วันที่ 22 ก.พ. 2550มีการประชุมงานชุมชนสาธิตซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนา(ตำแหน่งใหม่) ซึ่งอธิการบดีใหม่ได้แบ่งงานให้ตามโครงสร้างใหม่ โดยที่งานชุมชนสาธิตมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการวิชาการรับผิดชอบอยู่ด้วย และงบประมาณสนับสนุนชุมชนสาธิตในปี2550ก็ตั้งอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการวิชาการ            ผู้บริหารจึงนัดผู้เกี่ยวข้อง หารือแนวทางบริหารจัดการงานชุมชน(สาธิต)ซึ่งซ้อนทับความรับผิดชอบกันอยู่

ชุมชน(สาธิต)คือชุมชนที่ชาวบ้านซึ่งเคยอาศัยอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยแต่เดิมต้องย้ายออกไปอยู่รวมกันในที่ดินที่มหาวิทยาลัยจัดสรรให้ใหม่ครอบครัวละ 5 ไร่ตามกฏหมายของสปก. โดยที่มหาวิทยาลัยได้แสดงเจตจำนงว่าจะพัฒนาชุมชนให้เจริญเติบโตคู่เคียงกับมหาวิทยาลัย และได้สนับสนุนงบประมาณและบุคลากรเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องมาทุกปี

ผมเองแม้ว่าจะเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการวิชาการตั้งแต่ปี2541แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาชุมชนสาธิตเลย เพราะมีคนรับผิดชอบอยู่ก่อนและต่อเนื่องกันมา โดยที่หากเพื่อนที่รับผิดชอบชวนเข้าร่วมปรึกษาหารือแนวทางการทำงานคราใด ผมก็ยินดีให้ความร่วมมือด้วยดีมาโดยตลอด ผมจึงพอรู้เรื่องอยู่บ้างในฐานะคนบ้านเดียวกัน แต่ก็ถือว่าอยู่วงนอกมาก

มาปีนี้ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการได้มอบหมายให้ผมช่วยเหลืองานชุมชนสาธิตด้วย ผมก็ไม่ขัดข้อง และได้เสนอให้น้องที่รับผิดชอบโดยตรงจัดประชุมผู้เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาชุมชนสาธิตเพื่อหารือแนวทางการทำงานกันตั้งแต่อธิการบดีท่านใหม่ยังไม่เริ่มงานในเดือนธันวาคม ซึ่งผมได้เขียนสรุปลงBlogไว้แล้วhttp://gotoknow.org/blog/km4fc/?page=4.html
จนกระทั่งท้ายสุดน้องที่รับผิดชอบขอลาออกเพื่อไปศึกษาต่อในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

การประชุมครั้งนี้มีด้วยกัน 7 คนคือรองฯพัฒนา รองฯวิจัย ผอ.ศบว.และเจ้าหน้า4คนคือคุณอุทัย คุณมานะ คุณธนิตและผม เราใช้เวลาคุยเริ่มประมาณ11.30น.เลิกประมาณ13.40น. สรุปคือใช้ช่วงเวลาอาหารเที่ยงหารือกัน ผมขอไม่เล่ารายละเอียด แต่จะนำประสบการณ์การเรียนรู้เรื่องABC Research กับงานจัดการความรู้(KM)ที่ผมได้เรียนรู้มาปรับใช้กับการพัฒนาหน่วยจัดการความรู้เพื่อพัฒนาชุมชนสาธิตอย่างบูรณาการทั้งชุมชนซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้ผมยกร่างนำเสนอ http://gotoknow.org/file/pakamatawee/ABC+KM.doc

ผมเกริ่นนำตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่า ผมมีโอกาสมาใช้ชีวิตที่นครศรีธรรมราชอย่างสงบสุขตามอัตภาพ ผมมีครอบครัวมาก่อนแต่มามีลูก2คนที่นี่ ได้รับโอกาสเข้าทำงานในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ด้วยความกรุณาของคุณหมอบัญชา พงษ์พานิช นับถึงตอนนี้ประมาณ9ปีและได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานของสกว.ประมาณ5ปี

ผมเป็นหนี้บุญคุณแผ่นดินนครศรีธรรมราช ที่พักพิงอันร่มรื่นในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และประสบการณ์ข้ามพรมแดนความรู้และเครือข่ายคนทำงานของสกว. ซึ่งผมตั้งใจว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อสนองคุณของ3แหล่งนี้