บันทึกความรู้สึกฉันเอง  : ต่อ พฤ  โอ่โดเชา
(06.39 น.) ในเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 
ฉันสะดุดตื่นลืมตา พร้อมกับรีบลุกขึ้นดูว่า  พฤ  ...ล่ะ   พฤตื่นแล้วฉันจึงรีบรุดตาม  “เห็นเพื่อนเขาออกไปแล้ว จะรีบตามไปก่อนนะ”  เราไม่ได้กล่าวคำลาซึ่งกัน 
และแล้วพฤก็วิ่งออกไป  พร้อมกับสัมภาระที่ฉันดูแลเวค่อนข้างจะรุงรังนิดๆ…
พฤ............พฤ.......วิ่ง..........วิ่ง.........วิ่งตามใคร.......วิ่ง........ลับหายไป  โดยที่ฉันไม่รู้ว่าพฤจะได้เจอเพื่อนของเขาไหม  อืม........

และอยู่ๆ น้ำตาฉันก็เอ่อหลั่งออกมา  :  อยู่บนจิตสำนึกในห้วงอกของฉัน   ปนกับเสียงของพฤ ที่ก้องอยู่ในใจฉัน มันเป็นเสียงจากพฤที่เล่าเรื่องราวในสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน  มันดังกังวาลในใจ  จนอื้ออึง  ……เปรียบได้กับเสียงของลำโพงกังวาลการสะท้อนกลับ
ห้วงหนึ่ง.........ฉันได้แต่ถอนหายใจ
ห้วงหนึ่ง.........ฉันรู้สึกห่วงใย
ห้วงหนึ่ง.........ฉันแค้นใจตัวฉันเอง
ห้วงหนึ่ง.........ฉันอยากวิ่งตามไป......
..........พฤช่วยฉัน  พฤสอนฉัน  มันสะท้อนภายใต้จิตสำนึกฉัน
ห้วงหนึ่ง.........ฉันจะสู้ต่อไป  “พฤ”
 
คำเอ่ยสั้นๆที่พฤเอ่ยต่อฉันเมื่อค่ำคืนของวันวาน 
พฤว่า  “สุดท้าย  เธอก็ต้องไปใช่ไหม  เธอรู้ตัวรึ  ฉันเป็นห่วงเธอ....... ”  ฉันว่า  “เธอจะห่วงฉันเรื่องใด  ห่วงไปทำไม  ฉันบอกแค่  ฉันย้ำตัวเอง  ฉันเป็นคนนอก  ฉันไม่ใช่คนใน”    
คำเอ่ยที่ไม่ได้เอ่ย
พฤ  : ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวของพฤ  เป็นอย่างไรที่ผ่านมา  หลังจากที่เราได้พบกันเมื่อปีประมาณ 7 ปี   ก่อนนี้   แต่เพราะไม่ยากเลยที่ฉันจะติดตามเรื่องราวของพฤ  ถึงแม้เมื่อวานพฤจะเล่าให้ฉันฟังส่วนหนึ่งแล้วก็ตาม
พฤ  :  ขอบคุณที่จำฉันได้ 
พฤ  :  ขอบคุณที่พฤสอนฉัน  โดยที่พฤไม่ต้องรู้หรอก
พฤ  :  เรื่องราวที่เราได้สนทนากันอย่างออกรสชาติปนความรู้สึกของฉันที่มีต่อกัน  เมื่อวานนี้นั้น     ฉันจะเก็บไว้สะท้อนในสำนึกในตัวตนของฉัน 
พฤ  :  ขอบคุณที่ให้กำลังใจฉัน  และอยากบอกว่า  ไม่ต้องห่วงฉันนะ  เดี๋ยวเราได้มีโอกาสเจอกันอีก    ครั้งหนึ่งลืมฉันไปก่อน

 เพื่อนที่ให้ความรู้  เพื่อนที่ให้ความหมายแห่งชีวิต  เพื่อนที่ต่อสู้เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย  เพื่อนของคนอีกหลายคน