GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

(จากครูอ้อย) ถึง แม่ : ตี 3 ตี 4 เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

แม่ไม่เคยแม้แต่จะสอนการบ้านให้กับผม... แต่นั่นก็ไม่มีผลพอที่จะทำให้คุณค่าของความเป็น “แม่” ลดน้อยถอยลงไปจากตัวผม

ค่ำคืนสุดท้ายของเดือนแห่งความรัก -  ผมถูกทิ้งให้เผลอหลับไปตั้งแต่ยังไม่ถึง 3 ทุ่ม  ทั้ง ๆ  ที่คืนนี้มีนัดกับลูกชายแสนซนคนเก่งว่าเราจะดู ชิงร้อยชิงล้าน  ด้วยกัน  แต่แล้วมารู้สึกตัวอีกครั้งเวลาก็เคลื่อนมาจนถึงตี 3 กว่า ๆ เข้าไปแล้ว  

หลังการตื่นนอนผมใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการคิดและวิเคราะห์ว่า ผมเหนื่อยล้ากับเรื่องใดมากมายเชียวหรือ ..ถึงได้หลับปานตายได้รวดเร็วถึงปานนั้น ?” ...  

ห้วงแห่งความเงียบในเวลาเช่นนี้  อันที่จริงผมก็น่าที่จะทำงานและอ่านหนังสือได้อย่างไม่ยากเย็นนัก   แต่เพราะเหตุใดก็ไม่รู้  ผมกลับยังรู้สึกอ่อนล้า  เพลีย...และโรยแรงอย่างบอกไม่ถูก

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภายหลังเดินไปดูอีก 3 ชีวิตที่พริ้มหลับอยู่ในอีกมุมหนึ่งของห้อง  คุณแดนไท หรือเจ้าจุกซุกซบอยู่กับอกอุ่นของคุณแม่อย่างน่าหยิก  ขณะที่คุณแผ่นดิน (ตัวจริง)  ก็นอนตะแคงอมยิ้มอย่างน่าชังอยู่คนเดียวบนเตียงกว้าง… </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>คืนนี้ผมไม่ได้นอนร่วมกับพวกเขา… ไม่มีใครปลุกผมเข้าไปนอนในที่นอนอันควรจะเป็น      </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมพาตัวเองออกมานั่งอยู่หน้า G2K… คลิกเข้าสู่บันทึกของชาวบล็อกหลายท่าน  แต่ก็มานิ่งงันอยู่ที่บันทึกของครูอ้อย… ผมพานพบความอิ่มสุขของครูอ้อยในบทบาทของ คุณแม่  ที่เห็นลูกรักเป็นฝั่งเป็นฝา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ครูอ้อยไม่เคอะเขินที่จะบอกกับเราว่าห้วงเวลานี้หัวอกของผู้เป็นแม่เปี่ยมล้นไปด้วยความปลื้มปิติอย่างมากมายมหาศาล… (ผมเข้าใจเองว่า)  ครูอ้อย ไม่เคอะเขิน  เพราะถือว่าชาวบล็อกเป็นประหนึ่งญาติคนหนึ่งในครอบครัว  เมื่อมีเรื่องดี ๆ  ก็ย่อมแบ่งปันความงดงามนั้นมายังญาติมิตรให้ได้ชื่นชมกันถ้วนทั่ว  </p><p></p><p>เรื่องราวของครูอ้อย  ชวนให้ผมหวนคำนึงถึงเรื่องราวของคนเป็นแม่ที่อยู่ที่บ้าน… หากแต่การหวนคำนึงถึงนั้น  หาใช่ในเรื่องราวการแต่งงาน  แต่ผมกำลังลำดับภาพเก่าๆ ของชีวิตว่าห้วงเวลาตี 3 ตี 4 เมื่อ 20  ปีที่แล้ว  คุณแม่ของผมกำลังทำหน้าที่ แม่  อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  <div style="text-align: center"></div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คุณแม่ของผมมีชื่อว่า มา  นามสกุล ปรีวาสนา  ปัจจุบันอายุ  69  ปี  อยู่บ้านเลขที่ 48  หมู่ 8  บ้านเหล่าหลวง ตำบลภูดิน อำเภอเมือง  จังหวัดกาฬสินธุ์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>คุณแม่ของผมเรียนหนังสือจบชั้นประถม 4  .. อ่านไม่คล่อง เขียนไม่เก่ง .. ผมชอบดูเวลาที่แม่เขียนตัวเลข  โดยเฉพาะเลข  2  กับเลข  4  ซึ่งคุณแม่มักจะเขียนให้เลขทั้งสองตัวมี หัว อยู่เสมอ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">…..</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อปี 2529 – 2531  ผมต้องตื่นตั้งแต่ตี 4  เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน ,  ผมไม่ใช่เด็กกรุงเทพฯ ผมเป็น เด็กบ้านนอกขอบชนบท  ขนานแท้ !  แต่ก็ต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้ามืดเหมือนคนกรุงเทพฯ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>หมู่บ้านของผมมีระยะทางห่างจากโรงเรียนในตัวจังหวัดกว่า 30  กิโลเมตร  ผมต้องตื่นเช้าเช่นนั้นเพื่อให้ทันกับรถโดยสารที่ต้องวิ่งจากหมู่บ้านเข้าสู่ตลาดสดในตัวเมือง  ..  จากฝนพ้นหนาว  ชีวิตของฝนก็ต้องดำเนินไปเช่นนั้นอย่างไม่สามารถหลีกหลบไปได้  แต่ขากลับก็ต้องเบียดแย่งโหนด้านข้างของรถโดยสาร  หรือไม่ก็ต้องนั่งบนหลังคารถโดยสารฝ่าลมฝน ลมหนาวหรือแม้แต่ลมร้อนกลับมายังบ้าน  ซึ่งกว่าจะกลับถึงบ้านพระอาทิตย์ก็จวนเจียนจะดับแสงไปสิ้นแล้ว    </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเป็นคนแรกที่มาถึงโรงเรียนเสมอ,  มาถึงเมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเช้า  จากนั้นก็จะจัดเรียงเก้าอี้ชิดกันประมาณ 3 ตัวเพื่อใช้เป็นที่พักนอน  และพฤติกรรมเช่นนั้นก็ติดเป็นนิสัยชอบนอนบนเก้าอี้เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่เคยได้ทานอาหารเช้าที่โรงอาหารของโรงเรียน  เพราะคุณแม่ของผมท่านจะตื่นนอนตั้งแต่ตี 3  เพื่อ นึ่งข้าว  และทำอาหารให้ผมได้ทานตอนเช้ามืด  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ส่วนใหญ่อาหารมักเกี่ยวกับไข่ทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ทอด  แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นไข่ต้มจิ้มน้ำปลา (ตราหน่อไม้)  มากกว่าอาหารชนิดอื่น ๆ  แต่ที่เป็นเมนูที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ  นั่นเอง   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่เคยทันสังเกตว่าแม่ตื่นนอนแต่ละครั้งท่านล้างหน้าแปรงฟันหรือไม่… ตื่นมาก็เห็นท่านขลุกตัวอยู่ในครัวเสมอ ๆ  ไม่มีแม้แต่วันเดียวที่ผมจะย่างกรายขึ้นรถในชุดนักเรียนโดยปราศจากการได้ทานข้าวเช้าโดยฝีมือของท่าน   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม่ไม่ค่อยได้เดินมาส่งผมขึ้นรถเท่าที่ควรนัก  และอันที่จริงผมก็ไม่ปรารถนาให้ท่านลำบากเช่นนั้นเหมือนกัน  และผมก็ไม่เคยได้รู้เลยว่า  เมื่อผมขึ้นรถมุ่งหน้าฝ่าความมืดมายังโรงเรียนแล้วนั้น  ท่านกลับไปนอนต่ออีกหรือไม่   ซึ่งนี่ก็เป็นปริศนาหนึ่งและเป็นความทรงจำของผมที่ขาดวิ่นไป !</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทุก ๆ เช้าแม่จะให้เงินมาโรงเรียนเพียงวันละ 20  บาท (ค่ารถไปกลับ 10 บาท, ค่าอาหารกลางวัน 7 บาท)  ที่เหลืออีก 3 บาทเป็นเงินเก็บออม  ซึ่งมันต่างจากชีวิตมัธยมต้นอย่างสิ้นเชิงที่อาศัยนั่งรถฟรีไปโรงเรียน  และไม่ใคร่จะมีเงินเป็นค่าอาหารเที่ยงเท่าที่ควรนัก  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>   </p><div style="text-align: center"></div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชีวิตมัธยมปลายในตัวเมืองไม่เพียงบีบเร่งให้ผมปรับตัวขนานใหญ่  แต่ยังบีบเร่งให้คุณแม่ต้องปรับตัวไม่น้อยไปกว่าผม  หรืออาจจะมากกว่าผมร้อยเท่าพันเท่าเลยทีเดียวก็ว่าได้ !</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม่จะรู้สึกอ่อนใจเสมอ  เมื่อพบว่าผมกลับจากโรงเรียนด้วยความอิดโรย  ท่านจะถามว่ากินอะไร ? ทานอะไร   มาหรือยัง  ?  หรือไม่ก็จะถามว่า ไม่สบาย ปวดหัวตัวร้อนหรือเปล่า ?”  คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่กับชีวิตผมเสมอ  ผมไม่เคยได้ยินคำถามจากแม่แม้แต่สักครั้งว่า ทำการบ้านเสร็จหรือยัง ?”  และแม่ก็ไม่เคยแม้แต่จะสอนการบ้านให้กับผม… แต่นั่นก็ไม่มีผลพอที่จะทำให้คุณค่าของความเป็น แม่ ลดน้อยถอยลงไปจากตัวผม   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จวบจนผมเรียนมหาวิทยาลัย,  ทุกครั้งที่กลับบ้าน (นาน ๆ ที)  หากแม่พบว่าผมซูบผอมไปกว่าปกติ  ท่านจะเป็นทุกข์แสนสาหัส  ท่านอยากเห็นลูกชายท้วม ๆ ขาว ๆ เหมือนที่เคยเป็น..(เหมือนที่เคยเลี้ยง)   และทันทีทันใด   แม่ก็ไม่เคยรีรอที่จะวางมือจากงานเฉพาะหน้าเพื่อมุ่งเข้าครัวจัดหาอาหารให้ผมได้กินได้ทาน  โดยไม่รอที่จะถามว่า จะกินอะไร ?”    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม่รู้ดีว่าผมชอบกินชอบทานอะไรและมันก็มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นหรอกที่ผมจะชอบกินและชอบทาน (อยู่ง่าย กินง่าย แต่กินได้เพียงไม่กี่ชนิด)   แต่ด้วยความสัตย์จริง ผมรู้สึกเสมอว่า  อาหารที่อร่อยที่สุดมาจากการลงมือปรุงของแม่ทั้งสิ้น !  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>แม้กระทั่งทุกวันนี้  เวลากลับไปเยี่ยมท่าน  ครั้นพอถึงเวลากลับมาสารคาม  ท่านก็มักจะตระเตรียมข้าวของอาหารการกินให้อย่างสม่ำเสมอ  รวมถึงห้วงเวลาที่ท่านมาพักอยู่กับผมเป็นเวลานาน ๆ  ผมก็จะต้องได้ทานข้าวเช้าที่ท่านจัดเตรียมให้เสมอ (ทั้ง ๆ ที่โดยปกติผมแทบไม่ทานมื้อเช้าเลย)   ขณะเดียวกันช่วงพักเที่ยงผมก็มักขับรถกลับมาทานมื้อเที่ยงที่บ้านพักเสมอเช่นกัน ….   </p><p> </p><p>ปัจจุบันแม่ยังคงเป็นแม่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง  รักและอาทรผมอย่างไม่จืดจาง  ท่านเคยบอกว่า ความเป็นแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันสิ้นสุด  ต่อให้ปราศจากลมหายใจ  ท่านก็จะเฝ้ามองผมอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า…  </p><p></p><p>ล่าสุด…  ผมบอกกับท่านว่าปิดเทอมจะเอาคุณแผ่นดินและแดนไทไปให้ท่านกกกอดแทนผมสักเดือนกว่า ๆ     </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ท่านยิ้มอย่างมีความสุข  เป็นรอยยิ้มเดียวกับที่ผมเคยพบในช่วงตี 3  ตี  4  เมื่อ 20 ปีที่แล้ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 81266
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 38
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (38)

เป็นบทความที่เขียนอย่างเรียบง่าย แต่ได้อารมณ์เต็มเปี่ยมครับ  อ่านแล้วเห็นทันที รู้สึกด้วยใจจริงๆ ว่า แม่คือผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่เสมอมา  คุณ แผ่นดิน  เขียนได้ดีจริง ๆครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เขียนบันทึกดีๆ เช่นนี้ให้เราได้อ่านกัน

  • อ่านแล้วคิดถึงคุณแม่จังเลย  ที่จริงก็อยู่ไม่ไกลกันเลย  แต่พี่กลับอยู่ที่DSS และคอนโดมากกว่า  มีแต่โทร.คุยกัน  จะกลับไปหาก็เสาร์-อาทิตย์
  • ถึงคุณแม่พี่จะไม่ชอบทำกับข้าว  ถึงคุณแม่จะรู้ว่า ที่ DSS ตั้งอยู่บนโรงอาหาร  และคอนโดก็มีร้านอาหารอยู่ชั้นล่าง  แต่ถ้าคุณแม่ซื้อไข่เป็นถาด  (รถเร่ขายมา)  คุณแม่จะทำไข่พะโล้ ของโปรดของพี่หนิงฝากมากับน้องชายเสมอ (น้องชายจะมาเรียนและมาช่วนงานที่DSS เกือบทุกวันค่ะ)  น้องชายจึงเป็นตัวเชื่อมรักสำหรับพี่หนิงกับคุณแม่ค่ะ 
  • แต่วันนี้  ชวนคุณแม่มาทานปลาเผาร้านโน๊ตดีกว่า  ของโปรดของคุณแม่ค่ะ
  • ปล. ที่มาของโปรดของพี่  ก็คือ  คุณแม่พี่ก็เลี้ยงพี่ด้วยอาหารสารพัดไข่เหมือนกันค่ะ  แต่ไข่พะโล้ของคุณแม่จะอร่อยที่สุดในโลก  จริงๆนะ
ซาบซึ้งและดีใจแทน"คุณแม่มา"ที่เลี้ยงลูกจนได้มาเป็นตัวตนคุณ (พ่อของ) แผ่นดินเช่นที่เป็นอยู่ เป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจนะคะ คงจะเป็นรางวัลชีวิตที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับท่าน เชื่อว่าสองหนุ่มน้อยก็คงจะเป็นเชื้อไม่ทิ้งแถวสำหรับคุณย่าต่อไปด้วย ขอบคุณบันทึกดีๆนี้ค่ะ

ตามมาซึมซับกลิ่นความอบอุ่น พร้อมกับรอยรื้นแห่งน้ำตาที่ปริ่ม ๆ จะหยดรอน ๆ

ในความเป็นแม่ เป็นความยิ่งใหญ่ที่ยากหาสิ่งใดเทียบเท่า

สิ่งไหนที่แม่มีความสุข.....จะไม่ขัดใจ

สิ่งไหนที่แม่อยากได้....เราพร้อมจะสรรหามาให้

แม่คนเดียวเลี้ยงลูกกี่คนในชีวิต...

แล้วลูกกี่คน.....ที่จะเลี้ยงแม่คนเดียวในชีวิต....ได้ไหม???

เคยเป็นคำถามที่ค้างคาใจกับคนในหลาย ๆ บ้าน

ในชีวิต....สิ่งที่มีความสุขที่สุดคือ การได้ดูแลพ่อแม่ในยามแก่ชรา....

จะเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดสำหรับคนเราในชีวิตคือ การได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณพ่อแม่....แต่ไม่ไขว่คว้า....

 จะเหลือเวลาเท่าไร.....ในการตอบแทนบุญคุณ

ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆ ในเช้าวันนี้ค่ะ

  • ขอบคุณ..คุณมาโนช  มากครับ
    P
  • เป็นเวลาที่ผมคิดถึงท่านพอดี  และอยากจะเขียนบางอย่างให้กับท่าน
  • พร้อมทั้งเริ่มต้นบันทึกต้นเดือนมีนาคมด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อท่าน
  • ถึงแม้บันทึกของผมไม่ปรากฏคำว่า "รักแม่"  แต่ก็ชัดเจนใช่ไหมครับว่า ผมรักท่าน พอ ๆ กับที่ท่านรักผม...

ถึงพี่พนัส

ขอบคุณครับ

กัมปนาท

  • ตามมาชื่นชมความรักและความอบอุ่นจากแม่สู่ลูก
  • ชึ้ชัดได้ว่าน้องแผ่นดินเป็นคนอดทนมากเหมาะสมที่เป็นนักจัดการกิจกรรม เพราะติดดินมาก่อน
  • ตอนเรียนม. 7-8 สมัยก่อนพี่ต้องนั่งรถเมล์จากหาดใหญ่ไปเรียนสงขลาประมาณ 30 กิโลฯ นั่งรถสบายไม่ต้องนั่งหลังคาเหมือนน้องรู้สึกเหนื่อยและอ่อนล้ามาก เพราะต้องตื่นตี 4
  • ถึงโรงเรียนเป็นคนแรกบ่อยครั้งเช่นกัน
  • เยี่ยมหน้ามาอีกครั้ง  เอ๊ะ...เมื่อเช้าไม่อย่างนี้นี่นา  Blog สวยมากๆเลยค่ะ  งัวงามคู่แท้ๆ ดินกับแดน
  • งัวงามคู่แท้ๆ ดินกับแดน
  • แปลว่าอะไร?  ค่ะ
  • สวัสดีครับ
    P
  • ผมเป็นความภูมิใจของคนในครอบครัว  เพราะที่เหลือประกอบอาชีพทำนากันทั้งหมด กระนั้น ผมก็ยังไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับพี่ ๆ น้อง ๆ ได้อย่างที่ควรจะเป็น
  • แต่สำหรับผมพี่ ๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามทุ่งนาก็เป็นความภูมิใจของผมเช่นกัน
  • ลูกชายทั้งสอง...ผมจะไม่เคยกีดขวางให้เขาได้สมผัสกับวิถีทุ่งในแบบชาวไร่ชาวนา  กลับบ้านแต่ละครั้ง  พวกเขาจะเต็มไปด้วยผื่นแผลตามร่างกาย  อันเป็นผลพวงของการเที่ยวเล่นที่ทุ่งนา ..ผมอยากให้เขารู้ว่ารากเหง้าของพ่อกับแม่ ปู่ตา ตายายและญาติ ๆ  มีท้องนาเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิต "ตระกูล"  ของเขาเอง
สวัสดีครับ คุณสมพร

P

เป็นไงบ้างครับ...ลมฝนไปเยือนถึงที่หรือยัง...

  • ขอบคุณครับในถ้อยคำอันยิ่งใหญ่...ที่ผมเองก็ปรารถนาที่จะได้ทำหน้าที่นั้น คือ ในชีวิต....สิ่งที่มีความสุขที่สุดคือ การได้ดูแลพ่อแม่ในยามแก่ชรา....
  • มีสุขภาพ กายและใจที่แข็งแรง,  และมีความฝันที่เป็นจริงเสมอไป  นะครับ
  • ขอบคุณมากครับ น้องแจ็ค
  • พี่คิดถึงบ้านและคนที่บ้านเสมอ...แต่การงานก็พรากชีวิตให้ไกลจากบ้านอยู่บ่อยครั้ง
  • จำได้...ในบันทึกของแจ็ค ..จำได้ว่ามีแฟนไปด้วย...จำได้ว่าไปซ่อมเถียงนา...
  • จำได้ว่าเป็นชีวิตเรียบง่ายและพอเพียง...
  • ขอบคุณครับ..
  • กลับมาแล้วค่ะ  พาคุณแม่ไปทานมื้อเที่ยงมาแล้ว  แต่เปลี่ยนมาเป็น หมึกไข่นึ่งมะนาว กับน้ำพริกลงเรือใต้คอนโดฯแทนอ่ะค่ะ  อิ่มหมีพลีมัน อิอิ
  • โห...blog สวยจริงๆ  และแล้วนางไห  ก็เปิดตัว  อิอิ  ต้องเรียกอาจารย์ ดร.ขจิต มาดูค่ะ

มาเยี่ยม...ขอชื่นชมด้วยความจริงใจกับบันทึกนี้

ได้เห็นรอยยิ้มของคุณแม่...

เห็นกันทั้งครอบครัวเลยนะครับ

เปิดเผยความจริงเป็นสิ่งน่ายินดีและยกย่องครับผม

 

  • ขอบพระคุณครับ..
    P
  • ผมบอกเตือนตัวเองเสมอว่า ชีวิตของผมเติบโตมาจากความยากลำบาก  กว่าจะฝ่ามาได้ก็ต้องกัดฟันและมีสติที่สุด
  • ไม่มองว่าความทุกข์ยากเป็นปมด้อยของชีวิต
  • แต่มีความสุขที่จะฝ่าข้ามให้มันได้... ชีวิตวัยรุ่นของผมจึงหล่นหายไปไม่ใช่น้อย
  • แต่ก็ไม่รู้สึกเสียดายหรอกนะครับ...
พี่เห็นรูปนางไหแล้วนะ น้องแผ่นดินเหมือนคุณพ่อเดี๊ยะ สีหวาน ๆ ทำให้คนที่ดูเคร่งขรึมลดลดความเคร่งขรึมลงได้บ้างนะ
  • เพิ่มเติม...ครับ
    P
    • งัวงามคู่แท้ๆ ดินกับแดน .. เป็นสำนวนเปรียบเปรยที่มาจากคนสมัยก่อนใช้วัว 2 ตัวเทียมเกวียน  และวัวทั้งสองที่ถูกเลือกก็ต้องมีคุณลักษณะเหมือนกัน สมส่วน แข็งแรงและสวยงามเหมือนกันทั้งสองตัว (ประมาณนี้)
    • คนอีสานก็นำสำนวนนี้มาใช้กับคนด้วยเหมือนกัน  ซึ่งบ่งบอกว่า "ทั้งสองมีความเหมือน หรือคล้าย หรือดูดีเหมาะสม"  (ประมาณนี้) นะครับ ... ถ้าเป็นเจ้าบ่าว เจ้าสาว ก็จะถูกชมด้วยสำนวนเปรียบเปรยนี้เช่นกัน
    • ..ส่วนที่ทักว่า "แผ่นดิน" เหมือนกับผมนั้นต้องขอบคุณมากครับ... แต่ดวงตาเขาจะเหมือนคุณแม่มาก..ผิวขาว  ตัวบาง  ..ชอบสวดมนต์เป็นชีวิตจิตใจ
    • ความสวยใสของบล็อก น้องนุ้ย (จันเพ็ญ)  ... เป็นคนจัดการให้  บอกว่าจะได้ช่วยลดความเคร่งเครียดลงบ้าง
    • (ก็เลยต้องลองดี)...ถึงแม้จะรู้สึกว่าหวานเกินความเป็นจริงก็เถอะ

  • สวัสดีครับ..คุณบอน

P

เมื่อวานสลบตั้งแต่หัวค่ำ  เลยยังไม่ได้เข้าไปทักที่บล็อก...

ที่ชมว่างดงามหมายถึงอะไรครับ...สีสันของบล็อก  ใช่ไหมครับ...

ส่วนภูมิลำเนาผมนั้น  เดิมทีขึ้นกับตำบลลำปาว .. ต่อมาจึงแยกตนออกมาเป็นตำบลภูดิน...

บ้านอยู่ตรงข้ามสถานีอนามัยบ้านเหล่าหลวง...แวะไปเรือนแพ  ก็อย่าลืมแวะบ้านผมนะครับ...ยินดีต้อนรับเสมอ

  • ขอบคุณมากครับ
    P
  • ผมก็มีความสุขที่ได้ "เปิดเผยความจริงของชีวิต"  โดยเฉพาะความจริงที่มีต่อคนที่เรารัก..
  • ขอบคุณครับ...
  • นึกอยู่เหมือนกันว่าเมื่อไร อ.พนัส จะเปิดตัวคุณแม่ของน้องแผ่นดินและแดนไท
  • วันนี้...เกินความคาดหมายที่มีโอกาสได้ยลโฉมทั้ง "คุณแม่" และ "แม่คุณ" ของอาจารย์พร้อม ๆ กันเลย...
  • มีเพื่อนศึกษานิเทศก์รุ่นพี่ท่านหนึ่ง เคยพูดให้ฟังว่าชีวิตของเขาโชคดีมาก ๆ ที่มีภรรยาที่เข้าอกเข้าใจเขาทุกเรื่อง ครองรักครองเรือนกันมา 20-30 ปี จนลูกชายสองคนโตเป็นหนุ่มแล้ว ก็ยังไม่เคยเลยที่จะทะเลาะเบาะแว้งกัน แล้วไม่ว่าจะคุยกันเรื่องอะไร ภรรยาของพี่เขาก็จะพูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ... ประมาณว่า "ทันกัน" แม้จะมีบางเรื่องที่ตัวเขาเองชอบเป็นชีวิตจิตใจ แต่ภรรยาไม่ชอบเลย คือการออกไปตกปลากลางทะเลแบบข้ามคืนข้ามวัน ภรรยาก็ไม่เคยบ่นว่า (เคยไปเที่ยวบ้านพี่เขาเห็นอุปกรณ์เบ็ดตกปลาเยอะแยะเต็มบ้านเลยค่ะ)
  • คู่นี้เขารักกันเสมอต้นเสมอปลาย ฝ่ายชายก็เป็นพ่อบ้านที่ดี รักครอบครัว ฝ่ายหญิงก็ทำหน้าที่ศรีภรรยาอย่างไม่ตกหล่น
  • พี่เขาเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเคยบอกภรรยาว่า..."น้องรู้ตัวไหมว่าน้องน่ะโชคดีที่สุด ผู้หญิงดี ๆ ในโลกมีตั้งมากมาย แต่พี่ก็เลือกน้องเป็นภรรยา"
  • ภรรยาของพี่เขาก็ตอบทันทีว่า "พี่ต่างหากที่ต้องภาคภูมิใจ เพราะว่าผู้หญิงทั้งโลกเหล่านั้น เขาไม่เลือกพี่ แต่คนดี ๆ อย่างน้องได้เลือกพี่เป็นสามี"
  • เห็นความ "ทันกัน" ไหมคะ...
  • ในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ไม่อยากให้ อ.พนัส แซวคนข้างตัวว่าอยู่ในวัยร่วงโรย และริ้วรอยความสวยก็แทบไม่เหลือ...ทำนองนั้นเลยนะคะ แม้ว่าอาจารย์จะบอกว่าสภาพตัวเองก็เช่นเดียวกันก็ตาม...
  • ใช้ชีวิตร่วมกันมาได้ถึงทุกวันนี้ ความสวยงามคงไม่ได้อยู่ที่รูปกายภายนอกแล้วมัง ความสวยงามคงลงลึกไปอยู่ในจิตใจของเธอแล้ว...
  • อาจารย์คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "ความสวยไม่คงที่...แต่ความดีสิคงทน" ... ความดีนั่นแหละค่ะ ที่เป็นความงามติดตรึงฝังแน่นในตัวคนผู้นั้น ในโลกนี้จะมีคนที่สวยงามมากกว่าเธอได้ ก็คงเป็น "คุณแม่" ของอาจารย์ได้คนเดียวเท่านั้นล่ะค่ะ
  • ท้ายนี้ฝากทักทายไปยัง "นางไห" "แผ่นดิน" และ "แดนไท" ด้วยนะคะ และที่สุดฝากคำบอกเล่าไปยัง "คุณแม่" ของอาจารย์ค่ะว่า...ท่านเป็นสุดยอดคุณแม่จริง ๆ ค่ะ
ดีใจและภูมิใจ ที่ได้มิตรที่ดีอย่างคุณแผ่นดิน พี่น้องบ้านเม็กดำ ยินดีต้อนรับ และพร้อมแล้วกับภารกิจอันสำคัญยิ่งที่จะปฏิบัติการร่วมกับ มมส . ครับ

มาซึมซับชีวิตของมิตรครับ...

  • วิถีที่เป็นอย่างที่คุณพนัสบรรยายมาดังนี้เองเป็นสิ่งที่หลอมตัวตนขึ้นมา
  • ผมเองก็เกิดจากครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อและแม่ที่คอยสั่งสอน ให้รู้จักดี ชั่ว เพื่อเป็นคนดีของสังคม
  • ผมจำคำพูดที่เป็น คติธรรม หลายคำพูดของแม่ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นคนหนึ่ง ที่พร่ำสอน
  • หลานๆ น้อง ดิน น้องแดน น่ารักมากครับ
  • ขอให้เชื่อมั่นในความดีครับ ความดีสวยงามเสมอนะครับ

.........

 

 

ซาบซึ้งจริงๆๆครับ ชอบสองหนุ่มน้อยด้วยครับ รักจริงๆ
วันนี้ได้รับเรื่องราวดีๆอีกแล้ว..ครอบครัวน่ารักมากค่ะโดย เฉพาะน้องดินและน้องแดน..นี่กระมังที่ทำให้ครอบครัวดูมีพลังอบอุ่น...ลูกเป็นทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆนะคะ..พ่อแม่ไม่มีวันเห็นลูกโตไปได้ในสายตาของท่าน..ทุกวันนี้แม่ยังเตรียมข้าวใส่กล่องให้ไปกินที่ทำงานอยู่เลย...เห็นด้วยค่ะที่แม่ของเราทำกับข้าวอร่อยที่สุด...ดีใจแทนคุณย่าด้วยค่ะที่ปิดเทอมนี้จะได้เชยชมหลานทั้งสองคน..อยากบอกว่าตอนเด็กไว้ผมทรงเดียวกับน้องแดนเลยอ่ะทั้งๆที่ในบ้านไม่มีใครมีผมทรงนี้ซักคนเลย..ถามแม่แล้วได้ความว่าผมมันไม่ยอมขึ้นที่อื่นขึ้นตรงกลางที่เดียวเลย..ใช่ซิน้องแดนต้องทำพิธีโกนผมด้วยนะเพราะแม่ก้อทำพิธีโกนผมให้ตอนอายุ 9 ขวบน่ะค่ะ

สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน

บันทึกนี้น่ารักน่าหยิกดีนะคะ รูปน้องอิคคิวซัง เอ็ย...น้องแดนไทเนี่ย ทำให้เดานิสัยได้เลยนะคะเนี่ย ดูจากท่าเก็กถ่ายรูปของเค้า

คุณแม่ "มา" คงจะดีใจแน่ๆ ในช่วงปิดเทอมนี้

ฮืม...แต่อ่านๆ มางงๆ ตรงที่บอกว่า "3  ตี  4  เมื่อ 20 ปีที่แล้ว"

เอ...20 ปีตอนที่เรียนมัธยม หรือประถมล่ะเนี่ย หรือเกิดมาจำได้เลย ฮ่าฮ่า

^___^

ดีจังเลยอ่ะค่ะ อ่านแล้วยิ้ม อบอุ่นดี น้อง ๆ น่ารักจัง ดูสดใส สุขภาพดี

สวัสดีครับ. อาจารย์ปวีณา
P
  • ระบบขัดข้ออยู่หลายวัน...เลยทำให้ตัวผมเองก็หายหน้าไปจากบล็อก..
  • ขอบคุณในคำแนะนำและเตือนใจที่ดีมาก ๆ เลยนะครับ...
  • ผมกับแฟน  คบกันมาตั้งแต่เรียน ป.ตรี (ปี 2)
  • เรียนห้องเดียวกัน  และผมก็เป็นผู้ชายคนเดียวของวิชาเอก.... ชีวิตต่อสู้มาด้วยกันเยอะมาก และกว่าจะได้รับโอกาสให้คบกัน ก็ต่อสู้และอดทนอย่างแสนสาหัส
  • ยังไงก็ยังมีอดีตที่งดงาม และมีปัจจุบันที่มีความหมายสำหรับผมและแฟนอยู่เหมือนเดิม
  • ส่วนคุณแม่นั้น... ท่านเป็นคนสำคัญของผมเสมอ..ครับ

 

  • สวัสดีครับท่าน ผอ. เม็กดำ
  • P
  • ล่าสุดผมคุยกับท่านอาจารย์ทมฯ แล้ว  ท่านรับปากจะไปช่วยผม... ภายในสัปดาห์หน้าคงไปดูพื้นที่อีกรอบ
  • ผมดีใจครับ..ที่งานอันสำคัญนี้ได้เวลาเริ่มต้นกันสักที
  • ขอบคุณมากครับ  คุณเอก...
    P
  • ผมชอบคำที่คุณเอกบอกกล่าวไว้กับผมเมื่อนานมาแล้ว...
  • และยังเชื่อมั่นมาจนบัดนี้  รวมถึงการนำไปบอกกล่าวกับคนรอบข้างเป็นประจำ...ว่า ความดีสวยงามเสมอ

สวัสดีครับ คุณ โก๊ะ

  • พ่อแม่ไม่มีวันเห็นลูกโตไปได้ในสายตาของท่าน.... (ผมก็รู้สึกเช่นนั้น..รู้สึกถึงความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของท่านที่มีต่อผม)

อาจารย์ขจิต  ..ครับ

P

  • วันนี้  ไปทำบุญและเวียนเทียนที่ไหนมาหรือเปล่าครับ..
  • ผมไปมาตั้ง 2 ที่ 2  งาน...เอาบุญมาฝากด้วยนะครับ..(รอรับได้เลย)
เป็นเรื่องราวที่ซาบซึ้งมากๆ ค่ะ ...แม่รักลูกเสมอ และไม่เคยเห็นลูกโตเลยในสายตา...คอยดูแลตั้งแต่ตัวเราไปจนถึงลูก หลานของเราด้วย.... คุณแผ่นดิน คือความภูมิใจของครอบครัว...ขอชื่นชมด้วยความจริงใจค่ะ
  • สวัสดีครับ
    P
  • นับรวม ๆ จากมัธยมปลายมาจนบัดนี้ก็ร่วม 19 - 20 ปีแล้วครับ. (ยิ้ม ๆ )  ผมแก่มากเลยใช่ไหมครับ..
  • ไม่เพียงแต่คุณแม่ผมเท่านั้นนะครับที่ดีใจจะได้อยู่กับหลาน ๆ  อต่น้องแผ่นดินและแดนไทก็ต้องการไปอยู่กับปู่ย่าด้วยเช่นกัน...
  • เอาภาพมาฝากอีกภาพ..อิคิวซัง..ครับ (ภาพนี้ถ่ายไว้ก่อนเขียนบันทึกนี้)  ลองดูนะครับ
  • ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายพร้อมภาพกระต่ายน่ารัก
    P
  • ขอให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตนะครับ
  • ขอบพระคุณมากครับ
    P
  • ..ทุกวันนี้  ไม่เพียงผมที่เป็นภาระท่าน  แต่แผ่นดินและแดนไทก็ยังเป็นภาระของท่านเช่นกัน
  • แต่เด็กทั้งสองเป็นภาระที่ช่วยให้ท่านดูสดชื่น และมีชีวิตชีวา เป็นไหน ๆ