เกณฑ์หลายอันเป็นด้านคุณภาพ จะขึ้นอยู่กับการตีความอยู่มาก ในคณะกรรมการอาจจะเห็นไม่ตรงกันก็ได้ เมื่อมีปัญหาเห็นไม่ตรงกันก็ต้องหาข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้มาช่วยตัดสิน

    จากบันทึก จากการพิจารณารางวัล ฅน KM มมส. ครั้งที่ 1(1) เมื่อวานจะเห็นว่าผมกล่าวถึง สองข้อแรกของเกณฑ์การพิจารณา เท่านั้น วันนี้ก็มาต่อเป็นตอนที่ 2 ครับ คือ ข้อ 3, 4  และ 5  ที่เขียนไว้ว่า

          3. มีการบันทึกความรู้ฝังลึกที่ได้มาจาก การปฏิบัติจริง ในเรื่องนั้น ๆ
 
      4. มีการบันทึก การนำการจัดการความรู้ไปใช้กับงานประจำของตนเอง/กลุ่ม
  
      5. ชื่อเรื่องน่าสนใจ และสอดคล้องกันเนื้อหา

         อย่างที่ผมเคยให้ข้อคิดเห็นไว้ในบันทึกของแจ๊ค มาก่อนแล้วว่า เกณฑ์หลายอันเป็นด้านคุณภาพ จะขึ้นอยู่กับการตีความอยู่มาก  ในคณะกรรมการอาจจะเห็นไม่ตรงกันก็ได้  เมื่อมีปัญหาเห็นไม่ตรงกันก็ต้องหาข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้มาช่วยตัดสิน    

       เช่น ข้อ 3. เรื่อง เป็นหรือไม่เป็น Tacit Knowledge เป็นแค่ Information (I) หรือ Knowledge (K)  ที่นำมาถ่ายทอด (ลอกหนังสือหรือตำรา มาเผยแพร่หรือ  เกิดจากการปฏิบัติจริง)

        ข้อ 4. การนำไปใช้กับงานประจำของตนเอง/กลุ่ม ในข้อ 4 ก็ขึ้นอยู่กับการตีความอีกเช่นกัน ผู้บันทึกน่าจะเป็นผู้รู้ดีที่สุด จึงน่าจะต้องมีระบุไว้ อย่างน้อยก็คือใน คำหลักของบันทึก

         ข้อ 5. ชื่อเรื่องน่าสนใจ และ สอดคล้องกับเนื้อหา  เรื่องชื่อเรื่องน่าสนใจ ก็มีกรรมการเสนอว่า ทางหนึ่งก็อาจจะดูได้จากจำนวนผู้เข้ามาอ่านบันทึกนั้น ๆ แต่ก็มีอีกมุมหนึ่งที่มองว่า เจ้าของบันทึกสามารถเข้ามาอ่านหรือเปิดดูเอง ซ้ำ ๆ ก็เป็นไปได้

         การนำเสนอข้อคิดเห็นส่วนตัวบางประเด็นของกรรมการก่อนการพิจารณาของคณะกรรมการโดยรวม จึงอาจจะทำให้เกิดการชี้นำได้ ผมจึงเสนอว่าน่าจะนำข้อมูลและความเห็นมาพิจารณาร่วมกันก่อนที่นำเสนอต่อสาธารณะ

         หวังว่าคณะกรรมการที่ร่วมกันพิจารณาคงได้ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ เพื่อการทำงานร่วมกันที่ดีต่อไป

         อ่านบันทึกข้อคิดเห็นได้จากกรรมการอีกท่าน ได้ที่นี่