ง ชีวิตฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นานาจากครอบครัวที่มีลูกถึง 16 คน ปัจจุบันนี้ท่านอยู่ที่วัดท่ากระดาษ เชียงใหม่ ซึ่งท่านก็ยังมีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของท่านอยู่ตลอด   ผมบังเอิญไปได้หนังสือเล่มนี้ที่สุริวงค์บุคเซ็นเตอร์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านประจำที่จะต้องไปทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปเชียงใหม่เพื่อหาหนังสือท้องถิ่นมาอ่าน ไม่รู้สิ  ผมมองว่าผมเป็นคนของอดีตยุค พ.ศ. 2480-2505 ซึ่งผมยังไม่เกิด รู้สึกผูกพันกับวัฒนธรรมเรียบง่ายและแฝงความหมายที่ลึกซึ้งของชาวบ้านในสมัยก่อนมาก

2.เล่าขานตำนานเมืองแจ๋ม  เป็นบันทึกเรื่องราววัฒนธรรมของเมืองแม่แจ่มในสายตาของคนในผู้เกรงว่ารากเหง้าของความเป็นแม่แจ๋มจะไม่อยู่หลงเหลือในชาวเมืองรุ่นใหม่ เขียนโดยคุณแม่ฝอยทอง สมวถา รองประธานสภาวัฒนธรรม อำเภอแม่แจ่ม หนา 230 หน้า บันทึกทุกเรื่องในวิถีชีวิตของชาวเมืองแจ๋ม  เล่าถึงสมัยก่อนผู้เขียนจบป. 4 ต้องเดินทางกันเป็นขบวนหาบเข้าไปเรียนเมืองเชียงใหม่ ข้ามเขา บุกป่า 3 วัน 3 คืน จึงถึงเชียงใหม่  อ่านบันทึกเรื่องวิถีชีวิตของชุมชนแล้วอยากให้ทุกบ้านทุกเมืองของเรามีคนแบบคุณแม่ฝอยทองไปหมดจริงๆ

3. เกิดเป็นกำมุ ชีวิตและหมู่บ้าน คุณปรานี วงษ์เทศแปลจาก Being KAMMU เป็นเรื่องของคุณดำรงซึ่งเป็นชาวชนเผ่ากำมุเมืองหลวงน้ำทา ประเทศลาว จากเด็กชาวเขาก็ว่าได้ ไม่ได้เรียนอะไร แต่มีความจำและความสนใจในวัฒนธรรมเป็นเลิศ อายุ 35 ปีเขายังมีอาชีพรับจ้างถางไร่  มีชาวสวีเดนสนใจศึกษาวัฒนธรรมจ้างเขาเป็นผู้ช่วย เพราะเขาเล่านิทานพื้นบ้านได้มาก เมื่ออายุ 48 ปีเขาได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยลุนด์ สวีเดน จากผลงานวิจัยของเขาที่มีลักษณะเฉพาะตัว  แต่ที่ผมสนใจคือเรื่องที่เขาเล่าชีวิตในวัยเด็ก ตลอดจนวัฒนธรรมชองชาวกำมุซึ่งน่าเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง

4. จ.พรหมมินทร์ ตำนานชีวิตจิตรกรพื้นบ้านแห่งล้านนาไทย โดยฉลอง พินิจสุวรรณ,  จำรัส พรหมมินทร์ เป็นจิตรกรพื้นบ้านชาวเมืองพาน เชียงราย จบแค่ป.4 หัดเขียนรูปเอง ภาพสีน้ำมันของเขาเป็นภาพทิวทัศน์และชีวิตชาวชนบทเชียงราย เป็นต้นแบบความประทับใจของจิตรกรชาวเชียงรายทั้งหลาย เรียกว่าถ้าเห็นภาพชนบท คนจูงควายกลับบ้านตอนเย็น หรือตอนเช้าหน้าหมู่บ้านมีหมอก ควันไฟจากกองฟืนหน้าบ้าน ด้านหลังเป็นขุนเขาสูงตระหง่าน ก็ต้องเป็นของ จ.พรหมมินทร์เขาแน่ๆ ล่ะ พอมองลายเซ็นข้างล่างก็ใช่เลย   ผมเห็นภาพของเขาตั้งแต่วัยเด็กตามโรงแรม ต่างๆ เล่มนี้ที่ผมชอบเพราะรวมภาพที่เขาเขียนไว้มาก เสียดายที่ยังมีไม่ครบ จากเล่มนี้ไปแล้วคงไม่มีคนรวบรวมอีก T__T

5.เลาะลุ่มน้ำโลหิต เลียบชีวิตไทคำตี่ โดยบุญยงค์ เกศเทศ อาจารย์บุญยงค์ จบปริญญาเอกจากอินเดีย  ท่านไปสืบค้นทำวิจัยชีวิตคนไทคำตี่ ซึ่งอยู่ในรัฐอัสสัม โดยต้องหลบซ่อนเพราะปัญหาการเมืองอินเดียในยุคนั้น ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านกับคนไทคำตี่ที่พูดกันรู้เรื่องราวปีเศษ เรื่องที่ท่านเขียนสนุกและน่าตื่นเต้นมากครับ