ช่วงนี้มีโปรแกรมหนังดีๆ จ่อคิวให้เราไปดูตั้งหลายเรื่อง เรื่องแรกสำหรับคนไทยควรจะดู " ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 " ก็ยังไม่ได้ดูเลย แต่ต้องไปดูให้ได้
หนังเรื่องที่ 2 ที่น่าดูคือ " แมงมุมเพื่อนรัก" คิดว่ามีหลายๆคนเคยอ่านสมัยเด็กๆ จำได้ว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยประถม ที่เพิ่งเริ่มหัดอ่านหนังสือวรรณกรรม นอกเหนือจากหนังสือเรียน ปกติทุกเล่มที่อจ. ยัดเยียดให้อ่าน มักจะไม่สนุกเลย แต่เรื่อง " แมงมุมเพื่อนรัก" เป็นเล่มที่ชอบมากๆ เพราะทำให้ประทับใจในความผูกพันระหว่างเพื่อน จริงๆ จำเนื้อหาไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่จำความรู้สึกได้ดี คิดว่าเด็กรุ่นหลังๆก็คงได้อ่านกัน แต่ปกอาจแตกต่างกันไป สมัยที่อ่านไม่ใช่ปกนี้หรอกนะคะ เก่ามากแล้ว คงจะอยู่ในกรุหนังสือเก่าที่บ้าน มอดกินไปรึยังไม่รู้


|
![]() |
||||||||||||||
|
วรรณกรรมรางวัลนิวเบอรี่
บอกเล่ามิตรภาพระหว่างสัตว์ต่างเผ่าพันธุ์ คือหมูกับแมงมุม
ที่ลูกหมูถูกส่งมา อยู่ที่ฟาร์มแห่งหนึ่ง มันเหงาและว้าเหว่มาก
จนกระทั่งได้เจอแมงมุม ผู้ให้คำปลอบโยน และกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
วันหนึ่ง เจ้าของฟาร์มจะนำลูกหมูไปขาย แมงมุมผู้ฉลาดรอบรู้
จึงถักใยเป็นข้อความต่างๆ ว่าหมูตัวนี้ดีวิเศษอย่างไร
ข่าวเรื่องแมงมุมชักใยเป็นตัวหนังสือได้ แพร่สะพัดไปทั่ว
ผู้คนต่างหลั่งไหลกันมาเข้าชม ทำให้เจ้าของฟาร์มมีรายได้
และไม่ส่งหมูไปฆ่า ต่อมาแมงมุมก็ถึงคราวสิ้นชีวิตตามอายุขัย
มันก็ยังมอบของขวัญ ที่มันรักที่สุดไว้ให้เจ้าหมูด้วย
นั่นคือลูกแมงมุมตัวน้อยๆ
เรื่องราวของมิตรภาพ ความรัก ความผูกพันที่น่าประทับใจมาก หลายคนถึงกับน้ำตาซึม เมื่ออ่านจบ และอีกหลายคน ได้ทบทวนความจริงในข้อที่ว่า บางครั้งชีวิตก็ไม่สมหวัง บางครั้งชีวิตก็ไม่สมบูรณ์ แต่ทุกอย่างลุล่วงได้เพราะเรามีเพื่อน และที่สำคัญ- - เราเป็นเพื่อน- - ด้วย นิตยสาร TIME ฉบับส่งท้ายปี 1999 ยกย่องหนังสือเล่มนี้ว่า เป็นหนังสือเด็กที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษ |
|||||||||||||||
ดูภาพและฟังเสียงจากจินตนาการได้ http://www.charlotteswebmovie.com/site/index.php

หวัดดีจ้าแก่น
สวัสดีครับพี่ปุ๊ก สบายดีหรือป่าวครับ คงเรียนหนักน่าดูเลยนะครับ สู้ ๆ สู้ตาย อิอิ จากหนังเกาหลีที่นางเอกนิยมพูดกัน แต่ผมไม่ใช่นางเอกนะครับ อินเทรนด์กันหน่อยครับ
เรื่องแมงมุมเพื่อนรักเป็นหนังสืออ่านประกอบนอกเวลาสมัยที่ผมเรียนมัธยมเช่นเดียวกัน แต่ผมไม่ได้อ่านเล่มนี้ครับ แต่ว่าเพื่อนๆ อ่านกัน รู้สึกว่าเจ้าหมูจะชื่อวิลเบอร์ใช่ไหมครับ เพราะมีเพื่อนผมคนหนึงถูกตั้งฉายาว่า วิลเบอร์ จากชื่อของตัวละครเรื่องนี้
แต่เล่มที่ผมอ่านคือเล่ม เรื่องนิคกับพิม เป็นเรื่องของ เจ้านายสุนัขสองตัว ที่เขียนจดหมายแทน สุนัขคุยกัน สนุกมากครับ ผมเพิ่งทราบข่าว ว่าคนแต่เรื่องนี้เป็นเชื้อพระวงค์ เมื่อเร็วๆ นี้เองครับ
ตอนเด็ก ๆ ก็เคยอ่านเรื่องแมงมุมเพื่อนรักเหมือนกัน
เป็นหนังสือที่อยู่ในความทรงจำเหมือนกันค่ะ เพระพี่สาวซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดตอนอยู่ที่ระดับประถม ซาบซึ้ง ร้องไห้ และรักหนังสือตั้งแต่นั้นมาค่ะ
อยากเนื้อเรื่องเเมงมุมเพื่อนรักอ่า ครูที่ ร.ร. ให้ทํารายงานส่งอะ ไปหาซื้อหนังสือมาอ่านแล้วอะ ไม่เห็นจะมีขายเลย ใครมีเนื้อเรี่องนี้ก็ขอด้วยนะ ขอบคุณมากๆเลย
ตัวเองก็ประทับใจหนังสือเรื่องนี้มากค่ะ.จำได้ว่าอ่านตอนม.1 เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา..แต่พออ่านไปก็ชอบมาก..ซาบซึ้งในมิตรภาพของสัตว์และมีส่วนทำให้จิตใจอ่อนโยนเห็ยอกเห็นใจสรรพสัตว์มากขึ้นด้วย..ดีมากๆค่ะ..พอทราบจากคุณว่าเป็นวรรณกรรมที่ได้รับการยกย่องแล้วก็ยินดีและเห็นด้วยมากๆ..ยังไงต้องซื้อมาติดไว้บ้านให้เด็กๆอ่านค่ะ..เด็กๆจะได้ซึมซับความรู้สึกอ่อนโยนเหมือนๆกับที่เรารู้สึก...ได้จากการอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้..
ขอบคุณค่ะ..
หนังสือเล่มนี้ถึงยังใม่เคยอ่านเเต่ก็คิดว่าสนุกมาก
อยากจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ามีตัวละครกี่ตัวน่ะค่ะ
และชื่ออะไรบ้าง
คงจะสนุกนะคะ...
มีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง ประกอบด้วย นายอราเบิ้ล นางอราเบิ้ล เฟิร์นซึ่งเป็นลูกสาว และเอเวอรี่ซึ่งเป็นพี่ชายของเฟิร์น วันหนึ่งนายอราเบิ้ลถือขวานเดินไปที่คอกหมูซึ่งจะไปฆ่าลูกหมูเกิดใหม่ตัว เล็กแกร็น เพราะอยู่ไปก็ไม่ได้ประโยชน์ และจะสร้างปัญหาให้ในภายหลัง เมื่อเฟิร์นรู้เรื่องก็เลยห้ามพ่อไว้ นายอราเบิ้ลจึงตัดสินใจ ให้เฟิร์นเอาหมูตัวนั้นไปเลี้ยง ซึ่งเฟิร์นดีใจมาก เฟิร์นตั้งชื่อให้หมูน้อยตัวนี้ว่า “วิลเบอร์” เฟิร์นเลี้ยงวิลเบอร์โดยหัดให้วิลเบอร์ดูดนมจากขวด เมื่อเฟิร์นไปที่ใด เฟิร์นก็จะพาวิลเบอร์ไปด้วยทุกครั้ง พอวิลเบอร์อายุได้ห้าสัปดาห์ นายอราเบิ้ลจึงขายวิลเบอร์ให้กับนายซัคเกอร์แมน ซึ่งเป็นลุงของเฟิร์น และวิลเบอร์ก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในโรงนาของนายซัคเกอร์แมน และเฟิร์นก็ไปเยี่ยมวิลเบอร์ที่โรงนาทุกๆวัน วันหนึ่ง วิลเบอร์เห็นว่าที่รั้วมีไม้แผ่นหนึ่งหลุดอยู่ ห่านจึงบอกวิเบอร์ว่า “นั่นหละ อิสระ” ห่านบอกให้วิลเบอร์เดินออกไป แล้วหนีเข้าไปในป่า วิลเบอร์ทำตามที่ห่านบอก แล้วนางซัคเกอร์แมนก็เห็นวิลเบอร์ออกมาจากคอก นางจึงตะโกนบอกนายซัคเกอร์แมนว่า “หมูหลุดออกมา” และตะโกนบอกเลอร์วี่ว่า “มาช่วยกันจับหมูหน่อยเลอร์วี่” และแล้วเหตุการณ์ชุลมุนก็เกิดขึ้น วิลเบอร์คิดว่า “ถ้านี่คืออิสระฉันขออยู่ในคอกดีกว่า” แล้วนายซัคเกอร์แมนก็นำถาดเศษอาหารมาล่อวิลเบอร์ วิลเบอร์จึงตัดสินใจเดินตามถาดอาหารกลับเข้าคอกไป เดี๋ยวนี้เฟิร์นไม่ค่อยมาหาวิลเบอร์แล้ว วิลเบอร์เหงามาก และอยากมีเพื่อน เพื่อนในโรงนาของวิลเบอร์ก็มีหนูอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อ “เทมเปิลตัน” เทมเปิลตันสนิทกับวิลเบอร์ที่สุด แต่วิเบอร์ก็ไม่ค่อยชอบเทมเปิลตันเท่าไรนัก เพราะเทมเปิลตันชอบกัด แทะ ทำลายข้าวของ ไม่สนใจเรื่องเรื่องใดนอกจากการกิน และแล้ววันหนึ่งวิลเบอร์ก็ได้พบเพื่อนเป็น แมงมุม เพื่อนใหม่ของวิลเอร์มีชื่อว่า “ชาร์ล็อตต์” ต่อมาวิลเบอร์ก็เป็นเพื่อนสนิทกับชาร์ล็อต จนกระทั้งฤดูร้อนมาถึง วันหนึ่งวิลเบอร์ได้ทราบข่าวร้ายจากแกะชราตัวหนึ่งว่า ที่ครอบครัวของนายซัคเกอร์แมนเลี้ยงดูวิลเบอร์อย่างดีก็เพราะว่าวิลเบอร์จะ ได้เป็นอาหารของครอบครัยบซัคเกอร์แมนในฤดูหนาวนี้ วิลเบอร์รู้สึกแย่ วิลเบอร์ร้องไห้ และทำอะไรไม่ถูก วิลเบอร์บอกเรื่องนี้กับชาร์ล็อตต์ ชาร์ล็อตต์บอกวิลเบอร์ว่า วิลเบอร์จะไม่ตาย และชาร์ล็อตต์ ก็คิดวิธีช่วยวิลเบอร์ได้ โดยชาร์ล็อตต์คิดว่ามนุษย์เป็นพวกงมงาย ก็เลยจะใช้วิธีหลอกมนุษย์พวกนี้ เช้าวันหนึ่งหมอกลงจัดมากใยของชาร์ล็อตต์จึงเด่นมาก เมื่อเลอร์วี่มาให้อาหารวิลเบอร์ จึงเห็นใยของชาร์ล็อตต์ เลอร์วี่เข่าอ่อน เพราะที่ใยของชาร์ล็อตต์เขียนว่า “หมูพิเศษ” เลอร์วี่จึงไปตามนายและนางซัคเกอร์แมนมาดู และไม่นานข่าวก็แพร่กระจายออกไป แล้วผู้คนจากต่างเมืองก็พากันมาดูใยของชาร์ล็อตต์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เพราะข้อความบนใยเขียนว่า “หมูพิเศษ” วิลเบอร์จีงพยายาทำตัวให้พิเศษๆไว้ แล้ววันต่อมาก็มีอักษรปรากฏบนใยอีกว่า “องอาจ” เมื่อนายซัคเกอร์แมนมาเห็น จึงบอกให้เลอร์วี่ปรับปรงคอกหมูให้สะอาด เลี้ยงดูวิลเบอร์ให้ดีขึ้น ให้กินแต่อาหารดีๆ และทำความสะอาดวิลเบอร์ให้ดูดี เมื่อฤดูหนาวก็มาถึง ใยของชาร์ล็อตเปลี่ยนเป็นคำว่า “แจ่มใส” และวิลเบอร์ก็พยายามทำให้ตัวเองแจ่มใส เมื่อใกล้จะมีงานประจำปี นายซัคเกอร์แมนก็บอกกับนางซัคเกอร์มนว่า จะส่งวิลเบอร์เข้าประกวดหมูประจำปี วิลเบอร์รู้ข่าวก็ชวนชาร์ล็อตไปด้วย เมื่องานประจำปีมาถึง นายซัคเกอร์แมน พาวิลเบอร์ไปที่คอกหมูในงานวิลเบรอ์รู้จักหมูที่มาประกวดตัวหนึ่ง เป็นหมูที่ใหญ่มาก ในคืนนั้นชาร์ล็อตก็ทำการชักใยและสร้างถุงไข่ของเธอขึ้น เพราะเธอรู้ว่าเธอแก่ตัวลงและได้เวลาจากไปแล้ว และในเวลากลางคืน คณะกรรมการผู้ตัดสินก็มาติดโบว์สีฟ้าที่เป็นโบว์ของผู้ชนะเลิศแก่หมูตัวที่ ใหญ่ที่สุด วิลเบอร์เสียใจมาก วิลเบอร์คิดว่าตัวเองต้องถูกฆ่าตายแน่ๆ และในตอนเช้า ใยของชาร์ล็อตก็ปรากฏขึ้นว่า “นอบน้อม” มีคนมารุมดูที่คอกของวิลเบอร์มากมาย เมื่อคณะกรรมการรู้ เรื่องจึงประกาศผลให้รางวัลวิลเบอร์เป็นรางวัลพิเศษ ชาร์ล็อตบอกกับวิลเบอร์ว่าวิลเบอร์จะไม่ตายแล้ว และวิลเบอร์ก็ขอบคุณชาร์ล็อตต์ และชวนกลับไปที่โรงนาด้วยกัน แต่ชาร์ล็อตต์บอกว่า เธอไปไหนไม่ได้แล้วเธอกำลังจะตาย ให้ช่วยเอาถุงไข่ที่มีลูกของชาร์ล็อตต์ ห้าร้อยสิบสี่ตัวไปด้วย วิลเบอร์ได้ยินดังนั้นแทบขาดใจ และรุ่งเช้าวิลเบอร์ก็กล่าวอำลาชาร์ล็อตต์อย่างช้าๆ เมื่อครอบครัวซัคเกอร์แมนมาพาวิลเบอร์กลับไปที่โรงนา โดยวิลเบอร์นำถุงไข่ของชาร์ล็อตต์กลับไปด้วย และงานประจำปี่ก็สิ้นสุดลง ซึ่งในที่นั้นไม่มีใครทราบเลยว่ามีเพื่อนที่แสนดีที่สุดได้สิ้นสุดชีวิตลง นั่นคือ “ชาร์ล็อตต์” และแล้วก็ถึงเวลาที่ลูกน้อยของชาร์ล็อตต์ฟักออกมาเป็นตัวแล้ววิบเบอร์ดีใจ จมาก และลูกของชาร์ล็อตต์ก็ปล่อยใยออกไปเป็นลูกโป่ง แล้วก็ให้ลมพัดพาตัวเองไปในที่ต่างๆ เพื่อใช้ชีวิตของตนเอง วิลเบอร์ตกใจมาก และเสียใจที่วิลเบอร์ไม่มีเพื่อน แล้ววิลเบอร์ก็เดินออกไปที่ประตูโรงนา วิลเบอร์ดีใจมากเพราะว่าวิลเบอร์เห็นลูกของชาร์ล็อตต์สามตัวกำลังชักใยอยู่ บนประตู ลูกของชาร์ล็อตทั้งสามตัว มีชื่ว่า จอย อรีเนีย และ เนลลี่ เวลาผ่านไปวิลเบอร์ไม่ขาดเพื่อนเลย เพราะทุกฤดูจะมีลูกๆแมงมุมออกมาแทนชุดเดิมตลอดปี ครอบครัวของนายซัคเกอร์แมนก็ตั้งใจดูแลวิลเบอร์อย่างดี แม้เวลาจะผ่านไปเท่าใด ก็ไม่มีใครมาแทนที่ชาร์ล็อตต์ได้ และวิลเบอร์ก็ไม่เคยลืมชาร์ล็อตต์เลย
สวัสดีค่ะ
เป็นหนอนหนังสือเลยค่ะ
อ่านแล้วตอนเด็กๆ
ตอนนี้ก้ภาค ๔ แล้วนะค่ะ
ไปดูมาแล้ว
ลูกสาวเค้าพาไปค่ะ