ปลุกเด็กในร่างยักษ์

  

เห็นบทความ เพื่อนใน G2N เรื่องปลุกยักษ์ในร่างเด็ก แล้วให้คันไม้คันมือ ต้องลงมือเขียน อะไรเล็ก ๆ ออกมาบ้าง  มองไปมองมา ก็ เลย นึกถึง ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง  THE JACK ที่ เคยลงโรงเมือหลายปีที่ผ่านมา ที่ เนื้อเรื่อง กล่าวถึง เด็กคนหนึ่งทีเกิดมาแล้วเจริญเติบดตเร็วและไวกว่าเด็กในวัยเดียวกันหลายเท่า จนเข้าเรียน ก็ ตัวดตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หนังเดินเรื่องไปจน  JACK เรียนจบมัธยมปลาย ตอนร่างกาย อยู่ในวัยชรา พอดี ภาพยนตร์เรื่องนี้ สอนและให้แง่คิดแก่คนที่จะก้าวเข้ามาทำงานกับเด็กได้เป็นอย่างดี

  

เนื้อเรื่องของภาพยนตร์ ที่เดินเรื่องในเมืองเล็ก ๆ ชานเมือง ที่ สามีภรรยาคู่หนึ่ง มีลูกชาย หัวแก้วหัวแหวน ที่เกิดขึ้นมาพร้อมลักษณะพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ๆ คือเจริญเติบโตเร็วและไว้กว่าคนอื่น ๆ ประมาณ 7 เท่า ครอบครัวที่ต้องเข้มแข็งและให้คำอธิบาลูกชาย พร้อม ๆ กับ การอยู่ร่วมกับสังคมโดยปกติสุขที่สุด JACK เอง ก็ต้องเรียนรู้ชีวิต และการอยู่ร่วมกับสังคมของตัวเองไปพร้อมกันภายใต้ร่างที่เป็นผู้ใหญ่ และความเป็นเด็กในจิตใจของเขานี่เอง ที่ ทำให้ JACK ได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย

   

เพื่อนสนิทของ JACK คนหนึ่ง พูดประโยคทองขอภาพยนตร์เรื่องนี้ จนทำให้ ผมเอง ใช้เป็นแนวในการทำงานมาดดยตลอดคือ อยากให้ ผู้ใหญ่ทุกคน เป็นเหมือน JACK ที่ แม้จะตัวดต แต่ ขยันที่จะเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตตลอดเวลา เพราะหากเพียงผู้ใหญ่ ไม่หยุดตัวเองไว้ที่เงื่อนไขที่สังคมตีกรอบไว้ให้ว่า โตแล้ว ทำโน่นทำนี่ ไม่ได้  ผู้ใหญ่ คนนั้น ก็ เป็นได้แค่เพียง คนที่ผ่านโลกมาแล้วหยุดการเรียนรู้โดยเข้าใจผิดไปเองว่า พอแล้วกับการเรียนรู้

  

ถามว่าผู้ใหญ่ จะลอง เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกร่วมกับเด็ก ๆ ให้มากชิ้นที่สุดเท่าที่จะทำได้หรือไม่ คำตอบคือได้ และก็จะสนุกด้วยสิ จะดูเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ถือตัว เป็นธรรมชาติ ผู้ใหญ่ที่ใฝ่รู้และสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีจินตนาการอยู่ตลอดเวลา ผู้ใหญ่คนไหนที่เลิกดูหนังการ์ตูนไปนานแล้ว ป่วยการณ์ที่จะมาพูดถึงเรื่องการ์ตูนและวิจารณ์การ์ตูนของเด็ก เพราะผู้ใหญ่ ดูการ์ตูนแบบปิดกั้นการเรียนรู้ของตัวอง จึงทำให้คุยกับเด็กไม่รู้เรื่อง  ผู้ใหญ่ต้องไม่ลืมว่าตัวเองก็เคยผ่านการเป็นเด็กมาก่อน อย่าเอาประสบการณ์เก่า มาห้ามมาตัดสินเด็กแต่จงเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ร่วมกับเด็กและพูดคุยภายใต้ประสบการร์ร่วมกันกับเด็กแล้วคุณจะพบว่า การทำงานกับเด็ก ก็คือการทำงานกับเด็กในตัวคุณเองเท่านั้นเอง ปลดปล่อยเด้กในตัวที่คุณขังและจองจำเขาไว้ให้ออกมาโลดแล่นในชีวิตคุณอยู่เนือง ๆ แล้วความสุขในชีวิตและสังคมก็จะมีขึ้นเอง