GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความเชื่อ กับ ความจริง

คนทั่วไปต้องเชื่อแบบนี้ เห็นอะไรก็ต้องเชื่อตามความเคยชินทันที แต่เอ..มันทำให้เกิดผลอย่างไรกับเราบ้างนะ ?

 (15)

วิธีฝึกทักษะการรู้เท่าทันการสื่อสาร   มีหลายวิธี  ดิฉันจะเล่าสิ่งที่ได้ทำ ในบันทึกเรื่องนี้  จากนั้นจะลองถอดกระบวนการให้เห็นเป็นขั้นตอน  ในบันทึกลำดับถัดไปนะคะ

กรณีศึกษาที่ 2 : ความเชื่อกับความจริง


เด็กที่สอนจบออกไปเขาต้องเป็นนักสื่อสาร จึงต้องสอนเขาเรื่องวิธีคิดแล้วก็สอนให้เขาเกิดทักษะการรู้เท่าทันการสื่อสารพร้อมๆกันไป  อย่างไรก็ตาม   ดิฉันไม่เคยเรียนนิเทศศาสตร์ ก็เลยสอนทฤษฎียากๆไม่เป็น เลยลองใช้วิธีนี้ค่ะ

วันแรกที่เปิดเรียน เด็กเขายังไม่รู้จักเราค่ะ เขาคุยกันเสียงดังมากชั่วโมงแรก  ดิฉันแต่งชุดสูททำงานธรรมดา เดินถือกระเป๋าสะพายแบบคนทำงาน    เข้าไปนั่งยิ้มเฉยๆด้านหลังห้อง แล้วก็ถามเด็กที่นั่งหลังห้องว่าโทษนะคะน้อง น้องเรียนเอกอะไร

เด็กก็ตอบว่าเรียนเอกจุดจุดจุด ดิฉันเลยถามต่อว่า เรียนกับอาจารย์อะไรคะ

เด็กก็ตอบว่าอาจารย์จุดจุดจุดครับ ดิฉันจึงตอบเด็กว่าขอบคุณค่ะ แล้วก็นั่งแปะที่เก้าอี้หลังห้อง ทำท่าเนียนๆนั่งรออาจารย์ต่อไป เด็กดูคล้ายสงสัย หันไปถามกันเองว่าอาจารย์ป่ะ ใช่เหร่อ ไม่ใช่มั้ง อู๊ย..ไม่ใช่หรอก ............แล้วก็ส่งเสียงคุยกันสนั่นหวั่นไหวต่อไป........

ครั้นเวลาผ่านไปเกือบแปดนาที อาจารย์ก็ยังไม่เข้าห้อง เด็กเริ่มกระสับกระส่าย ผ่านไปนาทีที่เก้า มีคนพูดเห็นปากขยับทำนองว่าทำไมยังไม่มาง่ะ แต่ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะลุกขึ้นมาถามไถ่คนแปลกหน้าหลังห้อง  ...........ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาคุยคุ้ยคุยโดยไม่สนใจผู้ใด

นาทีที่สิบสาม มีบางคนหมดอารมณ์จะรอ และคว้ากระเป๋า พูดว่าไปดีกว่า แกไม่มาแล้ว     ดิฉันจึงได้ลุกเดินไปหน้าชั้นด้วยกริยาปกติ แล้วกล่าวว่า "สวัสดีค่ะ"

เด็กๆหลายคนยิ้มอย่างมีชัย และพูดว่า นึกแล้ว!    อีกบางคนทำหน้างงๆ และอีกบ้างบางคนที่ทำหน้าคล้ายๆกับว่านางอันนี้ท่าจะเพี้ยน..!

ดิฉันทำหน้าเฉยๆแล้วถามเด็กต่อว่า ไม่ทราบเรียนกับอาจารย์อะไรคะ?

ทีนี้เด็กๆเริ่มงงเป็นคำรบสอง แต่ก็ตอบชื่อผู้สอนถูก    ดิฉันจึงยิ้มให้และเขียนชื่อผู้สอนในกระดาน คราวนี้หลายคนยิ้มกว้างเหมือนทายถูกสิบหน้าในเกมทศกัณฐ์

ดิฉันจึงได้อธิบายว่า หากเราคิดว่าผู้หญิงที่จู่ๆมานั่งหลังห้องเรียน
ไม่ใช่อาจารย์ ก็ไม่แปลก ....................

และหากเชื่อทันทีว่าผู้หญิงที่เดินมายืนหน้าชั้นในชั่วโมงแรกของวันเปิดเทอม เป็นอาจารย์แน่ๆ เพราะเขาเดินมายืนหน้าช้นเรียน และยิ้ม ก็ไม่แปลกอีก..................

เพราะพื้นที่หลังห้อง ไม่ใช่พื้นที่ที่เราเคยรับรู้ว่าเป็นพื้นที่ของอาจารย์ พื้นที่ของอาจารย์ตามความเคยชินของเราคือหน้าชั้นเรียน ใครๆที่เดินมาแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ ไม่แปลกที่เด็กๆจะเชื่อทันทีว่าเป็นอาจารย์ทันที

เพราะเราเชื่อมพื้นที่ที่เป็นรูปธรรม คือหน้าห้องสี่เหลี่ยม เข้ากับพื้นที่ที่เป็นนามธรรม คือความเชื่อว่านี่คือห้องเรียน ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่เราจะเชื่อว่า ใครก็ตามที่เข้ามาหน้าชั้น แต่งตัวแบบนี้  มายืนแบบนี้ ณ ตำแหน่งโต๊ะอาจารย์อย่างนี้ ต้องเป็นอาจารย์แหงๆ ด้วยว่านี่เป็นการรับรู้จากประสบการณ์ ความเคยชิน ที่เป็นความถี่ซ้ำๆ มาเกือบสิบปี

.....จึงเชื่ออย่างนี้ไปเป็นอัตโนมัติ...!

คนๆเดียว ที่อยู่หลังห้องเมื่อตะกี้เป็นใครก็ไม่รู้    แต่คนเดียวกันเมื่ออยู่หน้าห้องต้องเป็นครูแหงๆ    คนทั่วไปต้องเชื่อแบบนี้ เห็นอะไรก็ต้องเชื่อตามความเคยชินทันที    แต่เอ..มันทำให้เกิดผลอย่างไรกับเราบ้างนะ

เอ้า... เขียนตอบครูหน่อยซิจ๊ะ ......

แล้วดิฉันก็แจกกระดาษให้เด็กๆเขียน เธอก็เขียนๆๆๆๆกันใหญ่ สงสัยจะแค้นจัด เจอกันชั่วโมงแรกก็อำเราเสียแล้ว...

อย่างไรก็ตาม   ชั่วโมงต่อๆมาเมื่อเด็กเริ่มคุ้นกับเรามากขึ้น เขาก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไร (แต่อาจแอบโมโหนิดหน่อยพองาม) ทั้งนี้ คาบต่อๆมา หากดิฉันจะสอนอะไรแปลกๆอีก ก็จะอธิบายให้เข้าใจและกล่าวขอโทษเด็กๆทุกครั้งก่อนหมดคาบ เพื่อให้เขารู้ว่าด้วยวิธีสอนเช่นนี้ ครูมีจุดมุ่งหมายที่แท้จริงอย่างไร

ขอบคุณเพื่อนครูที่กรุณาอ่านนะคะ ถ้าให้ข้อคิด หรือช่วยสอนด้วยสักนิดว่าควรจะสอนอย่างไรให้เด็กได้คิด ก็จะเป็นพระคุณแก่ครูที่ไม่เคยเรียนครูเป็นอย่างสูง ขอบคุณล่วงหน้าทุกความเห็นค่ะ

 

ปรับจาก วิชาการด็อตคอม  กระทู้ ขอคำแนะนำ เรื่อง ....วิธีสอนแปลกๆ  ความเห็นที่  4 (19 พ.ค.2548)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 80984
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 16
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ

ความเห็น (16)

  • อิอิอิ...มาำขำขำค่ะ
  • เคยเจอนักศึกษาเสาร์-อาทิตย์แซวในลิฟต์ "ไปเรียนชั้นไหนครับ แหม...ใจตรงกันเลย  เรียนห้องไหนครับ....พอเราเดินไปหน้าชั้น @#$%^&(&^   ......."
  • ชอบค่ะ...ชอบ..ตามมาอ่านเป็นบันทึกที่ 2  เก่งออก...ไว้มาแลกเปลี่ยนกันค่ะ
  • สอนเด็กนิเทศศาสตร์นี่ต้องสอนแบบแปลกๆค่ะ เด็กชอบ.... จะเข้าถึงเด็กได้   แต่ถ้าเก๊กมากๆมีปัญหาแน่นอน...
  • ว่าแต่อาจารย์ลองปรับตัวหนังสือให้ดูอ่านง่ายและดึงดูดกว่านี้นะคะ
  • อ้อ..ว่าแต่หารูปมาลงได้หรือยังคะ  อยากเห็นหน้า

สวัสดีค่ะ    อ.ลูกหว้า อ่านเร็วจังเลย...  เก่งจัง  (ดิฉันเขียนยาวๆแถมตัวเล็กอีกต่างหาก)   สำหรับรูป หลังคุมสอบเสร็จจะรีบหารูปที่หน้าตาน่าคบที่สุดมาลงค่ะ :)

  • เป็นคนอ่านหนังสือเร็วค่ะ  แต่อ่านทุกตัวอักษรนะคะ   วันนี้ไฟแรงจังเขียนตั้งหลายบันทึก

ตั้งใจว่าจะโพสต์ให้เสร็จสักทีค่ะ อ.ลูกหว้า  จะได้ตั้งสติเขียนเอกสารประกอบการสอนในรายวิชาตามหลักสูตรให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที 

เรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสาร นี่ไม่มีในหลักสูตรนิเทศศาสตร์ของราชภัฏค่ะ  แต่ดิฉันตั้งใจที่จะฝึกเด็กๆเรื่องนี้  แล้วก็ลงมือฝึกล้มลุกคลุกคลานไปตามประสา    เด็กๆก็บ่นอู้อี้กันพองาม    ผ่านไปสิบกว่าปี..ยังไม่มีเด็กกลับมาบอกสักกะคนเดียวว่าได้ผลรึปล่าว...

....เธอหนีครูไปแต่งงานกันหมดเลยอ่ะค่ะ....... ^_^/

  • หมายความว่า...อิจฉาเด็กว่างั้นเถอะ  อิอิอิ...

หวัดดีข้ามปีจ๊ะหว้า  (สองฮ่าฮ่าหนึ่งแล้วจ๊ะ ^_^)

วันนี้พี่นึกอะไรก็ไม่รู้ละ แต่รู้สึกว่าอยากตอบบันทึกที่ค้างไว้ให้ครบทุกบันทึก เพราะรู้สึกจะไม่ได้ล็อกอินอีกนาน เลยไล่ตามบันทึกที่ยังไม่ได้ตอบจนมาถึงบันทึกนี้  อ่านทวนกลับอีกทีแล้วขำตัวเองจัง  บทจะนึกออกก็เขียนได้เป็นตั้ง  บทจะนึกไม่ออก คำเดียวก็เขียนไม่ออก  ...ดูซิเป็นไปได้ 

หว้าก็คอมเม้นต์ได้น่ารักนักนะจ๊ะ ..^_^

พี่จะแก้ตัวว่าไงดีล่ะจ๊ะเนี่ย
^_^

ดีจังค่ะพี่แอมป์ วันแรกที่ได้เป็นครูเต็มตัวจะขอเอาไปใช้บ้าง

ที่เจอ ๆ มากับตัวเองเช่น

พอเข้าห้องตรวจคนไข้(ที่สถานตรวจ-คลินิกส่วนตัว) คนไข้มักอุทานว่า เอ้า นี่พี่(หรือน้อง)เป็นหมอเองหรือนี่..(ตัวจริงรึเปล่า?)

เนื่องจาก เราไม่ชอบแต่งเสื้อกาวน์ พักหลังนี่ยิ่งแล้ว ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์เป็นประจำ
เนื่องจากบางครั้งเราเพิ่งล้างมือหลังจากก้ม ๆ เงย ๆ เช็ดพื้นโดยเฉพาะขอบประตู ขอบห้อง ร่วม ๆ กันกับผู้ช่วย ซึ่ง(หลาย)บางวันแต่งตัวทาแป้งสวยกว่าเราอีก
เนื่องจากเราจะเป็นคนทำใบประวัติ บัตรประจำตัวคนไข้เอง เพื่อสร้างความสนิทสนมก่อนไงคะ

 

แล้วทำไมครูจะต้องยืนสอนหน้าห้องด้วยเล่า

เราจะได้รู้กันสักที ว่าทำไมนักเรียนส่วนมากชอบเลือกนั่งหลังห้อง

 

อยากคุยอีกนะคะ ติดธุระงานนิดหน่อย วันนี้คือวันที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ แต่งานน้อง บ่ มีหยุดเจ้าค่ะ

(บอกเพราะไม่แน่ใจว่าพี่แอมป์จะได้มาเยี่ยม ปัดฝุ่นที่แขกคนนี้ของเรือนพักมาแกล้งกระโดดให้หล่นจากเท้าไว้เยอะ ๆ เรียกร้องเจ้าของบ้านมา...)

 

อ้อ อย่างน้อยมีคน ๆ หนึ่งนะคะ สมัยเป็นนักเรียน เขานั่งหลังห้องประจำ หลังสุดจริง ๆ คุณครูประจำชั้นต้องตะโกนถามว่า..สบายดีไหมคุณ...

แล้วพวกเราเพื่อน ๆ แซวเขาไว้ว่าเป็นเด็กสลัม

ปรากฎว่า เด็กสลัมคนนี้ ปัจจุบันคือเจ้าของเวบไซต์ชื่อดังที่สุดในประเทศไทยน่ะค่ะ

ไว้มาเฉลยนะคะ;P

สวัสดีค่ะคุณหมอเล็ก

ที่คนไข้ไม่ทราบว่าเป็นคุณหมอนี่สงสัยจะเป็นเพราะคุณหมอดูอ่อนกว่าวัยมากกระมังคะ    : )   : )   


บันทึกนี้เป็นวีรกรรมที่พี่แอมป์จำตลอดไปเลยค่ะคุณหมอเล็ก  ขำตัวเองที่ "ทำไปด้าย" แถมไม่กล้าคุยกับใครอีกต่างหาก  เพราะไม่ใช่พฤติกรรมการสอนตามรูปแบบที่พึงประสงค์  : )   : )  แต่พี่ได้ผลการเรียนรู้ตามความประสงค์แปลว่าสมใจนึกบางลำภู

ปล.โห..มาหลอกให้อยากแล้วจากไปอะ  อยากรู้จัง "เขาคือใคร" อะคะ ?  : )   : )  

อาจารย์ลูกหว้าคะ ชอบเทคนิคที่อาจารย์ใช้ค่ะ มันทำให้นักศึกษาได้รู้สึก ได้ตื่นเต้น ได้คิด ต่าง ๆ มากมาย ได้ใช้ความเป็นมนุษย์จริง ๆ สื่อสารกัน และยังได้ใช้สมองทั้งสองซีก น่าสนุกดีค่ะ

*ปล.โห..มาหลอกให้อยากแล้วจากไปอะ  อยากรู้จัง "เขาคือใคร" อะคะ ?  : )   : )*

***                                ***                               ***

พี่แอมป์

รู้รสชาติแล้วค่ะว่า เป็นครูแล้วเวลาหายไปไหนหมด

 

มาเฉลยข้อสอบค่ะ

 

เขาคือ..แอ่นแอ๊น..

 

เจ้าของเวบไซต์ไทยที่มีกระดานบอร์ดเป็นแห่งแรก

มีห้องต่าง ๆ ตามความชอบ ตามเทรนด์ ตามกลุ่มที่เรียกว่า"คอเดียวกัน"

ห้องสมุด ห้องราชดำเนิน ห้อง...

 

 

ค่ะ

พี่แอมป์คิดออกแล้วมังคะ

 

ถ้าเขาอนุญาต หมอเล็กจะมาใส่ชื่อเสียงเรียงนามของเขาค่ะ

คิดถึงพี่แอมป์ จ้า ... แรกๆ ก็นั่งหน้าห้องคะ พอแก่พรรษาหน่อย เริ่มย้ายไปหลังห้อง

ที่ไหนได้ หน้าห้องสามารถหลับได้เพราะอ.ท่านไม่เห็น ปูสัปหงกบ่อยๆ เลย อิ อิ

... ตอนนี้น้องอวบเค้าติด ห้องเฉลิมกรุง อะไรสักอย่างนี่ละคะ ปูก็ปวดเฮดเลย

แต่ละคนก็ติดไปคนละอย่าง เราก็ติดจีทีเค ... พี่แอมป์สบายดีนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ  คุณ jiranan  ต้องขออภัยจริงๆที่ตอบช้า และดีใจที่คุณjiranan  ชอบนะคะ

สวัสดีครั้งที่สามในรอบปีค่ะคุณหมอเล็ก


ขอบคุณมากสำหรับเฉลยค่ะ  พี่นึกออกแล้ว..ว...
 
ชอบที่คุณหมอเล็กบอกว่า "รู้รสชาติแล้วค่ะว่า เป็นครูแล้วเวลาหายไปไหนหมด"  พี่ยิ้มขำๆตัวเองด้วยเพราะถ้าให้อธิบายก็คงบอกรายละเอียดได้ไม่หมด

แต่รายละเอียดเหล่านั้นแหละค่ะ ที่ทำให้เวลาหายไปไหนต่อไหนเกือบหมดเลย  : )

สวัสดีจ๊ะลูกปู

พี่แอมป์ขอโทษลูกปูอย่างสูงจริงๆค่ะที่หายไปนานข้ามปี แต่ก็ยังไม่เคยลืมน้องสาวคนนี้เลยค่ะ  ขอบคุณลูกปูมากๆที่แวะมาทักทายกันอยู่เสมอนะคะ  พี่ได้ยินเสียงเพลง When you say nothing at all ทีไร  คิดถึงลูกปูทุกที

ลูกปูและทุกคนในครอบครัวคงสบายดีนะจ๊ะ  ของพี่แอมป์ทุกคนสบายดีตามประสาคนแก่ ที่มีแก่มากแก่น้อยลดหลั่นกันไป  แต่ที่ทัดเทียมกันได้คือความขี้ลืมนี่แหละจ๊ะ  อิอิ

อ่า..พูดถึงเรื่องติดนี่พี่ก็ขำตัวเองอีกแล้ว  น้องอวบยังติดห้องเฉลิมกรุงอยู่อีกไหมจ๊ะ  ลูกปูล่ะ  ยังติดจีทีเค เหมือนเดิมรึปล่าว...

ของพี่ก็ติดกับเค้าแบบว่าไม่ตกเทร็นด์เหมือนกันน้า...

แบบว่าพี่  "ติดงาน" ตลอดเลยจ๊ะลูกปู  อิๆๆๆๆๆ ^_^

สวัสดียามเย็นฟ้าครึ้มๆ แต่ใจรื่นรมย์ค่ะพี่แอมป์

เมื่อกี๊เพิ่งไปฟังเพลงนึง ก็นึกถึงพี่เลยค่ะ ก็เพลงนั้นแหละคะ ที่พี่แอมป์แปลให้จ๊าบสุดๆ จนไม่ค่อยกล้าพูดอะไรมากเลยค่ะ ๕ ๕ 

อ่านเมนท์ตอบพี่ทีไร ได้อมยิ้มทุกทีเลยค่ะ ปูไม่เชื่อหรอกว่าแก่ ก็หัวใจยังจ๊าบซะยังนี้ ;)

ขอบคุณค่ะพี่ สมาชิกที่บ้านสุขีกันโดยเฉพาะคู่รักวัยดึก น้องอวบก็หันมาติดเอเอฟ ปูก็รักเดียวใจเดียว จนเวลาล่วงเลยอ้าว ๓ ปีผ่านไปแบบงงๆ ครานี้คงต้องหักดิบซะทีแล้วค่ะ

มาคารวะรุ่นพี่ใหญ่ มิ่งมิตรรุ่นแรกๆ ด้วยยังระลึกถึงกับความประทับใจดีๆยังตราตรึง ฝันดีค่ะ