ทั้งกลัว..ทั้งกล้า..หากมีอะไรเกิดขึ้น..ใครล่ะจะรับผิดชอบ ครูอ้อยเดินอย่างเร็ว แต่ไม่ได้วิ่ง
คืนนี้เหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ 1 ชั่วโมง 
หลังจากที่หัวใจยังเต้นระทึก  เพราะความกลัว.....
ครูอ้อยกลับมาจากงานผ้าป่าสามัคคีที่นำไปทอดที่วัดกุดสวาย  อำเภอโชคชัย  จังหวัดนครราชสีมา 
ครูอ้อยมีภารกิจที่ต้องทำที่กรุงเทพฯในตอนเช้าวันพฤหัสฯ  จึงต้องกลับบ้านคนเดียว 
ครูอ้อยมาถึงทางเข้าบ้าน  เมื่อเวลา  ห้าทุ่มพอดี  ไม่มีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่คิวเลย 
ครูอ้อยคิดว่า  เดิน...จะเป็นหนทางที่ดีกว่ายืนรอ..และก็จริงด้วยที่ตัดสินใจแบบนี้  เพราะในขณะที่เดินมานั้น  ไม่มีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านมาเลย 
ครูอ้อยเดินไปก็คิดไป  คิดอยู่เรื่องเดียวคือ   ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของครูอ้อย  ใครล่ะจะรับผิดชอบ 
ในระหว่างทางนั้น  ระยะทางประมาณ  เกือบ 1 กิโลเมตรได้    ต้องเดินผ่านสำนักงานของการรถไฟ  บ้านพัก  เป็นระยะ  และผ่านต้นไม้ใหญ่ 
และที่ผิดสังเกตมากคือ  สุนัขไม่เห่าครูอ้อยเลยค่ะ   ครูอ้อยดีใจที่สุนัขไม่สนใจครูอ้อย  เพราะกลัวถูกกัดมาก   ระยะนี้ต้องเก็บตัวดีๆ  เพราะจะมีงานมงคลของลูกรัก  ครูอ้อยคิดไปถึงความสุขของลูก 
เดินไปได้ระยะหนึ่ง  ประมาณ 1 ใน สามของเส้นทาง  มีรถมอเตอร์ไซค์สวนทางมา  ครูอ้อยไม่เรียกค่ะ  ตัดสินใจเดินต่อไป 
มองไปข้างหน้าต้องผ่านอะไรๆอีกเยอะ   เปรียบกับชีวิตของคนเรา  ที่ต้องผ่านอุปสรรคขวากหนาม   แต่หนทางของครูอ้อยนั้น  ไม่มีขวากหนามเลย   มีแต่ความยากและความไม่เข้าใจเท่านั้นเอง 
ครูอ้อยเดินเขย่าเงิน 15 บาทในมือ  ดีใจจังที่ไม่ต้องจ่ายไป  เอาไว้กินก๋วยเตี๋ยวที่โรงเรียนพรุ่งนี้ 
เดินมาถึงตึกแฟลตของครูอ้อย  เพิ่งจะได้ยินสุนัขมันเห่าค่ะ  มันเห่าครูอ้อย  แสดงความดีใจ  ครูอ้อยทักทาย  และเดินขึ้นชั้นห้า  รู้สึกอีกแล้วว่า....มีใครเดินตามหลังมา
 เดินไปจนถึงบ้าน  เรียกลูกสาวคนเล็กให้เปิดประตู  เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์   เปลี่ยนเสื้อผ้า  และมาทักทาย....คุณบอน  และอาบน้ำ  ดื่มน้ำอุ่น  และปฏิบัติกิจกรรมเหมือนปกติ