ติดต่อ

  ติดต่อ

หัวอกอาจารย์ที่ปรึกษา KM research

  ต้องรีบปลุกนักศึกษาให้ตื่นมาโรงเรียนแต่เช้า ตามสำนวนฝรั่งว่า “นกตื่นเช้าจะได้กินหนอน”   
 ประเด็นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ KM ดูเหมือนจะเป็นกระแสที่มาแรง และก็เป็นการกระตุ้นต่อมคิด ให้ผนวก หลักการและปรัชญา KM ให้เข้าสู่กระบวนการวิจัย

แม้โดยปรัชญาของการทำงานจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็เป็นประเด็นที่ทำให้หลายคน เกร็งกับคำว่า KM

  

และยิ่งมีท่านอรหันต์ KM “คนไร้กรอบ ออกมาย้ำว่า ให้ระวัง KM จะเป็นแค่ IM ทำให้นักวิชาการหลายท่านต้องชะงักกึก ติดหล่ม ตกคู ตกสะพานข้ามสายธารความรู้จมน้ำปางตายไปอีกหลายคน ที่เหลือ พอตั้ง สติ ได้ก็โกยอ้าวใช้หลัก TL ทำงานกันต่อไป

  ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษานักศึกษา KM ผมจะต้องทำตัวให้ทันสมัย เพื่อจะได้ช่วยประคับประคอง และดูให้ออกว่านักศึกษาคนใดตกเขา ติดหล่ม แอบหลับอยู่ ณ หนใด  

ทำไมไม่มาโรงเรียน ทำไมไม่มีการบ้านมาส่ง หรือ ทำไมจึงทำการบ้านไม่ได้ หรือ ไปทำอะไรอยู่ที่ไหน จึงไม่ได้ทำการบ้าน

  แต่บางคนก็ฉลาดแกมโกงแอบให้ผู้ปกครองทำการบ้านให้ นี่ก็ต้องคอยระวังอีก 

 

วันนี้ สถานการณ์ และ กระแส KM กำลังจะเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนฤดูกาล เปลี่ยนยุทธศาสตร์ เห็นว่า จะต้องติดบวกใช้จอบหลายด้าม ใส่เสื้อ ๒ ชั้น ใส่หมวก ๒ ใบ ทำงานแบบลมบ้าหมู  และเน้นไปตามพื้นที่ต่างๆ ตามหลักยุทธศาสตร์ชาติ

   

ตอนนี้ ทุกคนที่เป็นนัก KM ทุกคนกำลังสะบัดไข้ ร้อนๆหนาวๆไปตามๆกัน ตั้งแต่เจ้าสำนักบู๊ตึ้ง ไล่เลียงมาจนถึงเสี่ยวเอ้อประจำโรงเตี้ยม  ยิ่งทำให้อาจารย์ทุกคน รวมทั้งผมต้องรีบตื่น แต่งเนื้อแต่งตัวให้เหมาะสม พร้อมที่จะทำงานให้เข้ากับสถานการณ์

  

ที่สำคัญ ต้องรีบปลุกนักศึกษาให้ตื่นมาโรงเรียนแต่เช้า ตามสำนวนฝรั่งว่า นกตื่นเช้าจะได้กินหนอน

  แต่นักศึกษาของผมไม่ชอบกินหนอน เลยบอกว่า ขอไม่ตื่นดีกว่า เพราะเขาชอบแต่ไข่มดแดง  

 โดยหารู้ไม่ว่า หนอนกับไข่มดแดงก็คืออันเดียวกัน ไม่ทราบไปรับรู้และเข้าใจได้อย่างไรว่า ไข่มดแดงคือ ไข่ จริงๆ เวลาทานยังเอามาเจียวกับไข่ คงคิดว่าจะเป็นไข่กำลังสอง แบบ ยุทธศาสตร์ KM ละมั้ง 

 

โอ้ย.. มดแดงตัวเล็กนิดเดียว ที่ไหนจะไข่ได้ใหญ่ขนาดนั้น แหม ไม่อยากกินหนอน แต่อยากกินไข่หมดแดง ผมนี่ทึ่งจริงๆ

  ผมเลยต้องเปลี่ยนมาปลุกด้วยสำนวนฝรั่งแบบไทยไทย ว่า เด็กตื่นเช้าจะได้กินไข่มดแดง   ก็ได้ผลแวบหนึ่ง

พอแค่ชิมไข่มดแดงคำสองคำ ยังไม่ได้รสชาติอะไรเลย ก็นอนหลับต่ออีก

การบ้านก็ไม่ทำ โรงเรียนก็ไม่ไป ผมเลยไม่ทราบจะหาวิธีปลุกอย่างไร  ตอนนี้ก็เลยบอกว่า ถ้าตื่นสายผมจะไปทำนาก่อนนะ นอนอยู่คนเดียวเน้อ

ทุกคนก็ดูเหมือนจะลืมตามาแล้ว ก็หลับต่ออีก เพราะคิดว่าผมคงไม่กล้าทิ้งให้เขานอนคนเดียวให้มดแดงหามไปใส่รัง ยังไงก็คงต้องอุ้มเขาไปด้วย ทั้งๆยังหลับอยู่นั่นแหละ  

 

แต่เขาก็อาจกำลังฝันหวานว่ามดแดงจะหามเขาไปเข้ารัง จะได้กินไข่มดแดงโดยไม่ต้องตื่นละมั้ง  

 ผมก็บอกอีกครั้งว่า ผมจะไม่พาใครไปไหนทั้งๆยังหลับอยู่ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ ยังหลับตานอนต่อไปอีก  

 แต่ส่วนนอนแล้วจะฝันดีหรือฝันร้ายนั้นผมก็ไม่ทราบ ก็เห็นหลับกันดีมาก   

บางวันผู้ปกครองใจดีก็พาไปเที่ยวดูไร่ดูนาคนอื่นบ้าง ให้มีอะไรตื่นเต้นบ้าง แต่ก็เห็นเอาแต่หลับตลอดทางตั้งแต่ไปจนกลับ

พอผมถามว่าเห็นอะไรมาบ้าง ก็เล่าแต่ความฝันสั้นๆ แบบเผยอตาดูแวบๆ ว่าเห็นหมู ๓ ตัว อะไรประมาณนั้น แล้วก็หลับต่ออีก

  

ผมไม่ทราบว่าจะปลุกนักศึกษาเหล่านี้โดยวิธีไหน

 

ใครทราบช่วยบอกทีครับ จะเอาน้ำสาด หรือ รื้อที่นอนออก จะได้ไม่มีที่นอนอีกต่อไป จะได้มาโรงเรียน  

แต่ก็คงจะมานั่งหลับในห้องเรียนอีกนั่นแหละ

 โอ้ย.... ผมหมดปัญญาปลุกแล้วครับ จะอุ้มไปทั้งหลับๆ ก็คงไม่ไหวแน่ 

 ใครก็ได้ ช่วยด้วยครับ      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 80051, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก

ความเห็น (7)

  • สวัสดีครับอาจารย์ ดร.แสวง
  • ดูท่าการจะปลุกลูกศิษย์เหล่านี้ยากเต็มที คงต้องใช้เวลาและพยายามต่อไปครับ
  • แต่ถ้าไม่ไหวก็ต้องให้เป็นไปตามธรรมชาติของผู้เรียนก่อน ดังบทกวีที่ว่า 

                คำโบราณพาทีไว้ดีมาก

           โคไม่อยากกินหญ้าอย่าเคี่ยวเข็ญ

           ฝืนน้ำใจของเขาเรารำเค็ญ

           ถึงคราวเป็นก็ต้องปล่อยไปตามกาล

ขอบคุณครับท่าน ผอ. ดิศกุล ที่มาให้ข้อเสนอแนะ ผมก็กำลังทั้งจี้แบบติดสถานการณ์ และการหาทางเลือกในการทำงานครับ ประเด็นคือเราไม่เปิดใจพูดกันแบบ ๑๐๐% ว่าใครติดกับความคิดอยู่ตรงไหนนะครับ ผมกำลังลองดูหลายวิธีอยู่ครับ

ผมรายงานความคืบหน้าในเชิงั้งที่ผมมองเขา และให้เขาสะท้อนความคิดเขาเองออกมาด้วย จะได้เข้าใจกันครับ

เรียน ผศ.ดร.แสวง   รวยสูงเนิน ที่เคารพ

 

·       ขอยืนยัน ว่าไม่ตื่นสายอย่างแน่นอนครับอาจารย์ เพราะในแต่ละวันนั้น ผมตื่นตีสี่ครึ่งเกือบทุกวันอาจจะมีเพียงบางวันนอนตีสอง ก็จะไปตื่นหกโมงเช้า เพราะในหนึ่งวันขอพักผ่อนสี่ชั่วโมงครับ แล้วไปทำอะไรล่ะ อาจจะมีคำถามต่อ ก็ขอเรียนว่า อ่านหนังสือ ทบทวนงานเรียนเป็นหลักครับ และ กิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยานิพนธ์ครับ

 

·       ขอยืนยัน เรื่องการเขียนบล็อกครับ ลูกศิษย์ได้เขียนอย่างแน่นอน แต่อาจจะมีบางวันที่ Web ล่มไม่สามารถส่งได้ แต่นั่นก็คงไม่ใช่ข้ออ้างครับ (GotoKnow ล่มบ่อย) เพราะอาจารย์อาจจะบอกลูกศิษย์ว่า ทำอะไรอยู่เวลาตั้ง 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เรียนก็เรียน full time ก็ขอเรียนว่าเมื่อเทคโนโลยีไม่พร้อมบางครั้งก็เสียความรู้สึก แถม Computer ที่มีอยู่ประสิทธิภาพก็ต่ำครับ หากจะซื้อใหม่ก็ไม่มีเงิน การเรียนเราก็ทุ่มเวลาอยู่ใน field เพื่อเกาะติดพื้นที่ หากจะมาจ้องแต่ IT อย่างเดียวก็ไม่ได้ทำอะไรครับ อย่างไรก็ตามมหาชีวาลัยอีสาน โดยท่านครูบาสุทธินันท์  ปรัชญพฤทธิ์ ท่านก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะให้ได้ Internet ความเร็วสูง แต่ก็มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ และหากไม่มีท่านครูบาสุทธินันท์ พวกผมต้องเดินทางออกมาใช้ Internet ในตัวเมืองซึ่งมีระยะทางไปกลับร่วม 20 กิโลเมตร

 

·       ขอยืนยัน การเขียนบล็อกเป็นส่วนสำคัญในการเรียนสำหรับนักศึกษาหลักสูตรพัฒนบูรณาการศาสตร์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนากระบวนคิด วิธีการเขียนอย่างเป็นระบบ และเชื่อมโยง  แต่ก็มีงานอื่นๆ ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเขียนบล็อกนะครับ เช่นการทบทวนวรรณกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการทำวิทยานิพนธ์ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนครับ

 

·       ขอยืนยัน การพัฒนาเทคนิคการเขียน ของนักศึกษาแต่ละคนพวกกระผมพยายามอย่างเต็มที่ครับ และแน่นอนครับการที่จะเขียนให้ตรงใจของอาจารย์นั้นเป็นเรื่องที่ลำบาก  เพราะประสบการณ์ และกระบวนคิดของอาจารย์ กับลูกศิษย์นั้น อยู่คนละชั้นแถมห่างกันมากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าผมนิ่งดูดายครับซึ่งพยายามเอาอาจารย์เป็น Model ในการเรียน และการทำงานมาโดยตลอด

 

·       ขอยืนยัน จะปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้นอย่างเร่งด่วนครับ

 

·       ขอยืนยัน  ที่จะเป็นลูกศิษย์ที่ดีของอาจารย์ตลอดไปครับ

  

ด้วยความเคารพ

 อุทัย  อันพิมพ์

คุณอุทัยครับ แม้แต่คำพูดยังเพี้ยนเลยครับ

ตื่นสาย แปลว่าวันหนึ่ง สัปดาห์หนึ่ง เดิอนหนึ่ง ปีหนึ่งผ่านไปยังไม่ได้งานที่เป็นชิ้นเป็นอันมาให้ดูเลย ครูบาพาไปดูงานก็ไม่เห็นงาน (หลับไปหลับมา) ไม่มีอะไรติดหัวติดตัว ติดตากลับมา

ส่งงาน แปลว่า งานวิทยานิพนธฺ ที่ต้องมีโครงร่าง และการวางแผนที่ชัดเจน ไมใช่มีแต่ออกแขกนั้น เรียกว่า "ยังไม่ส่ง" ครับ

ความสม่ำเสมอ คือการส่ง "งาน" ไม่ใช่วันหนึ่งเขียนเรื่องเห็ด อีกวันเขียนเรื่อง หอย อีกวันเรื่อง พริก ไม่มีกรอบ ไม่มีเป้าหมายครับ

gotoknow นั่นเป็นอีกวิธีหนึ่งของการตามงาน

ฮ่วย.... จะให้พูดอย่างไงดีครับ จึงจะเข้าใจซะที.....

ขอบคุณครับอาจารย์

ตื่นแล้วครับ

การเขียนงานบางครั้งก็เกิดความฟุ้งซ่านครับ คิดว่าเรื่องนั้นก็น่าจะดี เรื่องนี้ก็น่าจะดี สุดท้ายล้มเหลวครับ

คงเป็นบทเรียนที่จะต้องนำกลับมาปรับปรุงแก้ไขครับ

ด้วยความเคารพ

อุทัย

ครับ
อัญชนา
IP: xxx.137.45.31
เขียนเมื่อ 

ทำไมไข่มดแดงถึงใหญ่กว่าตัวมดแดง