|
เมื่อความรักร้องเรียกเธอ จงตามมันไป แม้ว่าทางของมันนั้นจะขรุขระและชันเพียงใด และเมื่อปีกของมันโอบรอบกายเธอ จงยอมทน แม้ว่าหนามแหลมอันซ่อนอยู่ในปีกนั้นจะทิ่มแทงเธอ และเมื่อมันพูดกับเธอ จงเชื่อตาม แม้ว่าเสียงของมันจะทำลายความฝันของเธอ ดั่งลมเหนือพัดกระหน่ำสวนดอกไม้ให้แหลกลาญไปฉะนั้น
ความรักจะรวบรวมเธอเข้าดังฝักข้าวโพด มันจะแกะเธอออกจนเปลือยเปล่า แล้วมันจะล่อนเพื่อให้เธอหลุดจากเปลือก มันจะบดเธอจนเป็นผงขาว แล้วก็จะขยำจนเธออ่อนเปียก แล้วมันก็จะนำเธอเข้าสู่ไฟอันศักดิ์สิทธิ์ของมัน เพื่อว่าเธอจะได้กลายเป็นอาหารทิพย์ของพระเจ้า
ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตนเอง เพราะความรักนั้นพอเพียงแล้วสำหรับตอบความรัก และก็ไม่ยอมถูกครอบครอง ความรักไม่ครอบครอง นอกจากตนเอง และก็ไม่รับเอาสิ่งใด
จงรักกันและกัน แต่อย่าสร้างพันธะแห่งความรัก และขอให้ความรักนั้น เป็นเสมือนห้วงสมุทร อันเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างฝั่งแห่งวิญญาณของเธอทั้งสอง
จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน
จงร้องและเริงรำด้วยกันและจงมีความบันเทิง แต่ขอให้แต่ละคนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว ดังเช่นสายพิณนั้น ต่างอยู่โดดเดี่ยว แต่ว่าสั่นสะเทือนด้วยทำนองคนตรีเดียวกัน
จงมอบดวงใจ แต่มิใช่อีกฝ่ายหนึ่ง เพราะหัตถ์แห่งชีวิตอมตะเท่านั้น ที่จะรับดวงใจของเธอไว้ได้ และจงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก เพราะว่าเสาหินของวิหาร ก็ยืนอยู่ห่างกัน และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้.
/ระวี ภาวิไล
|