GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรื่องเล่าจากดงหลวง 32 ขอทานคนนั้น

ทำไมต้องยักยอก อยากได้อะไรก็ขอพ่อก็ได้ คิดไปว่า อาศัยความได้เปรียบที่ตัวเองตาดีดี พ่อตาบอด เลยเอาความได้เปรียบนี้เอาเปรียบพ่อของตัวเองหรือเปล่า หากวันนี้เขายังมีนิสัยเช่นนี้ เมื่อโตขึ้นเขาจะเป็นคนแบบไหนกัน.. แล้วทำไมเราไม่ลงรถไปเตือนเด็ก หรือแก้ปัญหานี้ต่อหน้าพ่อเขา หรือว่าเราคิดมากเกินไป...

บริจาคเงินให้ขอทาน :  วันหนึ่งผู้เขียนส่งลูกสาวไปเรียนดนตรีในเมืองขอนแก่น ขณะส่งนั้นรถจอดสนิทเราทำหน้าที่พ่อแล้วก็จะกลับบ้านก่อน ขณะนั้นเห็นขอทานสองพ่อลูกกำลังจะเดินผ่านหน้ารถไป ผู้พ่อตาบอด มือถือแคน ปากก็พึมพำอะไรไม่ทราบ ลูกเดินหน้าถือไม้เท้าจูงผู้พ่อ  เด็กน่าจะอายุประมาณ ป 3 หรือ ป4 นี่แหละ ส่วนพ่อน่าจะเกิน 60 ไปแล้ว ลูกเดินไปปากก็กัดอะไรเล่นก็ไม่ทราบ ก็เหมือนเด็กๆทั่วไปที่จิตใจอยู่ที่การสนุก เล่นอะไรต่อมิอะไรไป อีกมือหนึ่งของเด็กถือขันน้ำเก่าๆเล็กๆใบหนึ่ง คงเอาไว้รับการบริจาค   

ผู้เขียนสังเกตเห็นผู้พ่อพยายามถามว่าจะปีนขึ้นฟุตปาทหรือยัง จะได้ก้าวสูงๆหน่อยจะได้ไม่สดุดล้มลง  ผู้เขียนคิดได้ว่าน่าที่จะบริจาคเงินเล็กน้อยให้สองพ่อลูกนี้หน่อย จึงเรียกเด็กมาหา.. ไอ้หนู..มาหาอาหน่อย อาจะให้เงิน เด็กก็จูงผู้พ่อเข้ามาใกล้ๆ ผู้เขียนควักแบงก์ 20 มา พอดีมันมีใบย่อยที่สุดเท่านั้นจึงเอาใส่ขันให้เด็กไป  ผู้พ่อก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พลางก็อนุโมทนาอำนวยอวยพรให้ผู้เขียนเสียมากมาย  เด็กจูงพ่อห่างออกไป ผู้เขียนก็ดูเขาเดินทางต่อไป 

  การยักยอกเงิน : ทันใดนั้นมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นต่อหน้าสายตาผู้เขียนจนงงไปหมดเลย คือ เจ้าเด็กผู้ลูกหยิบแบงก์ยี่สิบใส่กระเป๋ากางเกงเขา แล้วก็ล้วงเอาเหรียญออกมาใส่ในขันนั้นแทน และใส่ให้มีเสียงดังด้วย  ผู้พ่อยิ้มอย่างดีใจ ปากก็พึมพำแล้วก็ค่อยๆคลำตามไม้เท้าไปถึงขันใบนั้นหยิบเอาเหรียญนั้นใส่กระเป๋ากางเกงของตัวเองไป  ผู้เขียนไม่ทันสังเกตว่าเป็นเหรียญอะไร 5 หรือ 10 ก็ไม่ทราบ และงง งง ตรงนั้นสักพักหนึ่งก็ขับรถกลับบ้าน 

  ระหว่างทางก็คิดแต่ขอทานสองพ่อลูกนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกับเด็กขอทานผู้ลูก ทำอะไรกับเงินนั่น  กับพ่อและจะเอาเงินนั้นไปทำอะไร ทำแบบนี้มานานเท่าใดแล้ว  พ่อเขารู้เรื่องไหม  เด็กคนนั้นเป็นลูกจริงๆหรือเปล่า  ทำไมต้องยักยอกเงินบริจาค คิดไปเองว่า เด็กคงจะหมายตาของเล่นอะไรไว้ เงินส่วนนี้คงสะสมเพื่อเอาไปซื้อของเล่น  ทำไมต้องยักยอก อยากได้อะไรก็ขอพ่อก็ได้  คิดไปว่า อาศัยความได้เปรียบที่ตัวเองตาดีดี พ่อตาบอด เลยเอาความได้ เป ียบนี้เอาเปรียบพ่อของตัวเองหรือเปล่า  หากวันนี้เขายังมีนิสัยเช่นนี้ เมื่อโตขึ้นเขาจะเป็นคนแบบไหนกัน.. แล้วทำไมเราไม่ลงรถไปเตือนเด็ก หรือแก้ปัญหานี้ต่อหน้าพ่อเขา  หรือว่าเราคิดมากเกินไป... เออ เมื่อเด็กๆ เราก็เคยขโมยตังค์แม่ไปซื้อลูกโป่งมาเล่นนี่นา....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ขอทาน
หมายเลขบันทึก: 80773
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

  • อึ้งกับลูกเขาครับ
  • ไม่เคยขโมยเงินแม่ ถูกสอนมาว่าเป็นบาป
  • ถ้าเด็กคนนี้โตขึ้นไปเขาจะเป็นอย่างไรนะ
  • พี่สังเกตุเก่งจริงๆน้องขอชมด้วยใจจริงครับ
  • สันนิษฐานว่า  ไม่ใช่ลูกหรอกค่ะ  คงเป็นหลาน  หรือญาติ   หรือจ้างมา  เพราะเท่าที่หนิงเคยรู้จักคนตาบอดมา  ส่วนมากจะส่งเสริมให้ลูกๆเรียนหนังสืออ่ะค่ะ   แล้วจะจ้างคนอื่นมาช่วยนำทางในการประกอบอาชีพ(ขอทาน)
  • คนตาบอดให้ความสำคัญกับการศึกษามากค่ะพี่
  • แต่ก็เสียใจนะคะ  ที่เขาโดนเอาเปรียบแบบนี้  ต่อไปหนิงจะพยายามหาเหรียญให้เขาค่ะ  เขาจะได้ได้ยินเสียง  หรือไม่เราก็บอก เอ่ยปาก  บอกให้เขาได้ทราบว่า  เราให้กับเขากี่บาท หรือ แบงค์อะไร  เขาจะได้เก็บ  คนตาบอดจะนับแบงค์แม่นนะคะ
  • เป็นงานที่หยิบเรื่องจริงเล็กๆในสังคมมาสะท้อนสู่สังคมกว้างน่ะครับ
  • ขอบคุณครับ อ.ขจิต
เห็นด้วยกับน้องหนิงครับ
  • รู้สึกเศร้าใจจังค่ะ  แค่ตอนเป็นเด็กยังมีนิสัยขนาดนี้
  • ถ้าโตขึ้นไปเขาจะเป็นอย่างไรกันนะ  เห็นด้วยกับพี่หนิงค่ะ
  • ปัจจุบันมีข่าวบ่อยๆถึงแก็งค์ขอทาน ความรู้สึกที่คิดบริจาคเพราะเห็นอกเห็นใจนั้นก็ชักไม่แจ่ใจเสียแล้วว่าเขาคือผู้ควรจะเห็นอกเห็นใจหรือพวกอาศับช่องว่างทางวัฒนธรรมของเรามาหากิน
  • ขอบคุณครับน้องลูกหว้า
ขอทานขอนแก่นเริ่มมากครับผม
  • มันสะท้อนสภาพสังคมในหลายมิติ
  • หากเป็นขอทานจริงๆ นี่น่าเป็นผลของการพัฒนาประเทศก้าวไปสู่ทุนนิยมเสรีประชาธิปไตย ที่เปิดโอกาสสำหรับผู้ได้เปรียบในสังคมเท่านั้น
  • หากเป็นพวกหากิน ในคราบขอทาน ก็เห็นว่าคนกลุ่มหนึ่งในสังคมไม่มีทางออก ไม่มีทางไป ไม่มีประตูเปิดสำหรับผู้ด้อยโอกาส  หรือกระแสสังคมหลักสร้างให้คนทำมาหากินอย่างไรก้ได้โดยไม่สนใจคุณธรรม บาป การเอาเปรียบสังคมแบบหนึ่ง ซึ่งช่องว่างนี้คือปัญหาที่คนในกระแสทุนนิยมมองเห็นและใช้ทำมาหากินโดยไม่ละอายแก่ใจ