ใช่หรือไม่ว่า บางทีชีวิตเราก็มีการสะสมของที่ไม่เป็นประโยชน์กับชีวิตมากมายจนล้น

วันนี้ว่างแบบไม่ต้องเดินทางไปไหน  เลยถือโอกาสตามใจตัวเองสักวัน ใช้ชีวิตแบบที่เรียกว่าไม่เร่งรีบทำอะไร อ้อยอิ่งกับความงามของบรรยากาศยามเช้า พร้อมกาแฟกรุ่นหอม  แก้วโปรด   แต่งบทกวีลงสมุดบันทึก 1 บท  ด้วยรู้สึกคิดถึงใครบางคน .... มีคนบอกว่ายามเช้า เป็นยามที่สมองโลดแล่น จะคิดจะทำอะไรก็จะ รู้สึกโปร่ง โล่ง ....

ยามเช้าของฉัน ....

เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกโปรดปรานที่สุด  มากกว่าเวลาใด หากเลือกได้  อยากให้โลกใบนี้มีบรรยากาศแบบ  ยามเช้าตลอดเวลา แดดอุ่น  ที่ค่อย ๆ เยี่ยมกราย ขณะที่หยาดน้ำที่เกาะพราวตามยอดหญ้าอ่อน ค่อย ๆ ทิ้งตัว ลาจาก เสียงนกร้องเซ็งแซ่  เติมแต่งโลกให้มีสีสัน...

สาย ๆ ของวัน....

ฉันสาละวนกับการจัดห้อง ... ต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะเสร็จ รู้สึกขัด ๆ ในใจ ว่าในรอบสัปดาห์  ฉันช่างหาอะไรมากมายมาสุมอยู่ในห้อง เพ่นพ่าน ระเกะระกะ ไม่เป็นระเบียบเอาเสียเลย ของบางอย่างที่ไร้ประโยชน์ ก็ยังคงอยู่ ใช่หรือไม่ว่า บางทีชีวิตเราก็มีการสะสมของที่ไม่เป็นประโยชน์กับชีวิตมากมายจนล้น ... จัดห้องเสร็จ  รู้สึกถึงความโล่ง ทั้งกายใจ ห้องดูมีระเบียบขึ้นมาก ของที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็โยนทิ้ง ... เลือกสรรเฉพาะของใช้ที่จำเป็นเก็บไว้ ...

ใช้เวลาที่เหลือก่อนเที่ยงมาเยี่ยมเยียนมิตร ใน GO TO KNOW และสื่อสาร อี-เมล์ ถึงมิตรเก่า ๆ

เที่ยงวัน.

เริ่มมองหาอาหารมื้อแรกของวัน เลยปั่นจักรยานฝ่าแดดร้อนไปที่โรงอาหารใกล้ ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เสือกทานข้าวแกงจานอร่อย และซื้อสับปะรด กลับมา 2 ชิ้น .. คุณหมอแนะนำให้ทานสับปะรด เพราะช่วยให้โรคที่เป็นอยู่ดีขึ้น

บ่ายอ่อน ๆ แต่ร้อนแดด

นั่งเจ่าอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ท่องเน็ต  ระหว่างนั้นมิตรเก่า ๆ โทรมาแนะนำให้ไปเที่ยวงาน  รำลึกนักเขียน กนกพงศ์ สงสมพันธ์  นักเขียนผู้ล่วงลับ ที่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช ... ตอบรับว่าจะไป  ในภาคกลางคืน เพื่อจะได้ชมดนตรี  อย่าง  น้าหงา คาราวาน , จ๊อบ  บรรจบ และศิลปินท่านอื่น ๆ อีกมากมาย

*** วันสบาย ๆ วันอาทิตย์ วิถีชีวิตไม่เร่งรีบอะไร แต่ในห้วงคิด กลับมีเรื่องราวมากมาย  วิ่งพล่านอยู่ภายใน ***

 

ภีรตา

๒๕ กุมภา ๕0