แม่ไม่เคยแม้แต่จะสอนการบ้านให้กับผม... แต่นั่นก็ไม่มีผลพอที่จะทำให้คุณค่าของความเป็น “แม่” ลดน้อยถอยลงไปจากตัวผม

ค่ำคืนสุดท้ายของเดือนแห่งความรัก -  ผมถูกทิ้งให้เผลอหลับไปตั้งแต่ยังไม่ถึง 3 ทุ่ม  ทั้ง ๆ  ที่คืนนี้มีนัดกับลูกชายแสนซนคนเก่งว่าเราจะดู ชิงร้อยชิงล้าน  ด้วยกัน  แต่แล้วมารู้สึกตัวอีกครั้งเวลาก็เคลื่อนมาจนถึงตี 3 กว่า ๆ เข้าไปแล้ว  

หลังการตื่นนอนผมใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการคิดและวิเคราะห์ว่า ผมเหนื่อยล้ากับเรื่องใดมากมายเชียวหรือ ..ถึงได้หลับปานตายได้รวดเร็วถึงปานนั้น ?” ...  

ห้วงแห่งความเงียบในเวลาเช่นนี้  อันที่จริงผมก็น่าที่จะทำงานและอ่านหนังสือได้อย่างไม่ยากเย็นนัก   แต่เพราะเหตุใดก็ไม่รู้  ผมกลับยังรู้สึกอ่อนล้า  เพลีย...และโรยแรงอย่างบอกไม่ถูก

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภายหลังเดินไปดูอีก 3 ชีวิตที่พริ้มหลับอยู่ในอีกมุมหนึ่งของห้อง  คุณแดนไท หรือเจ้าจุกซุกซบอยู่กับอกอุ่นของคุณแม่อย่างน่าหยิก  ขณะที่คุณแผ่นดิน (ตัวจริง)  ก็นอนตะแคงอมยิ้มอย่างน่าชังอยู่คนเดียวบนเตียงกว้าง… </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>คืนนี้ผมไม่ได้นอนร่วมกับพวกเขา… ไม่มีใครปลุกผมเข้าไปนอนในที่นอนอันควรจะเป็น      </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมพาตัวเองออกมานั่งอยู่หน้า G2K… คลิกเข้าสู่บันทึกของชาวบล็อกหลายท่าน  แต่ก็มานิ่งงันอยู่ที่บันทึกของครูอ้อย… ผมพานพบความอิ่มสุขของครูอ้อยในบทบาทของ คุณแม่  ที่เห็นลูกรักเป็นฝั่งเป็นฝา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ครูอ้อยไม่เคอะเขินที่จะบอกกับเราว่าห้วงเวลานี้หัวอกของผู้เป็นแม่เปี่ยมล้นไปด้วยความปลื้มปิติอย่างมากมายมหาศาล… (ผมเข้าใจเองว่า)  ครูอ้อย ไม่เคอะเขิน  เพราะถือว่าชาวบล็อกเป็นประหนึ่งญาติคนหนึ่งในครอบครัว  เมื่อมีเรื่องดี ๆ  ก็ย่อมแบ่งปันความงดงามนั้นมายังญาติมิตรให้ได้ชื่นชมกันถ้วนทั่ว  </p><p></p><p>เรื่องราวของครูอ้อย  ชวนให้ผมหวนคำนึงถึงเรื่องราวของคนเป็นแม่ที่อยู่ที่บ้าน… หากแต่การหวนคำนึงถึงนั้น  หาใช่ในเรื่องราวการแต่งงาน  แต่ผมกำลังลำดับภาพเก่าๆ ของชีวิตว่าห้วงเวลาตี 3 ตี 4 เมื่อ 20  ปีที่แล้ว  คุณแม่ของผมกำลังทำหน้าที่ แม่  อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  <div style="text-align: center"></div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คุณแม่ของผมมีชื่อว่า มา  นามสกุล ปรีวาสนา  ปัจจุบันอายุ  69  ปี  อยู่บ้านเลขที่ 48  หมู่ 8  บ้านเหล่าหลวง ตำบลภูดิน อำเภอเมือง  จังหวัดกาฬสินธุ์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>คุณแม่ของผมเรียนหนังสือจบชั้นประถม 4  .. อ่านไม่คล่อง เขียนไม่เก่ง .. ผมชอบดูเวลาที่แม่เขียนตัวเลข  โดยเฉพาะเลข  2  กับเลข  4  ซึ่งคุณแม่มักจะเขียนให้เลขทั้งสองตัวมี หัว อยู่เสมอ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">…..</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อปี 2529 – 2531  ผมต้องตื่นตั้งแต่ตี 4  เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน ,  ผมไม่ใช่เด็กกรุงเทพฯ ผมเป็น เด็กบ้านนอกขอบชนบท  ขนานแท้ !  แต่ก็ต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้ามืดเหมือนคนกรุงเทพฯ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>หมู่บ้านของผมมีระยะทางห่างจากโรงเรียนในตัวจังหวัดกว่า 30  กิโลเมตร  ผมต้องตื่นเช้าเช่นนั้นเพื่อให้ทันกับรถโดยสารที่ต้องวิ่งจากหมู่บ้านเข้าสู่ตลาดสดในตัวเมือง  ..  จากฝนพ้นหนาว  ชีวิตของฝนก็ต้องดำเนินไปเช่นนั้นอย่างไม่สามารถหลีกหลบไปได้  แต่ขากลับก็ต้องเบียดแย่งโหนด้านข้างของรถโดยสาร  หรือไม่ก็ต้องนั่งบนหลังคารถโดยสารฝ่าลมฝน ลมหนาวหรือแม้แต่ลมร้อนกลับมายังบ้าน  ซึ่งกว่าจะกลับถึงบ้านพระอาทิตย์ก็จวนเจียนจะดับแสงไปสิ้นแล้ว    </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเป็นคนแรกที่มาถึงโรงเรียนเสมอ,  มาถึงเมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเช้า  จากนั้นก็จะจัดเรียงเก้าอี้ชิดกันประมาณ 3 ตัวเพื่อใช้เป็นที่พักนอน  และพฤติกรรมเช่นนั้นก็ติดเป็นนิสัยชอบนอนบนเก้าอี้เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่เคยได้ทานอาหารเช้าที่โรงอาหารของโรงเรียน  เพราะคุณแม่ของผมท่านจะตื่นนอนตั้งแต่ตี 3  เพื่อ นึ่งข้าว  และทำอาหารให้ผมได้ทานตอนเช้ามืด  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ส่วนใหญ่อาหารมักเกี่ยวกับไข่ทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ทอด  แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นไข่ต้มจิ้มน้ำปลา (ตราหน่อไม้)  มากกว่าอาหารชนิดอื่น ๆ  แต่ที่เป็นเมนูที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ  นั่นเอง   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่เคยทันสังเกตว่าแม่ตื่นนอนแต่ละครั้งท่านล้างหน้าแปรงฟันหรือไม่… ตื่นมาก็เห็นท่านขลุกตัวอยู่ในครัวเสมอ ๆ  ไม่มีแม้แต่วันเดียวที่ผมจะย่างกรายขึ้นรถในชุดนักเรียนโดยปราศจากการได้ทานข้าวเช้าโดยฝีมือของท่าน   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม่ไม่ค่อยได้เดินมาส่งผมขึ้นรถเท่าที่ควรนัก  และอันที่จริงผมก็ไม่ปรารถนาให้ท่านลำบากเช่นนั้นเหมือนกัน  และผมก็ไม่เคยได้รู้เลยว่า  เมื่อผมขึ้นรถมุ่งหน้าฝ่าความมืดมายังโรงเรียนแล้วนั้น  ท่านกลับไปนอนต่ออีกหรือไม่   ซึ่งนี่ก็เป็นปริศนาหนึ่งและเป็นความทรงจำของผมที่ขาดวิ่นไป !</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทุก ๆ เช้าแม่จะให้เงินมาโรงเรียนเพียงวันละ 20  บาท (ค่ารถไปกลับ 10 บาท, ค่าอาหารกลางวัน 7 บาท)  ที่เหลืออีก 3 บาทเป็นเงินเก็บออม  ซึ่งมันต่างจากชีวิตมัธยมต้นอย่างสิ้นเชิงที่อาศัยนั่งรถฟรีไปโรงเรียน  และไม่ใคร่จะมีเงินเป็นค่าอาหารเที่ยงเท่าที่ควรนัก  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>   </p><div style="text-align: center"></div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชีวิตมัธยมปลายในตัวเมืองไม่เพียงบีบเร่งให้ผมปรับตัวขนานใหญ่  แต่ยังบีบเร่งให้คุณแม่ต้องปรับตัวไม่น้อยไปกว่าผม  หรืออาจจะมากกว่าผมร้อยเท่าพันเท่าเลยทีเดียวก็ว่าได้ !</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม่จะรู้สึกอ่อนใจเสมอ  เมื่อพบว่าผมกลับจากโรงเรียนด้วยความอิดโรย  ท่านจะถามว่ากินอะไร ? ทานอะไร   มาหรือยัง  ?  หรือไม่ก็จะถามว่า ไม่สบาย ปวดหัวตัวร้อนหรือเปล่า ?” คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่กับชีวิตผมเสมอ  ผมไม่เคยได้ยินคำถามจากแม่แม้แต่สักครั้งว่า ทำการบ้านเสร็จหรือยัง ?”  และแม่ก็ไม่เคยแม้แต่จะสอนการบ้านให้กับผม… แต่นั่นก็ไม่มีผลพอที่จะทำให้คุณค่าของความเป็น แม่ ลดน้อยถอยลงไปจากตัวผม   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จวบจนผมเรียนมหาวิทยาลัย,  ทุกครั้งที่กลับบ้าน (นาน ๆ ที)  หากแม่พบว่าผมซูบผอมไปกว่าปกติ  ท่านจะเป็นทุกข์แสนสาหัส  ท่านอยากเห็นลูกชายท้วม ๆ ขาว ๆ เหมือนที่เคยเป็น..(เหมือนที่เคยเลี้ยง)   และทันทีทันใด   แม่ก็ไม่เคยรีรอที่จะวางมือจากงานเฉพาะหน้าเพื่อมุ่งเข้าครัวจัดหาอาหารให้ผมได้กินได้ทาน  โดยไม่รอที่จะถามว่า จะกินอะไร ?”    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม่รู้ดีว่าผมชอบกินชอบทานอะไรและมันก็มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นหรอกที่ผมจะชอบกินและชอบทาน (อยู่ง่าย กินง่าย แต่กินได้เพียงไม่กี่ชนิด)   แต่ด้วยความสัตย์จริง ผมรู้สึกเสมอว่า  อาหารที่อร่อยที่สุดมาจากการลงมือปรุงของแม่ทั้งสิ้น !  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>แม้กระทั่งทุกวันนี้  เวลากลับไปเยี่ยมท่าน  ครั้นพอถึงเวลากลับมาสารคาม  ท่านก็มักจะตระเตรียมข้าวของอาหารการกินให้อย่างสม่ำเสมอ  รวมถึงห้วงเวลาที่ท่านมาพักอยู่กับผมเป็นเวลานาน ๆ  ผมก็จะต้องได้ทานข้าวเช้าที่ท่านจัดเตรียมให้เสมอ (ทั้ง ๆ ที่โดยปกติผมแทบไม่ทานมื้อเช้าเลย)   ขณะเดียวกันช่วงพักเที่ยงผมก็มักขับรถกลับมาทานมื้อเที่ยงที่บ้านพักเสมอเช่นกัน ….   </p><p> </p><p>ปัจจุบันแม่ยังคงเป็นแม่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง  รักและอาทรผมอย่างไม่จืดจาง  ท่านเคยบอกว่า ความเป็นแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันสิ้นสุด  ต่อให้ปราศจากลมหายใจ  ท่านก็จะเฝ้ามองผมอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า…  </p><p></p><p>ล่าสุด…  ผมบอกกับท่านว่าปิดเทอมจะเอาคุณแผ่นดินและแดนไทไปให้ท่านกกกอดแทนผมสักเดือนกว่า ๆ     </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ท่านยิ้มอย่างมีความสุข  เป็นรอยยิ้มเดียวกับที่ผมเคยพบในช่วงตี 3  ตี  4  เมื่อ 20 ปีที่แล้ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>