คำว่า สติปัญญา เดี๋ยวนี้ ผมเห็นคนนิยมใช้กันในความหมายของความรู้ (knowledge) ที่ถูกบีบอัด ควบแน่น

เห็นแล้วก็พอเข้าใจได้ ว่าตามปรกติ เรายอมรับกันว่า สติปัญญา อยู่สูงกว่าความรู้

ก็เลยถือโอกาส อัดแน่นความรู้ แล้วเรียก สติปัญญา

ในทางฟิสิกส์ มวลสารอัดแน่น เป็น หลุมดำแห่งมวลสาร

ความรู้อัดแน่นมากไป ก็อาจเกิดเป็น หลุมดำความรู้

มีแต่เข้า ไม่มีคายออก

เคยผ่านตาว่า คติพื้นบ้านบางแห่ง เชื่อว่าคนที่มีความรู้มากแล้วไม่แบ่งไม่ปัน พอวิชาแก่กล้าเกินตัว คุมไม่ได้ จะกลายเป็นปอบ

(นี่กระมังครับ คือเหตุผลที่เขาต้องชวนกันทำ KM กัน ? คือแบ่งปันวิชชากัน จะได้ไม่ร้อนวิชชา)

...(อึ้ง)....

 

เอ้า ย้อนมาดูตรงรากคำ

สติปัญญา = "สติ"ิ + "ปัญญา"

สติ เป็นสิ่งที่ไม่มีเนื้อหาความรู้ (content)

แค่เป็นการ ตื่นตัว พอที่จะหยุดยั้ง เพื่อมอง เพื่อรับรู้ อย่างสงบ ตรงไปตรงมา

ปัญญา ผมเห็นใช้กันในความหมายที่ รู้เห็นตามจริง ไม่เอนเอียงด้วยอคติ 4 คือ ชอบ ชัง กลัว หลง

ดู ๆ แล้ว สติปัญญานี่ มีส่วนที่เป็น content น้อยมาก

ไม่ใช่ไม่มี content นะครับ มี แต่ไม่มาก

เป็นความรู้ประเภทตกผลึก ควบแน่นมา เหลือนิดเดียว แต่ใช้ได้สารพัด ที่เรียกว่า การคิดอย่างแยบคาย

เป็น non-content เสียมากกว่า

เช่น เจอเรื่องช็อคเข้ามา ถ้ามีสติปัญญา จะไม่ฟูมฟาย

คนที่มี "องค์ความรู้ควบแน่น" มากแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้หายช็อค

ไม่เชื่อก็ลองถามคนที่จบ post-doc ดูนะครับ ว่าเวลาคนที่ตัวเองรักตายจาก จะช็อคไหม

แต่สติทำได้

ไม่ต้องใช้ความรู้

สตินี่ สะสมไม่ได้ ต้องทำใช้กันสด ๆ

เช่น ขับรถอยู่ดี ๆ มีสิบล้อแหกโค้งสวนมาแบบดาหน้า

เราคงไม่ใช้ "ความรู้ขั้นสูง" ในการจัดการรับมือ 

แต่ใช้ "สติ" เพื่อให้ตั้งหลักได้ทันว่า จะมีทางหนีทีไล่อะไรบ้าง

แต่สติฝึกได้ คนฝึกมาก ตั้งสติเร็วกว่่าคนฝึกมาน้อย

 

ปัญหาสังคัม จะมาเกิดตอนเรากันไปมองว่า สติปัญญา เป็นความรู้ควบแน่น เราก็เลยสรุปต่อไปเลยว่า คนเรียนสูง น่าจะมีสติปัญญาสูง

เพราะเราคิดว่า

"เรียนเยอะต้องความรู้เยอะ

ความรู้เยอะ แสดงว่าสติปัญญาเยอะ"

ตรรกศาสตร์ถูก แต่ตั้งอยู่บนฐานที่ผิด ก็ได้ข้อสรุปที่ผิด

ฐานที่ถูกคือ "เรียนเยอะได้ สมองต้องทำงานเร็ว เรียนได้สูง ไอคิวต้องดี"

ฐานที่ผิดคือ "สติปัญญาคือการเรียนสูง คือการเรียนเยอะ คือการคิดเร็ว"

 

เทียบกับคอมพิวเตอร์อาจทำให้เห็นภาพง่ายกว่า ซึ่งผมมองว่า เทียบแล้วคงเป็นทำนองนี้ 

รียนเยอะ = Harddisk + RAM มาก (มีแฟ้มข้อมูลมาก)

เรียนได้สููง ไอคิวดี = CPU เร็ว คิดเร็ว

ฉลาด = มีซอฟท์แวร์ที่ทำงานซับซ้อนได้ 

สติปัญญา = ระบบปฎิบัติการที่เสถียร และไม่มี BUG และกันไวรัส กันสแปมได้รัดกุม

CPU เร็ว ไม่ได้รับประกันว่ากันไวรัส

Harddisk ใหญ่ หน่วยความจำ RAM เยอะ ไม่ได้รับประกันว่าเครื่องไม่แฮงค์ ไม่รับประกันว่าไม่โดนไวรัส

ปัญหาเกิดตอนเราดันไปมองว่า ความรู้ คือ สติปัญญา

พอฐานผิด ก็ฟุ้ง

คือเชื่อว่าคนเรียนเอก สติปัญญา (ซึ่งนำมาใช้ในความหมายเทียบเท่าจริยธรรม) ดีกว่าโท โทดีกว่าตรี ตรีดีกว่า ม.3 และ ม3.ดีกว่า ป.2

คนจะโกง มันก็โกง ไม่พักจะเกี่ยงเรื่องเรียนน้อยเรียนมากหรอกครับ 

คนจะไม่โกง ก็ไม่โกง ไม่เกี่ยงเรื่องเรียนมากเรียนน้อยเหมือนกัน 

ผลก็เลยกลายเป็นว่า หากคิดจะโกง คนเรียนน้อย ถูกคนเรียนมากกว่า เอาเปรียบสองต่อ

ต่อที่หนึ่ง ขีดความสามารถในการโกง ยกระดับ  เพราะฐานวิชาการแน่นกว่า เพราะซอกแซกอ่านได้เก่งกว่า กลโกงแหวกแนวอยู่ไกลแค่ไหนก็ตามไปหามาเสริมเขี้ยวเล็บได้ 

ต่อที่สอง คนพอคิดตรงนี้ไม่ชัด ก็ไปเสริมเชิงโครงสร้างของการเอาเปรียบ ให้อิงกับระดับการเรียนมาก-เรียนน้อย เพราะเชื่อว่า สติปัญญา เป็นเรื่องของเนื้อหา

ต่อที่สองนี่ คือเอาคอตัวเองพาดเขียง รอการเชือดเฉือนตามใจชอบ เพราะดันไปไว้ใจคนด้วยการดูแค่วุฒิการศึกษา

อย่างเช่น ดันบอกว่า ถ้าใครจะเล่นการเมือง ต้องจบปริญญาตรี ใครไม่จบปริญญาตรีไม่ดีพอ

สมัยก่อน ปูชนียบุคคลที่เป็นนักการเมือง เรียนนิดเดียว แต่เป็นที่นับถือของคนทั้งประเทศ เคยมีอยู่ เพราะเข้มแข็งทางจริยธรรม และมีสติปัญญา

แต่สมัยนี้ กลายเป็นว่า ถ้าเรียนไม่สูงพอ หมดสิทธิ์ยุ่งการเมือง

ผลคือ กันได้แต่ คนเรียนน้อย

แต่ไม่ได้กัน คนโกง ครับ